ค้าภายใน ปลื้มปชช.ตอบรับ ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ ลุ้นได้งบ 900 ล้าน ขยายเฟสสอง
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ณ ตลาดธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจเยี่ยมจุดจำหน่ายสินค้าภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” บริเวณวัดกระจัง เขตตลิ่งชัน ว่า ได้รับการตอบรับจากประชาชนในชุมชนและใกล้เคียงจำนวนมาก และยังขอให้กรมจัดทำโครงการต่อเนื่อง สินค้าที่ได้รับความนิยม ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช และของใช้ทั่วไป พร้อมกับนำลำไยต้นฤดูผลิตจากจังหวัดจันทบุรีมาจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 55 บาท
สำหรับสถานการณ์ลำไยภาคตะวันออก ปี 2569 กรมได้ออกมาตรการรองรับผลผลิต 30,000 ตัน ปัจจุบันราคาลำไยในพื้นที่ปลูกอยู่ที่ 21–22 บาทต่อกิโลกรัม และลำไยผลเดี่ยวหรือลูกร่วง 7–9 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่การส่งออกไปจีน ต้องติดตามมาตรการตรวจสอบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างที่มีความรัดกุมมากขึ้น อาจส่งผลต่อการส่งออกและการบริหารจัดการผลผลิต จึงได้เร่งกระจายผลผลิตที่กำลังออกตลาดไปสู่ประชาชน ในทุกช่องทาง ทั้งห้างค้าปลีก ตลาดกลาง ตลาดสด จุดธงฟ้า ร้านสะดวกซื้อ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชนต่าง ๆ เป้าหมาย 20,000 ตัน เปิดจุดรับซื้อในจันทบุรีในราคานำตลาด เป้าหมาย 2,000 ตัน และประสานเครือข่ายผู้รับซื้อและผู้ส่งออกกระจายเพิ่มเติมอีก 1,500 ตัน เพื่อลดปริมาณผลผลิตกระจุกตัว และดูแลราคาลำไยในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก

สำหรับไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ จะทยอยจัดไปตามชุมชนในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยเฟสแรกกำหนดจัดกว่า 3 พันครั้งเริ่มตั้งแต่ตุลาคม2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 โดย 23 วันของโครงการนี้เปิดจุดจำหน่ายสินค้าแล้ว 928 ครั้ง เงินสะพัด 86 ล้านบาท และช่วยประชาชนประหยัดได้ 33 ล้านบาท โดยประชาชนสามารถติดตามจุดจำหน่ายธงฟ้าได้ที่ LINE Official Account: @thai.thongfah
“เรื่องการดูแลค่าครองชีพ รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าใน เตรียมดำเนินการต่อเนื่อง นอกจาก ธงฟ้าลดค่าครองชีพ กำลังเตรียมจัดมหกรรมไทยช่วยไทยนิวเยียร์เมกะเซล ร่วมกับผู้ผลิตสินค้า ผู้จำหน่ายห้าง ร้าน ผู้ให้บริการต่าง ๆ ลดกระหน่ำราคาพิเศษข้ามปีประมาณ 45 วันต่อเนื่อง พร้อมกับเสนอของบกลางประมาณกว่า 900 ล้านบาท ขยายต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” เฟสสอง ในปี 2570 และขอความร่วมมือซัพพลายเออร์ตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน” นายวัฒนศักย์ กล่าว

ในวันเดียวกันนี้ นายวัฒนศักย์ ติดตามสถานการณ์การค้าและราคาสินค้าในตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี ที่มีผู้ประกอบการรวม 346 แผง ซึ่งได้เน้นย้ำปิดป้ายแสดงราคาและใช้เครื่องชั่งอย่างถูกต้อง โดยไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากราคาสูงเกินสมควรมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประชาชนร้องได้ที่สายด่วน 1569
“จากการลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี ผู้ค้ายืนยันมีสินค้าเพียงพอ หลายรายการราคาเริ่มลดลง โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ส่วนอาหารปรุงสำเร็จรูป ร้านค้าเพิ่มเมนูทางเลือกมากขึ้น คงยืนยันไม่ลดปริมาณและราคาเท่าเดิม” นายวัฒนศักย์ กล่าว
สำหรับราคาขายส่งผักสดในตลาดกลาง ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน พบว่า หัวไชเท้าลดจาก 20 บาท เหลือ 18 บาทต่อกิโลกรัม ถั่วฝักยาวลดจาก 36 บาท เหลือ 30 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนใบกะเพราที่เคยสูงถึง 150 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 20–25 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผักบางชนิดยังปรับขึ้นเล็กน้อย อาทิ ผักบุ้งจีนจาก 16 บาท เป็น 20 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับตลาดธนบุรี ราคาเนื้อสุกรแดงตัดแต่งจำหน่ายที่ประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนไข่ไก่ เบอร์ 3 มีแนวโน้มลดลง จากเดิมฟองละ 4.50 บาท เหลือ อยู่ที่ 4.30 บาท คาดราคาทยอยลดลงได้อีกตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น





