รุมร้องร้านเสริมความงามดัง โยงนักธุรกิจอิสราเอล ขายคอร์ส-เครื่องสำอางราคาสูง จี้ขอคืนเงิน แต่ถูกปฏิเสธไม่ได้ ปิดร้านหนี สงสัยใช้ชื่อใหม่เปิดห้างอื่น

13.09.26 | 20:37 น.

รุมร้องร้านเสริมความงามดัง โยงนักธุรกิจอิสราเอล เช่าพื้นที่ห้างดัง ใช้กลยุทธ์ขายของพิสดาร ลูกค้าขอเงินคืน ขอต่อรอง เกิดปัญหาปิดร้านหนี สงสัยใช้ชื่อใหม่ไปเปิดห้างอื่น

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจและร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หลังได้รับความเดือดร้อนจากร้านจำหน่ายเครื่องสำอางและให้บริการเสริมความงามที่เปิดอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง โดยผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตว่า ร้านเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันผ่านบริษัทหลายแห่ง ซึ่งมีกรรมการเกี่ยวพันกัน และมีกลุ่มนักธุรกิจชาวอิสราเอลถือหุ้น 49% พร้อมกล่าวอ้างว่าเมื่อเกิดปัญหากับลูกค้า บางร้านจะทยอยปิดกิจการ ก่อนใช้ชื่อใหม่ไปเปิดในห้างแห่งอื่น

ผู้เสียหายรายแรกระบุว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ได้ซื้อสินค้าและบริการจากร้านเสริมความงามแห่งหนึ่ง รวม 6 รายการ เป็นเงิน 225,800 บาท ก่อนเข้ารับบริการร้อยไหมตามนัดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม  ทางร้านแจ้งว่าจะนัดแพทย์ตรวจผิวหน้า แต่เมื่อถึงร้านทางร้านแจ้งว่าแพทย์เดินทางกลับแล้ว แต่ได้สอนพยาบาลดูแลผิวหน้าแทน โดยบอกว่า พยาบาลจะทำการร้อยไหมให้ หลังจากพยาบาลทำเสร็จแล้ว ได้แจ้งว่า หากต้องการร้อยไหมแบบนี้อีกต้องเป็นสมาชิกในราคา 85,000 บาท ทางลูกค้าแจ้งว่าไม่มีเงินมากขนาดนั้น ทางร้านจึงลดให้เหลือ 70,000 บาท และยื่นคิวอาร์โค้ดให้สแกน ด้วยท่าทีกดดันเร่งให้รีบสแกน ด้วยสถานการณ์ที่รุมล้อม มีพนักงาน 3 คน ผู้เสียหายไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้จึงจำใจสแกน


จากนั้นทางร้านเสนอผลิตภัณฑ์ 3 รายการ ซึ่งผู้เสียหายไม่ได้ต้องการซื้อ และไม่ได้บัตรสมาชิกที่ทางร้านบอกมาตั้งแต่แรก  นอกจากนี้มาทราบภายหลังว่าพนักงานของร้านที่มาร้อยไหมในวันดังกล่าวไม่ใช่พยาบาล แต่เป็น Therapist  และเมื่อสอบถามว่า ร้อยไหมในวันนั้นเป็นแบบไหน ได้แจ้งว่า เป็นโปรตีนคอลลาเจ้นจากธรรมชาติ

ผู้เสียหาายรู้สึกไม่สบายใจทั้งเรื่องการทำร้อยไหมที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งได้สินค้าที่ไม่ต้องการ จึงนำผลิตภัณฑ์ไปคืน ทางร้านไม่ยอมรับคืน บอกว่า ให้ติดต่อบริษัท  แต่เมื่อผู้เสียหายโทรไป ระบบแจ้งว่าหมายเลขที่ได้มานั้นไม่เปิดใช้บริการ  ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความ เพื่อขอรับเงินคืน ปรากฏว่าขณะนี้ทางร้านได้ปิดตัวลงไปแล้ว แผลิตภัณฑ์ที่นำไปคืนเพื่อขอเงินคืนทางร้านก็เอาไปด้วย รวมมูลค่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 225,800 บาท แม้ทางผู้เสียหายจะพยายามติดต่กับทางร้าน แต่ก็ถูกบล็อก

ส่วนผู้เสียหายรายที่ 2 ระบุว่า ขณะเดินอยู่ภายในห้างแห่งหนึ่ง ถูกพนักงานร้านเครื่องสำอางชักชวนและกดดันให้ทดลองครีม โดยระหว่างนวดได้อ้างว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวดหน้ามีราคาหลักแสน และมีคุณสมบัติช่วยยกกระชับใบหน้า จากนั้นเสนอคอร์สนวดหน้าราคา 150,000 บาท แม้ผู้เสียหายจะปฏิเสธ  พนักงานค่อย ๆ ลดลงเหลือ 70,000 บาท ผู้เสียหายได้ปฏิเสธไปหลายครั้ง แต่ในห้องถูกรุมล้อมด้วยพนักงานหลายคน และชาวต่างชาติผู้ชายตัวใหญ่ ซึ่งนำครีมมาให้ทดลอง มีการสัมผัสตัวตลอดเวลา ทำให้หวาดกลัว บางช่วงมีการดึงบัตรเครดิตออกไปจากมือด้วย ตอนนั้นรู้สึกกดดัน จนยอมชำระเงิน  70,000 บาท ซึ่งเป็นการชำระอย่างไม่เต็มใจ

Advertisement

ผู้เสียหายรายดังกล่าวระบุว่า ร้านแจ้งว่าเงินจำนวนนี้เป็นค่าบริการนวดหน้า 36 ครั้ง แต่ในใบเสร็จกลับระบุเป็นค่าสินค้าที่บอกว่าแถมมาให้ในใบกำกับภาษี แต่ไม่มีการบริการ 36  ครั้ง วันรุ่งขึ้นจึงติดต่อธนาคารเพื่อขอระงับการชำระเงิน พร้อมร้องเรียน สคบ.และห้างสรรพสินค้า

ต่อมาร้านยินยอมทำบันทึกข้อตกลงคืนเงิน แต่ผู้เสียหายระบุว่าในข้อตกลงมีเงื่อนไขห้ามร้องเรียนต่อ สคบ.และห้าง เมื่อครบกำหนด 30 วันกลับยังไม่ได้รับเงินคืน ขณะที่ธนาคารไม่สามารถติดต่อร้านได้ และร้านสาขาดังกล่าวได้ปิดตัวลงหลังเกิดเรื่อง มีการร้องเรียนกับทางห้าง ได้รับแจ้งว่ามีผู้ร้องเรียนมาเยอะ เลยยุติสัญญาเช้า

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีก 2 รายเข้าแจ้งความ โดยระบุว่าเข้าไปใช้บริการร้านเสริมความงาม ก่อนถูกเสนอขายสินค้าและคอร์สต่างๆ และมีการนำบัตรเครดิตไปชำระเงิน 2 ครั้ง จำนวน 84,000 บาท และ 48,000 บาท รวม 132,000 บาท เมื่อทั้งคู่ขอยกเลิกสินค้าและบริการเพื่อรับเงินคืน กลับได้รับแจ้งว่าไม่สามารถคืนเงินได้

กลุ่มผู้เสียหายระบุว่า หลังตรวจสอบข้อมูลพบว่าร้านเสริมความงามที่ถูกร้องเรียนเปิดดำเนินการในนามบริษัทหลายแห่ง โดยมีรายชื่อกรรมการบางส่วนเกี่ยวพันกัน และมีกลุ่มนักธุรกิจชาวอิสราเอลถือหุ้น 49% จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีผู้เสียหายในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย เนื่องจากที่ผ่านมาเคยปรากฏข่าวร้องเรียนร้านเสริมความงามที่มีพฤติการณ์คล้ายกันมาแล้วหลายครั้ง