สหัสวัต-รักชนก เผยภายหลังศาลนัดตรวจหลักฐานคดีสุชาติฟ้องหมิ่นประมาท กรณีพาดพิงซื้อตึก Skyy9 ยันไม่หนักใจกับคดีนี้ พร้อมสู้ถึงที่สุด เพราะทำเพื่อประโยชน์ของ ปชช. พร้อมฝากเรียนไปถึง รมต.แรงงาน ให้รีบตั้งคณะกรรมการใหม่เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังศาลนัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.740/2568 ที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) และ นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรค ปชน. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท
กรณีที่ทั้งสองร่วมกันแถลงข่าวกล่าวหาว่าสมัยที่นายสุชาติดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่สำนักงานประกันสังคมเข้าซื้อตึก skyy9

โดยการตรวจหลักฐานวันนี้ทั้ง น.ส.รักชนกและนายสหัสวัตยังคงให้การปฏิเสธ และศาลได้นัดวันสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569 และวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2568 จะเป็นการสืบพยานจำเลย ทั้งนี้ วันนี้ทั้งคู่ต้องยื่นขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากเข้าสู่กระบวนการของศาลและมาปรากฏตัวต่อศาลครั้งแรกในคดีนี้
เวลา 14.50 น. นายสหัสวัตให้สัมภาษณ์ว่า ในการตรวจหลักฐานวันนี้ทั้งตนและ น.ส.รักชนกยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าสิ่งที่พวกตนทำเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณะในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ซึ่งมีการทำบัญชีพยานเอกสาร รวมถึงพยานบุคคล ที่มีทั้งนักวิชาการ ข้าราชการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใครบ้าง
เมื่อถามว่า คดีนี้มีความหนักใจหรือไม่ นายสหัสวัตกล่าวว่า ตนและ น.ส.รักชนกไม่หนักใจคดีนี้ เพราะอย่างที่บอกไป สิ่งที่ทำเป็นการทำเพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหารตามหน้าที่ของ ส.ส. และนายสุชาติถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ สามารถตรวจสอบได้

ด้าน น.ส.รักชนกกล่าวว่า คดีนี้ตนกับนายสหัสวัตถูกฟ้องในฐานะที่พวกตนไปแถลงข่าวว่าตึก Skyy9 ที่ประกันสังคมลงทุนมูลค่า 7,000 ล้านบาท แต่มูลค่าจริงๆ อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เรื่องนี้จริงๆ มีคณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้นมาโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และผลก็ออกมาชัดเจนว่าการลงทุนครั้งนี้มีความผิดพลาด ซึ่งการลงทุนจริงๆ จะต้องอยู่ที่ประมาณ 3,800 ล้านบาทเท่านั้น และมีความเร่งรีบผิดปกติ รวมถึงมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง และทั้งตนและนายสหัสวัตก็ได้ยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ก.ล.ต. และนำเรื่องเข้ากรรมาธิการติดตามงบจำนวน 4 ครั้ง จนพบข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีการบิดเบือนข้อมูลว่ามีใบ Certification ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มี และนำข้อมูลส่วนนี้ไปโก่งราคา
น.ส.รักชนกกล่าวว่า เมื่อข้อเท็จจริงมาถึงขนาดนี้ จึงต้องถามกลับไปยัง ป.ป.ช.และ ก.ล.ต.ว่าความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว พวกตนทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นคนผิดถูกลงโทษเลย และเรื่องนี้ถูกตั้งคณะกรรมการในกระทรวงแรงงานอีกครั้งนึง ปรากฏว่าประธานสอบเรื่องนี้ถูกล็อบบี้ให้ลาออกไปสองคนแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีประธานสอบหาคนผิดเลย ตนทำตามหน้าที่ฝ่ายค้านตัวเล็กๆ แล้ว หลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล
น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า อยากให้ทุกฝ่ายให้กำลังใจกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าที่นำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผย ถ้าไม่มีกลุ่มนี้ก็ไม่มีใครทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประกันสังคม และอยากให้ทุกคนจับตาดูเรื่องนี้ ยืนยันว่าที่ทำไปทั้งหมดเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกันตน 24 ล้านคน และผู้ประกันตนที่ได้รับทราบข้อมูลคงจะได้รู้ว่าใครพยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ ใครพยายามที่จะยืดเรื่องนี้ออกไป

- รักชนก-สหัสวัต ขึ้นศาล ตรวจหลักฐานคดี ‘สุชาติ’ ฟ้องหมิ่น ปมตึก skyy9 สืบพยานนัดแรก 17 พ.ย.69
- ส่อล่ม! ปธ.สอบวินัย ปมซื้อตึกSkyy9 ยื่นลาออก ตรีนุช เร่งหาคนใหม่ ย้ำไม่กำหนดเวลา อยากได้ผู้ที่พร้อมจริงๆ
- รักชนก เสนอตั้งปลัดมท.นั่งปธ.สอบตึกSkyy9 ขออนุทินสั่งเข้ม หลังรมต.เกรงใจกันไปมา
เมื่อถามว่า มองว่าการฟ้องครั้งนี้เป็นการฟ้องปิดปากเพื่อไม่ให้ดำเนินการต่อหรือไม่ น.ส.รักชนกกล่าวว่า ไม่บอกว่ากรณีนี้เป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ สื่อมวลชนและประชาชน รวมถึงผู้ประกันตนน่าจะทราบว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า นายสุชาติมีหลักฐานความบริสุทธิ์ที่จะมาต่อสู้ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง น.ส.รักชนกกล่าวว่า ส่วนนี้ก็ต้องให้นายสุชาตินำเอกสารและความจริงทั้งหมดเข้ามาต่อสู้ ส่วนในอนาคตถ้าเกิดแพ้คดีขึ้นมา ค่าเสียหายที่นายสุชาติเรียกนั้นก็ต้องเรียนตามตรงว่าเงินจำนวน 50 ล้านบาทตนน่าจะไม่มีมาจ่ายแน่นอน แต่ตนมองว่าในอนาคตหากตนแพ้คดี ผู้ประกันตนก็ทราบแล้วว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นกับเงินในกองทุนประกันสังคม
เมื่อถามว่า ทำไมในวันนี้ภายหลังจากที่ตรวจหลักฐานเสร็จต้องยื่นขอปล่อยชั่วคราวด้วย นายสหัสวัตกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการของศาลตามปกติอยู่แล้ว คดีนี้เป็นคดีที่ราษฎรฟ้องเอง ก่อนหน้านี้ก็มีการไต่สวนไปแล้ว เมื่อศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง จำเลยจะต้องยื่นขอปล่อยชั่วคราว ศาลนัดตรวจหลักฐานในวันนี้และเป็นการปรากฏตัวต่อศาลครั้งแรก จึงต้องยื่นขอปล่อยชั่วคราว โดยการยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวเป็นเงินส่วนตัวของตน

เมื่อถามว่า การซื้อตึกดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือไม่ นายสหัสวัตกล่าวว่า อย่างที่พวกตนได้แถลงไปที่หน้าตึก Skyy9 ก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่ง คิดว่าการมาขึ้นศาลในรอบนี้เมื่อศาลเรียกพยานเอกสารและพยานหลักฐานต่างๆ เข้ามานั้นจะมีอะไรชัดเจนมากขึ้นแน่นอน
นายสหัสวัตกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ประธานการตรวจสอบของกระทรวงแรงงานได้ลาออกไป 2 คน จึงอยากฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่อย่าง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าเมื่อไหร่จะตั้งประธานกรรมการคนใหม่เพื่อมาตรวจสอบเรื่องตึก Skyy9 สักที ถ้าสามารถดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร็วก็จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

