หน้าแรก ต่างประเทศ แฟ้มข้อมูลลับ...

แฟ้มข้อมูลลับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มีอะไร เกี่ยวพันแค่ไหน โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงทำให้คนสนใจ?

19.11.25 | 19:31 น.

แฟ้มข้อมูลลับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มีอะไร เกี่ยวพันแค่ไหน โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงทำให้คนทั่วโลกสนใจ?

เป็นประเด็นร้อนที่คนทั่วโลกจับตา แม้ว่า เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินและผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ จะไม่อยู่ในโลกนี้แล้วก็ตาม แต่ผลพวงของสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ได้สั่นสะเทือนไปหลายวงการ

ทั้ง ราชวงศ์อังกฤษ เมื่อ คิงชาร์ลส์ ได้ถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชา เหลือเพียง นายแอนดรูว์ เมาท์แบทเทน-วินด์เซอร์ ที่เคยมีความสนิทสนมกับ เอปสตีน และถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร ผู้เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งฆ่าตัวตายไปเมื่อเดือนเมษายน ขณะที่ จุฟเฟร มีอายุเพียง 17 ปี แม้ว่า แอนดรูว์ จะปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ไม่นานมานี้ สมาชิกพรรคเดโมแครต ได้เปิดเผยข้อความ ระหว่าง เอปสตีน และ ไมเคิล วูล์ฟ นักข่าวชาวอเมริกัน และ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ นักสังคมสงเคราะห์ชาวอังกฤษ พาร์ตเนอร์ของ เอปสตีน ที่ถูกจำคุก 20 ปี

หนึ่งในอีเมลของเอปสตีนที่ส่งหาวูลฟ์เมื่อปี 2019 เขียนไว้ว่า “ทรัมป์รู้เกี่ยวกับสาวๆ เหล่านี้” แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าประโยคดังกล่าวนี้มีความหมายอย่างไร

Advertisement

ทั้งยังมีข้อความ ที่เอปสตีน พูดถึงแฟนสาววัย 20 ปี ที่เขาให้โดนัลด์เมื่อปี 1993 และได้พูดถึงรูปภาพของ “โดนัลด์กับหญิงสาวในชุดบิกินีในห้องครัวของฉัน” โดยไม่แน่ชัดว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการล้อเล่นหรือไม่

ขณะที่ทรัมป์ ปฏิเสธหัวชนฝา เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และว่า เขากับเอปสตีน เคยเป็นเพื่อนกันก่อนเหตุอื้อฉาวนี้ และก็โพสต์ลงทรูธโซเชียล กล่าวหาว่า สมาชิกพรรคเดโมแครต จงใจเผยแพร่อีเมลดังกล่าว เบี่ยงเบนความสนใจจากการที่พวกเขาทำเรื่องแย่ๆ ที่ส่งผลต่อการชัตดาวน์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

ล่าสุด สภาคองเกรส ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่แฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน หลัง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งเปลี่ยนจุดยืนใหม่ มาสนับสนุนการเผยแพร่แฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับเอปสตีน หลังปฏิเสธมาตลอดว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการหลอกลวงของพรรคเดโมแครต

สภาผู้แทนราษฎรมีการโหวตสนับสนุนการเผยแพร่แฟ้มข้อมูลลับไปด้วยคะแนน 427 ต่อ 1 ก่อนที่จะส่งไปให้วุฒิสภาซึ่งโหวตสนับสนุนในเวลารวดเร็ว ทำให้ตอนนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกส่งไปให้ทรัมป์ลงนาม

REUTERS/Annabelle Gordon

ใครคือ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ??

“ผมไม่ใช่ผู้ล่าทางเพศ ผมเป็นผู้กระทำความผิด” เจฟฟรีย์ เอสปตีน เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับนิวยอร์กโพสต์ เมื่อปี 2011 และว่า “มันคือความต่างระหว่าง ฆาตกร กับคนที่ขโมยเบเกิล”

เขาเกิดและเติบโตในนิวยอร์ก แรกเริ่มเขาเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ และ ฟิสิกส์ ในโรงเรียนเอกชนดาลตัน ช่วงกลางทศวรรษ 1970 เขาเคยเรียนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ด้วยตัวเองที่มหาวิทยาลัย แม้ว่าไม่ได้สำเร็จการศึกษาก็ตาม

มีรายงานว่า พ่อของนักเรียนคนหนึ่งประทับใจเขามาก จนแนะนำให้เขารู้จักกับหุ้นส่วนอาวุโสของธนาคารเพื่อการลงทุน Bear Stearns เขาได้เป็นหุ้นส่วนที่นั่น ก่อนที่ปี 1982 เขาก่อตั้งบริษัทของตัวเองชื่อ J Epstein and Co.

บริษัทบริหารสินทรัพย์ของเขา มีลูกค้ามูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ประสบความสำเร็จทันที ไม่นานเขาก็เริ่มใช้เงินทองซื้อคฤหาสน์ในฟลอริดา ฟาร์มปศุสัตว์ ในนิวเม็กซิโก และ บ้านส่วนตัวที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในนิวยอร์ก และเข้าสังคมกับเหล่าคนดัง ศิลปิน และนักการเมือง

ในปี 2002 เอปสตีน ได้พา บิล คลินตัน พร้อมด้วย นักแสดง เควิน สเปซีย์ และ คริส ทัคเกอร์ ไปยังแอฟริกาด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ออกแบบเป็นพิเศษ เขาเสนอซื้อนิตยสารนิวยอร์ก ร่วมกับ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ในขณะนั้นในปี 2003 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เขาบริจาคเงิน 30 ล้านดอลลาร์ให้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

อย่างไรก็ตาม เขาพยายามรักษาความเป็นส่วนตัว โดยมีรายงานว่า เขาหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานสังคม และ งานเลี้ยงอาหารค่ำในร้านอาหาร

เขาเคยเดตกับ อีวา แอนเดอร์สัน ดูบิน ผู้ชนะมิสสวีเดน และ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ ลูกสาวของโรเบิร์ต แม็กซ์เวลล์ แม้ว่าไม่เคยแต่งงานก็ตาม

ปี 2005 พ่อแม่เด็กหญิงวัย 14 ปี คนหนึ่ง แจ้งตำรวจฟลอริดาว่า เอปสตีนได้ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวของเขาที่บ้านของเขาในปาล์มบีช ตำรวจได้ตรวจค้นบ้านดังกล่าว พบรูปถ่ายของเด็กหญิงทั่วทั้งบ้าน โดย ไมอามีเฮอรัลด์ รายงานว่า เขาได้ละเมิดเด็กหญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหลายปีแล้ว

เขาหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาของรัฐบาลกลาง ซึ่งอาจทำให้เขาต้องติดคุกตลอดชีวิต แต่กลับได้รับโทษจำคุก 18 เดือนแทน ซึ่งในระหว่างนั้นเขาสามารถ “ลาเพื่อทำงาน” ที่สำนักงานได้วันละ 12 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน เขาได้รับการปล่อยตัวโดยรอลงอาญาหลังจาก 13 เดือน

ตั้งแต่ปี 2008 เอปสตีน ถูกจัดอยู่ในทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศระดับ 3 ของนิวยอร์ก ซึ่งเป็นระดับตลอดชีวิต หมายความว่าเขามีความเสี่ยงจะกระทำผิดซ้ำ

6 กรกฎาคม 2019 เขาถูกจับกุมอีกครั้งในนิวยอร์ก หลังบินกลับจากปารีสด้วยเครื่องบินส่วนตัว เขาถูกตั้งข้อหาตั้งเครือข่ายเด็กหญิงอายุต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อแสดงหาประโยชน์ทางเพศ ศาลปฏิเสธการประกันตัว ทำให้เขาถูกคุมขังในคุกเมโทรโพลิแทนในนิวยอร์ก โดยถูกส่งไปโรงพยาบาลเวลาสั้นๆ เนื่องจากบาดเจ็บที่คอ

เขาเสียชีวิตในห้องขังในนิวยอร์ก เมื่อ 10 สิงหาคม ระหว่างรอการพิจารณาคดีในข้อหาค้ามนุษย์เพื่อค้าประเวณี โดยไม่มีโอกาสได้รับการประกันตัว

Handout via REUTERS

แล้วเรา รู้อะไรบ้าง เกี่ยวกับแฟ้มของ เอปสตีน?

แฟ้มคดีเอปสตีน หลอกหลอนรัฐบาลทรัมป์มาหลายเดือน ขณะที่รัฐบาลกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากอาชญากรรมของเอปสตีน ซึ่ง แรงกดดันเพิ่มขึ้นจากผู้สนับสนุนของทรัมป์ และ เสียงภายในของพรรครีพับลิกันของเขาเอง เรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลกลางสอบสวนเอปสตีน

ในปี 2008 เอปสตีน บรรลุข้อตกลงรับสารภาพกับอัยการ หลังจากที่พ่อแม่ของเด็กวัย 14 ปี บอกกับตำรวจในรัฐฟลอริดาว่า เอปสตีน ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวของพวกเขาที่บ้านของเขาในปาล์มบีช และเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานชักชวนให้เด็กค้าประเวณี ทำให้เขาถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศ และ รอดพ้นจากโทษจำคุกหนัก อันเป็นผลจากข้อตกลงดังกล่าว ก่อนที่เขาจะโดนคดีในอีก 11 ปีต่อมา

การสืบสวนคดีอาญาทั้ง 2 คดี ได้รวบรวมเอกสารจำนวนมหาศาล รวมถึงบันทึกการสัมภาษณ์เหยื่อ และ พยาน ทั้งสิ่งของที่ยึดได้จากการบุกค้นทรัพย์สินต่างๆของเขา นอกจากนี้ ยังมีการสืบสวนแยกกับ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตแฟนสาวของเขา ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในปี 2021 ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับเอปสตีน ในการค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณี รวมทั้งยังมีคดีความทางแพ่งอีกด้วย

Handout via REUTERS 

แล้วมีการเปิดเผยข้อมูลอะไรไปแล้วบ้าง?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เอกสารบางส่วนได้ถูกเผยไปสู่สาธารณะแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยเอกสารหลายพันฉบับเกี่ยวกับสิ่งที่เอปสตีนทิ้งไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอีเมลล์

เดือนกุมภาพันธ์ ไม่กี่สัปดาห์หลังทรัมป์รับตำแหน่ง กระทรวงยุติธรรม และเอฟบีไอ ได้เปิดเผยเอกสารที่พวกเขาเรียกในขณะนั้นว่า “เอกสารลับขั้นแรกของเอปสตีนที่ถูกเปิดเผย” ซึ่งมีการเปิดเผยว่า เอกสาร 341 หน้านั้น ส่วนใหญ่เปิดเผยไปแล้ว

เอกสารดังกล่าว ประกอบด้วยบันทึกการบินจากเครื่องบินของเอปสตีน และ สมุดรายชื่อผู้ติดต่อฉบับแก้ไข ซึ่งมีชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เขารู้จัก ต่อมา ในเดือนกรกฎาคม กระทรวงยุติธรรมและเอฟบีไอ ก็ได้ระบุในบันทึกว่า จะไม่มีการเปิดเผยเอกสารใดๆเพิ่มเติม

แล้วบันทึกของเอปสตีน มีชื่อใคร??

ตามรายงานของ The Wall Street Journal ทรัมป์ได้รับแจ้งจากอัยการสูงสุด แพม บอนดี ในเดือนพฤษภาคมว่า ชื่อของเขาปรากฏในเอกสารของเอฟบีไอ แต่อย่างไรการมีชื่อไม่ได้หมายความว่าเขากระทำผิด ซึ่ง โฆษกทำเนียบขาว ก็ได้ออกมาบอกว่า เรื่องนี้เป็น “เรื่องปลอม”

ทั้งยังมีอีกหลายชื่อที่ปรากฏอีกหลายสิบชื่อ ที่ปรากฏในปี 2024 แต่ไม่ได้หมายความว่าชื่อเหล่านี้ จะบ่งบอกว่าพวกเขากระทำผิด อาทิ นายแอนดรูว์ เมาท์แบทเทน-วินด์เซอร์ อดีตเจ้าชายอังกฤษ , อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน แห่งสหรัฐ รวมไปถึง ไมเคิล แจ็กสัน

ทั้งคลินตันและ ราชวงศ์อังกฤษ เคยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะที่ ไมเคิล แจ็กสัน เสียชีวิตในปี 2009 นอกจากนี้ยังมีชื่อของ อีลอน มัสก์ ที่ถูกระบุชื่อในบันทึกการบินที่เผยแพร่ในเดือนกันยายน

อีเมลล์ชุดล่าสุดของเอปสตีน ที่เผยแพร่เมื่อ 12 พฤศจิกายน ยังได้กล่าวถึง แลร์รี ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีคลังของ บิล คลินตัน และ สตีฟ แบนนอน อดีตผู้ช่วยของทรัมป์

ซัมเมอร์ส ได้ถอนตัวออกจากสาธารณะ โดยเขียนแถลงการณ์ว่า “ผมขอรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผมในการติดต่อกับคุณเอปสตีน”

ขณะที่ แบนนอน ไม่ได้ออกมาตอบกลับใดๆ ชื่อของทรัมป์ ยังถูกกล่าวถึงหลายครั้ง ซึ่งเขาก็ปฏิเสธมาตลอด

นอกจากนี้ยังมี ไมเคิล วูล์ฟฟ์ วัย 72 ปี นักข่าวและคอลัมนิสต์ชาวอเมริกัน เป็นนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับคนรวยและคนดัง มีหนังสือ Fire and Fury ที่เล่าถึงช่วงเวลาแรกของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ที่วงจำหน่ายในปี 2018 แฟ้มใหม่ของเอปสตีน เผยให้เห็นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนบ่งชี้ถึงการติดต่อระหว่าง วูล์ฟฟ์ กับเอปสตีน โดยมุ่งไปที่อีเมลล์ฉบับหนึ่ง ที่วูล์ฟฟ์ให้คำแนะนำเอปสตีน เกี่ยวกับทรัมป์ เนื่องจากทรัมป์กำลังหาเสียงชิงตำแหน่ง

คณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ยังได้เผยแพร่อีเมลล์หลายฉบับ ระหว่างเอปสตีนกับแคธรีน รูมเลอร์ ทนายความที่เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทำเนียบขาว สมัยบารัค โอบามา ในเดือนสิงหาคม 2561 ทั้งคู่ได้หารือกันถึงการจ่ายเงินปิดปากที่ทรัมป์จ่ายให้กับ สตอร์มี แดเนียลส์ ดาราหนังผู้ใหญ่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจในภายหลัง ซึ่ง ทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเขาเคยมีสัมพันธ์กับแดเนียลส์

โนม ชอมสกี นักภาษาศาสตร์เชิงทฤษฎีชาวอเมริกัน วัย 96 ปี ก็เป็นอีกคนที่มีชื่อ ซึ่งการสนทนาส่วนใหญ่เป็นเชิงวิชาการ ซึ่ง ชอมสกี ออกมาโต้ว่า เอปสตีน ได้ช่วยโอนเงินระหว่างบัญชีต่างๆของเขา โดยเขาไม่ได้เงินแม้แต่สตางค์เดียวจากเอปสตีน และ รับว่า รู้จักและเคยพบเป็นครั้งคราว

AP Photo/John Minchillo, File

เปิดความสัมพันธ์ ทรัมป์-เอปสตีน??

ทรัมป์และเอปสตีน ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนกันมาหลายปี และ มีวงสังคมที่คล้ายกัน เอกสารที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์อยู่ใน สมุดดำของเอปสตีน หรือ สมุดรายชื่อผู้ติดต่อ นอกจากนี้ บันทึกการบินยังแสดงให้เห็นว่า ทรัมป์บินอยู่บนเครื่องบินของเอสปตีนหลายครั้ง

พวกเขาถูกถ่ายภาพคู่กันหลายครั้งในงานปาร์ตี้ระดับสูง ในช่วงทศวรรษ 1990 และภาพถ่ายที่เผยแพร่โดย CNN อ้างว่าเป็นภาพของเอปสตีน ที่เข้าร่วมงานแต่งของทรัมป์ กับ มาร์ลา เมเปิลส์ ภรรยาของเขาในขณะนั้น

ปี 2002 ทรัมป์ กล่าวถึงเอปสตีนว่า เป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยม “เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุกมาก มีคนบอกว่าเขาชอบผู้หญิงสวยๆ เหมือนกับผม และหลายคนก็อายุน้อยกว่าด้วย”

ต่อมาเอปสตีนได้กล่าวว่า ผมเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของโดนัลด์มา 10 ปี ก่อนที่ทรัมป์จะออกมาบอกว่า พวกเขาทะเลาะกันในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งเป็นช่วงเวลา 2 ปี ก่อนที่เอปสตีนจะถูกจับครั้งแรกในปี 2008

ทำเนียบขาว บอกว่า ประธานาธิบดีไล่เขาออกจากสมาคม เพราะว่าทำตัวน่าขนลุก ขณะที่ The Washington Post บอกว่า ความสัมพัน์ของทั้งคู่พังทลายลง เนื่องจากการแข่งขันกันเรื่องอสังหาริมทรัพย์ในฟลอริดา

ภาพจาก CNN

เสียงจากเหยื่อ ที่ต้องทนทุกข์ทรมาณ

เหล่าเหยื่อ ได้ออกมาเล่าชีวิตที่ต้องทนทุกข์ทรมาณ เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับเอปสทีน

มารินา ลาเซอร์ดา เปิดเผยต่อสาธารณะครั้งแรกว่า ถูกทำร้ายตั้งแต่อายุ 14-17 ปี เธอมาจากบราซิล ทำงาน 3 งานเพื่อช่วยครอบครัว กระทั่งได้รู้จักกับงานมูลค่า 300 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ต้อง นวดให้ผู้ชายสูงอายุ เธอบอกว่านั่นคืองานที่เป็นฝันร้ายที่สุด

เฮลีย์ ร็อบสัน อายุ 16 ปี ตอนที่ถูกทารุณกรรม เธอบอกว่า เอปสตีน บังคับให้เธอพาเด็กผู้หญิงจากโรงเรียนมัธยมของเธอมาให้เขา นวดให้เขา หลังจากนั้นเธอถูกปฏิบัติราวกับเป็นอาชญากร

“วันนั้นเปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล… เมื่อฉันเข้าไปในห้องนวด เอปสเตนก็ถอดเสื้อผ้าและขอให้ฉันทำบางอย่างกับเขา” เธอเล่าว่าเมื่อเสร็จแล้ว เขาให้เงินเธอ 200 เหรียญ แล้วบอกให้เธอพาผู้หญิงมาที่บ้านของเขาเพิ่มอีกเพื่อนวดให้เขาเพื่อแลกกับเงินที่มากกว่านี้

เธอเล่าว่าเพราะความกลัว เธอจึงเริ่มพาผู้หญิงคนอื่นๆ จากโรงเรียนมัธยมของเธอไปให้เขา และเขาจ่ายเงินให้เธอ 200 เหรียญทุกครั้งที่เธอพาผู้หญิงมาหาเขา

อนูสกา เดอ จอร์จจีอู กล่าวว่า เอปสตีนและแม็กซ์เวลล์ ขู่ว่า หากเธอพูดไป หรือหากมีปัญหาเกิดขึ้น เธอจะต้องเจอกับผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง และ ข่มขู่ถึงชีวิต

เธอเผยว่า เธอถูกคุกคาม มีคนติดตามกระทั่งตอนที่เธอขับรถไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน

ลิซ่า ฟิลลิปส์ 1 ในเหยื่อ เล่าถึงสถานการณ์ถที่ถูกพาไปเกาะของเจฟฟรีย์ ในทะเลแคริเบียน ในปี 2000 ขณะที่เธอกำลังถ่ายรูปอยู่บนเกาะใกล้เคียง ซึ่งในขณะนั้นเธอได้เห็น “โลกที่กว้างใหญ่และน่าสะเทือนใจใบหนึ่ง” เธอบอกว่า การล่วงละเมิดไม่ได้เกิดกับเด็กสาวที่ไม่บรรลุนิติภาวะในฟลอริดาเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายร้อยคนที่ถูกล่วงละเมิดในนิวยอร์ก

เธอบอกว่า รัฐสภาต้องเลือกว่าจะปกป้องผู้ล่าหรือผู้รอดชีวิต และว่า ผู้รอดชีวิตได้พูดคุยถึงการสร้างรายชื่อของเราเอง และ บอกว่า พวกเขาจะรวบรวมรายชื่อของผู้คนที่พวกเขารู้ว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของเอปสตีน

เธอว่า “เรารู้จักชื่อของพวกเขา” และว่า “เราทุกคนรู้”

ทำไมคนถึงสนใจคดีนี้?

สมาชิกหัวรุนแรงของขบวนการ MAGA ของทรัมป์เชื่อมานานแล้วว่าเจ้าหน้าที่กำลังปกปิดความจริงสำคัญเกี่ยวกับชีวิตและความตายของเอปสตีน

บางคนตั้งทฤษฎีว่า กลุ่มอาชญากรที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กได้ปฏิบัติการในระดับสูงของสังคมสหรัฐ และได้รับการคุ้มครองจากรัฐ ทฤษฎีนี้แพร่กระจายผ่านข้อความลึกลับที่โพสต์โดยบุคคลนามแฝงที่ชื่อ Q

พันธมิตรของทรัมป์บางคน พยายามระงับกระแสต่อต้าน เดือนที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน ประกาศปิดสมัยประชุมก่อนกำหนด ทำให้ความพยายามในการบังคับให้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนภายใน 30 วันต้องหยุดชะงัก

ยังมีคำถามเกี่ยวกับเอสปตีนที่ประชาชนส่วนใหญ่ ต่างมีความเห็นตรงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่า ทำไมเขาถึงได้รับโทษเบาลงเช่นนี้ในรัฐฟลอริดา เขาและแม็กซ์เวลล์ กำลังกระทำเพียงลำพังจริงหรือ และเขาได้รับการอนุญาตให้ฆ่าตัวตายในคุกได้อย่างไร

Handout via REUTERS 

เรียบเรียงจาก BBC 1 / 2/

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง