เลือกตั้งซ่อม ก.ต. ศาลฎีกา-ศาลอุทธรณ์ “กีรติ” คิว ปธ.ศาลฎีกา ปี 70 ได้อันดับ 1 ส่วนศาลอุทธรณ์ “ไตรรัตน์-สุวิชา” เข้าป้าย ชูผลงาน ตั้ง กก.ศึกษาบังคับโทษ
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีประกาศคณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือกซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิเรื่อง รายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ แทนกรรมการท่านเก่า (เลือกตั้งซ่อม) ที่พ้นจากตำแหน่ง ในชั้นศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์
การตรวจนับคะแนนเลือกซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 36 (2) (ก) และ (ข) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ปรากฏผลดังนี้
โดยประเภทกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา ผู้ได้รับเลือกคะแนนอันดับ 1 นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ได้ 91 คะแนน 2.นายพรหมมาศ ภู่แส ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้ 78 คะแนน
ประเภทกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลชั้นอุทธรณ์ ผู้ได้รับเลือกคะแนน อันดับหนึ่ง 1.นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ 342 คะแนน 2.นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ 340 คะแนน
โดยบุคคลที่น่าสนใจที่ได้รับเลือกครั้งนี้ อาทิเช่น
นายกีรติซึ่งเป็นคิวประธานศาลฎีกาในปี 2570 ต่อจากนายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ที่ผ่านมาเคยเป็นอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ในชั้นศาลฎีกา ทำหน้าที่กลั่นกรองงานด้านบริหารงานบุคคลและวินัยที่ผ่านมาเคยเป็นคณะกรรมการในศาลหลายชุด
อีกคนคือ นายสุวิชา ซึ่งเคยได้รับเลือกเป็น ก.บ.ศ.ในศาลชั้นต้น เเละศาลอุทธรณ์ อดีตยังเคยได้รับเลือกเป็น ก.ต.ศาลชั้นต้น เเละเคยดำรงตำเเหน่ง อ.ก.ต.หลายสมัย เคยมีผลงานร่วมผลักดันให้ขยายวาระในการดำรงตำแหน่งของศาลชั้นต้นจาก 5 ปีเป็น 6 ปี และคัดถ่ายคำพิพากษาเป็น 10 วัน ทำการ เรียกได้ว่าเป็นผู้ผลักดันเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ อันพึงมีพึงได้ ให้กับผู้พิพากษา
เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้มีเครื่องหมาย “ผู้พิพากษา ” เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของความซื่อสัตย์และยุติธรรม และผลักดันในเรื่องค่าตอบแทนให้กับผู้พิพากษาในทุกกชั้นศาล เมื่อได้รับความไว้วางใจ เป็น ก.บ.ศ.มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ ก.บ.ศ. ตั้งอนุกรรมการ ศึกษาและพัฒนาเพื่อบังคับโทษในทางอาญา และมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ



