หน้าแรก ต่างประเทศ มะกันขู่โลก ต...

มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด

25.08.26 | 08:09 น.
REUTERS

มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด

กระทรวงการคลังสหรัฐเตือนประเทศต่างๆ ให้ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน ภายใต้การประกาศ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” ต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ตามเวลาในสหรัฐ มิฉะนั้นประเทศที่ไม่ดำเนินการตามอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่าจะยังไม่ได้มีการใช้บทลงโทษในทันที แต่จะให้เวลาประเทศต่างๆ ในการปฏิบัติตามมาตรการของสหรัฐ


มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านครั้งใหญ่ของสหรัฐ มีขึ้นในขณะที่สงครามกับอิหร่านกำลังใกล้เข้าสู่เดือนที่ 6 โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐกำลังเปิดฉากการโจมตีทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ต่อเครือข่ายทางการเงินของอิหร่านทั่วโลก สหรัฐจะตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดกับประเทศนี้ และประเทศใดก็ตามที่ร่วมมือทางการเงินกับอิหร่านก็จะถูกโดดเดี่ยวเช่นกัน

เบสเซนต์ปฏิเสธที่จะระบุว่าประเทศใดบ้างที่จะตกเป็นเป้าหมาย หรือเมื่อใดมาตรการลงโทษดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคล นิติบุคคล และเรือจำนวน 60 รายการ แต่รายชื่อดังกล่าวไม่มีสถาบันการเงินของจีน ที่ต้องสงสัยว่าอำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมันของอิหร่าน

“ทำไมผมถึงต้องการทำลายระบบการเงินโลก? เราเชื่อว่าสิ่งสำคัญคือการกำหนดกรอบให้ชัดเจนและให้เวลาผ่อนผันเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม แต่พวกเขาควรรู้ว่าเรื่องนี้จะดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก และเราจริงจังกับเรื่องนี้” เบสเซนต์กล่าวระหว่างแถลงข่าว

Advertisement

เมื่อถูกถามว่ากระทรวงการคลังพร้อมที่จะการกับธนาคารจีนหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า ไม่มีประเทศใดจะรอดพ้นจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ และว่า “หากพวกเขาอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่เปลี่ยนน้ำมันของอิหร่านให้กลายเป็นเงิน ซึ่งถูกนำไปใช้ในการปราบปราม พวกเขาจะตกเป็นเป้าหมาย”

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมาหลายปีแล้ว และรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มความพยายามในการสกัดกั้นการซื้อน้ำมันจากอิหร่านของจีน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคารจีนแต่อย่างใด

ขณะที่ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน มีกำหนดพบกันที่กรุงวอชิงตันในช่วงปลายเดือนกันยายน การคว่ำบาตรธนาคารจีนครั้งใหม่อาจส่งผลกระทบต่อความหวังในการต่ออายุข้อตกลงที่บรรลุเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้แร่หายากของจีนยังคงไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐ และจำกัดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐ

มาตรการเมื่อวันอังคารมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจอื่นๆ ในจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศ รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันพืชแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส

เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐกำลังขยายขอบเขตกิจกรรมทางการค้าที่อาจถูกลงโทษด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยครอบคลุม 5 ภาคส่วนของเศรษฐกิจอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เทคโนโลยี การบิน และการเดินเรือ

เขาส่งสัญญาณล่วงหน้าว่า กระทรวงการคลังสหรัฐจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อสถาบันการเงินแห่งหนึ่งภายในสัปดาห์นี้ แต่โฆษกกระทรวงการคลังไม่ได้ตอบคำขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

แดเนียล ฟรีด อดีตผู้ประสานงานด้านมาตรการคว่ำบาตรของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่สถาบันแอตแลนติก เคาน์ซิล กล่าวว่า การประกาศครั้งนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่สมกับที่มีกล่าวอ้างไว้ แต่การใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจก็ยังดีกว่าการกลับไปสู่ความขัดแย้งทางทหารอีกครั้ง

ฟรีดกล่าวว่า แคมเปญกดดันอิหร่านจะต้องใช้เวลาและอาศัยความอดทนจึงจะเห็นผล รวมทั้งอาจต้องมีการยอมผ่อนปรนบางอย่างจากรัฐบาลทรัมป์เพื่อให้ได้รับความร่วมมือ

“คุณจะต้องทำให้ประเทศในอ่าวอาหรับเห็นพ้องด้วย และคุณต้องรับฟังว่าพวกเขาต้องการอะไร รวมทั้งต้องดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา” ฟรีดกล่าว

สงครามระหว่างทรัมป์กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น กำลังจะเข้าสู่เดือนที่ 6 ในไม่ช้า แม้การสู้รบอย่างหนักจะลดลงแล้ว แต่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามกลับชะงักงัน ขณะที่การขนส่งน้ำมันและวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น ส่งผลให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง

ขณะเดียวกัน คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงสู่ระดับต่ำสุด โดยผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสพบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 33% ที่เห็นชอบกับผลงานของเขา อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

ข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า นับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในปี 2025 สหรัฐได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านต่อบุคคล เรือ และอากาศยานมากกว่า 1,000 ราย

มาตรการล่าสุดมุ่งเป้าไปที่กองเรือน้ำมันเงาของอิหร่าน บริษัทประกันภัยด้านการขนส่ง เครือข่ายจัดหาอาวุธ และแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสามารถอายัดหรือระงับการใช้งานสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้ประมาณ 500,000 ล้านดอลลาร์

เบสเซนต์ได้ยกกรณีของธนาคารเมลลีแห่งอิหร่านขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยธนาคารแห่งนี้ยังคงเปิดดำเนินงานสาขาในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งเขาย้ำว่า ทุกสาขาของธนาคารเมลลีจะต้องถูกปิดและต้องถูกตัดขาดจากระบบโดยสิ้นเชิง