หน้าแรก ต่างประเทศ ญี่ปุ่น เปิดต...

ญี่ปุ่น เปิดตัว สำนักบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ดูแลเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน

2.11.26 | 17:30 น.
(Kenzaburo Fukuhara/Kyodo News via AP)

ญี่ปุ่น เปิดตัว สำนักบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ดูแลเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ญี่ปุ่นได้ประกาศเปิดสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติแห่งใหม่ ที่มุ่งเน้นด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศ ในการรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ เช่นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บิรเวณชายฝั่งแปซิฟิก หรือในกรุงโตเกียว รวมถึงการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ โดยจะมีเจ้าหน้าที่กว่า 350 คน ในสำนักบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาตินี้ ซึ่งจะทำหน้าที่กำกับดูแลการเตรียมความพร้อม การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินและการฟื้นฟูประเทศ

การจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวไม่ได้มีขึ้นเพื่อรับมือกับภัยพิบัติเฉพาะเจาะจงใดเหตุการณ์หนึ่ง แต่มีจุดประสงค์เพื่ออุดช่องว่างท่ามกลางความกังวลว่าญี่ปุ่นอาจยังไม่มีความพร้อมเพียงพอสำหรับวิกฤตการณ์ในระดับเดียวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2011 ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 20,000 คน รวมถึงเหตุวิกฤตนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมาที่ตามมา


ทั้งนี้ ญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ที่ผ่านมาญี่ปุ่นกลับไม่เคยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดการภัยพิบัติโดยเฉพาะมาก่อน

โกชิ โฮโซโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการฟื้นฟูประเทศ กล่าวว่า “ในฐานะศูนย์กลางสั่งการสำหรับการตอบสนองต่อภัยพิบัติ เราจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยตั้งเป้าที่จะเป็นประเทศที่มีความพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ดีที่สุดในโลก”

ทั้งนี้ โฮโซโนะจะเป็นผู้ดูแลหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นหัวหน้าหน่วยงาน

Advertisement

โฮโซโนะ ได้ออก “คำร้องขอฉุกเฉิน” ถึงทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนชาวญี่ปุ่น ให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่อยู่อาศัยต่อเหตุแผ่นดินไหว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ได้รับการยึดไว้อย่างแน่นหนา ประเมินขั้นตอนการอพยพ รวมถึงจัดเตรียมน้ำดื่มและห้องน้ำพกพาให้เพียงพอต่อการใช้งานอย่างน้อย 3 วัน และ “ขอให้ทุกท่านตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วยตนเองและลงมือปฏิบัติ”

โฮโซโนะ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบวิกฤตนิวเคลียร์ฟุกุชิมา กล่าวว่า เขาต้องการนำความเชี่ยวชาญจากเหตุการณ์ภัยพิบัติปี 2011 มาใช้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงานแห่งใหม่นี้

ทั้งนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า แม้จะไม่สามารถระบุเวลาและสถานที่ที่แน่ชัดได้ แต่ทางการต้องการให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้า

โดยความกังวลที่ใหญ่ที่สุดคือเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณร่องลึกก้นสมุทรนันไก ซึ่งอยู่ใต้ทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น โดยจากการประเมินของรัฐบาล เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 298,000 คน มีผู้ต้องอพยพ 6.5 ล้านคน และบ้านเรือนสูญหายหรือเสียหายถึง 2.35 ล้านหลัง

โฮโซโนะกล่าวว่า “หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง อนาคตของเราก็จะตกอยู่ในความเสี่ยง”

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเกือบ 200,000 คน หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จากร่องลึกก้นสมุทรอีกสองแห่งนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ส่วนเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในเขตมหานครโตเกียวนั้น คาดว่าจะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 18,000 คน มีผู้ต้องอพยพ 4.1 ล้านคน และบ้านเรือนสูญหายหรือเสียหาย 400,000 หลัง

ขณะเดียวกัน การปะทุของภูเขาไฟฟูจิอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวน 790,000 คน รวมถึงบ้านเรือนของพวกเขา อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบคมนาคม สายส่งไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่าง ๆ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถูกวิพากษ์วิจารณ์มานานในเรื่องศูนย์อพยพที่มีอุปกรณ์ไม่เพียงพอ โดยปกติแล้วผู้ประสบภัยมักจะต้องไปรวมตัวกันอยู่ในโรงยิม ศูนย์ชุมชน หรือห้องเรียน ซึ่งขาดความเป็นส่วนตัว เครื่องนอน ห้องน้ำที่สะอาด หรืออาหารร้อน ๆ สภาพแวดล้อมที่ยากลำบากเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตได้

หน่วยงานดังกล่าวจึงตั้งเป้าที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการจัดเตรียมห้องน้ำเคลื่อนที่ที่สะอาด ห้องครัวที่สามารถปรุงอาหารร้อน ๆ ได้ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการอาบน้ำอุ่น รวมถึงเตียงที่ทำจากกระดาษแข็ง