หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เปิด 4 เกณฑ์เ...

เปิด 4 เกณฑ์เลือก ‘1 จังหวัด 1 เมนู’ ย้ำไม่ใช่โอท็อป แต่เลือกอาหารพื้นถิ่นต่อยอดซอฟต์เพาเวอร์

6.09.23 | 10:45 น.
ด้านหลังคือเมนูเมี่ยงตาสวด (นครพนม)

เปิด 4 เกณฑ์คัดเลือก ‘1 จังหวัด 1 เมนู’ เล็งดึงอาหารถิ่นต่อยอดซอฟต์เพาเวอร์

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาหาร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สวธ.ประกาศรายชื่อผลคัดเลือก “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ…ที่หายไป” ประจำปีงบประมาณ 2566 และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งข้อสงสัยของรายชื่ออาหารบางจังหวัดที่คนท้องถิ่นไม่รู้จักนั้น การคัดเลือกเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

ข้อแรก ต้องเป็นอาหารพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่นที่เคยกินตั้งแต่ดั้งเดิม แต่กำลังสูญหาย แม้ว่าจะมีอยู่แต่ก็เหลือน้อยมีไม่กี่ร้านที่ยังขายอยู่

ข้อ 2 อาหารเหล่านี้ต้องใช้วัตถุดิบ และใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นๆ ในการปรุงและประกอบอาหาร

ข้อ 3 เป็นอาหารที่ท้องถิ่นกินอยู่ทุกวันนี้ แต่คนไม่ค่อยรู้จัก หรือรู้จักดี แต่ยังสามารถต่อยอดเชิงเศรษฐกิจได้

Advertisement

และ ข้อ 4 อาหารเหล่านี้ต้องมีคุณค่าทางโภชนาการ มีความเป็นสมุนไพร ดีต่อสุขภาพ

“ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารหลายอย่างคนจึงไม่เคยได้ยินชื่อ โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ต้องการรวบรวมข้อมูลประวัติศาสตร์ของอาหารไทยที่มีอยู่ดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นถิ่น อาหารชนเผ่า ฯลฯ เพื่อให้คนไทยเกิดการรับรู้ ตระหนักและส่งเสริมการกิน ต่อยอดเป็นซอฟต์เพาเวอร์ โครงการนี้ไม่ได้นำอาหารที่คนกินอยู่ทุกวันมาบอกต่อสาธารณะ แต่ต้องการขยายวงกว้างของอาหารไทยให้กว้างใหญ่มากกว่านี้ จึงมีชื่อของอาหารที่แปลกๆ ดังนั้น อย่าเอาช่วงชีวิตของตัวเองมาตัดสิน

“โครงการ 1 จังหวัด 1 เมนู ไม่ใช่โอท็อป ไม่ใช่อาหารที่เลือกขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารประจำจังหวัด แต่เป็นอาหารพื้นที่ อาหารพื้นถิ่น ซึ่งจังหวัดหนึ่งอาจมีเป็น 10 เมนูก็ได้” ดร.สง่ากล่าว

ดร.สง่ากล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวจะทำต่อเนื่อง เพื่อค้นหาว่ามีอาหารอะไรเพิ่มเติมอีกบ้างในแต่ละจังหวัด ส่วนการที่มีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อาจเพราะยังสื่อสารให้สังคมเข้าใจได้ไม่ดีพอ ดังนั้น ต้องเร่งทำความเข้าใจที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ฐานข้อมูลแล้วจะมีการคัดเลือกว่าเมนูไหนที่ควรจะส่งเสริมในเชิงเศรษฐกิจ เป็นซอฟต์เพาเวอร์ ให้ร้านอาหารทำเมนูเหล่านี้มาขายให้คนได้กินมากขึ้น และนำมาสื่อสารว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ทำให้เกิดความภาคภูมิใจว่าอาหารไทยไม่ได้มีเฉพาะต้มยำกุ้ง ผัดไทย แกงเขียวหวานเท่านั้น อาหารไทยยังมีอีกมากมาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง