ย้อนรอย มหากาพย์ 7 ปี ปมขัดแย้งกรุงเทพคริสเตียน ก่อนตัดจบ กช.คืนอำนาจบริหาร
ปิดจบตำนานปมขัดแย้ง ‘กรุงเทพคริสเตียน’ หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีคำสั่งยกเลิกการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ ที่ยึดยื้อมานานถึง 7 ปี
“มติชนออนไลน์” จะขอเล่าย้อนไทม์ไลน์ “ความขัดแย้ง” เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2562 จากการขัดแย้งภายใน ไปสู่เหตุนักเรียนและผู้ปกครองกว่า 500 รวมตัวประท้วงด้วยการแต่งชุดดำแสดงจุดยืน ก่อนถูกคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) มีคำสั่งเข้าตั้งกรรมการเข้า “ควบคุม” เพื่อยุติความขัดแย้ง
ก่อนที่จะไปถึงจุดเริ่มต้นความขัดแย้งภายใน ‘กรุงเทพคริสเตียน’ ต้องทำความเข้าใจ “โครงสร้าง” และ “การบริหาร” ของโรงเรียนก่อน โดยโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เป็นโรงเรียนในเครือสภาคริสตจักรในประเทศไทย (CCT)
สภาคริสตจักรในประเทศไทย (CCT) ก่อตั้งขึ้นในปี ในปี พ.ศ.2477มีหน้าที่รับผิดชอบการเผยแผ่ศาสนา โดยสภาคริสตจักร อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากงานด้านศาสนา สภาคริสตจักร ยังมีส่วนร่วมทางสังคมมากมาย เช่น การก่อตั้งโรงพยาบาล และสถานศึกษาหลายแห่งขึ้นในประเทศ
เมื่อมีสภาคริสตจักร โรงเรียนคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ในประเทศไทย จึงเข้ามาอยู่ในความดูแลของสภาคริสตจักรโดยตรง ภายใต้การบริหารของ “มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย” (The Foundation of the Church of Christ in Thailand) โรงเรียนในสังกัด กว่า 30 แห่งทั่วประเทศ รวมถึง กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยด้วย

ทั้งนี้ มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย มีหลักบริหารโรงเรียนในเครือ คือ มูลนิธิ ในฐานะองค์กรแม่ จะทำการคัดเลือกบุคลากร ส่งไปดูแลบริหารโรงเรียนต่างๆ ซึ่งในปี พ.ศ.2560 มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ในฐานะผู้รับใบอนุญาต มีมติแต่งตั้ง “นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์” ขึ้นเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน คนใหม่
สำหรับ นายศุภกิจ หรือ อาจารย์ทอม เรื่องได้ว่าเป็นลูกหม้อของโรงเรียนก็ว่าได้ เพราะเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน (รุ่น 134) หลังเรียนจบไปเรียนต่อปริญญาตรี ที่คณะมนุษยศาสตร์ เอกดนตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนที่กลับมาเป็นครูสอนวิชาดนตรี ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน
“อาจารย์ทอม” ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการโรงเรียน” ได้รับการชื่นชมจากนักเรียน ผู้ปกครอง และสังคมว่า ในฐานะที่เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ กล้าคิด กล้าทำ เข้าใจเด็ก และยังเป็นผู้กล้าริเริ่มสิ่งต่างๆ ในวงการศึกษา เช่น การเริ่มนโยบายให้แต่งชุดไปรเวต โดยให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวตมาโรงเรียน 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมเสรีภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาและสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นจำนวนมากในขณะนั้น

-
จุดเริ่มต้นความขัดแย้ง
หลังจากที่ นายศุภกิจ ดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการโรงเรียน” ได้ 2 ปีครึ่ง แต่อยู่ๆ สภาคริสตจักร มีมติปลด นายศุภกิจ และ ดร.วัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการของโรงเรียน ในขณะนั้นออก และแต่งตั้ง “นายบรรจง ชมพูวงศ์” เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนและรักษาการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน
สร้างความสับสนให้กับครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนอย่างมาก จนเกิดคำถามว่าทั้ง 2 คนไปทำอะไร ทำมถึงถูกสั่งพักงาน?
ต่อมามีการให้เหตุผลที่สั่งพักงานว่า สาเหตุมาจากการใช้งบประมาณกว่า 70 ล้านบาทจัดซื้อโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา ที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ บริหารงานผิดพลาดและการทำผิดขั้นตอน พร้อมกับตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงอีกด้วย!!
นายศุภกิจ และ ดร.วัชรพงษ์ มองว่าการถูกพักงานและให้ออกจากตำแหน่งครั้งนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม
ต่อมาทางโรงเรียนจดหมายไปหาสภาคริสตจักร เพื่อตั้งคำถามว่า การปลดผู้อำนวยการ และ ผู้จัดการโรงเรียน เพียง 2 คนเท่านั้น นั้นมีการตั้งคำถามตามอีกว่า ผลการสอบจะเป็นธรรมหรือไม่ หลังจากพบว่าคณะกรรมการที่สอบสวน มีความเกี่ยวข้องกับสภาคริสตจักร?
เมื่อไม่มีการแถลงต่อสังคมให้หายสงสัย ทำให้นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ตั้งคำถามการทำงานของ “สภาคริสตจักร” ดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังเกิดข้อกังวลว่าการปลดผม.ครั้งนี้ จะให้โรงเรียนที่กำลังเดินหน้าไปด้วยดี จะถอยหลังลงคลองหรือไม่? และหลายคนรู้สึกว่า “นายศุภกิจ” นั้น อาจจะถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอำนาจหรือไม่? จึงรวมตัวก่อตั้งเพจ “องค์กร SaveBCC” ในเดือนสิงหาคม 2562 เพื่อรวบรวมข้อมูล และเรียกร้องขอความยุติธรรมขึ้นมา
อ่านข่าว – สะพัด! ผอ.-ผจก.กรุงเทพคริสเตียน ถูกให้ออก-ตั้งคณะกรรมการสอบ

-
ผุด #SaveBCC แต่งชุดดำเรียกร้องความยุติธรรม
เมื่อประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมมากขึ้น อีกทั้งทาง องค์กรSaveBCC ได้ประกาศรวมตัว ในวันที่ 27 สิงหาคม โดยจัดกิจกรรม “แต่งกายชุดดำ” เพื่อเรียกร้องขอคำตอบจากสภาคริสตจักร เป็นการแสดงพลังของคนในโรงเรียน ว่าจะไม่ยอมให้ นายศุภกิจ ที่ไม่มีความผิดโดนกลั่นแกล้ง พร้อมกับผุด “#SaveBCC” จนฮิตติดเทรนด์ในโลกออนไลน์
ความขัดแย้งยังมีต่อเนื่องเมื่อ ช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม ก่อนวันนัดรวมตัวแสดงจุดยืนเพียง 1 วัน “นายบรรจง” รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ประกาศหยุดโรงเรียน 1 วัน โดยให้เหตุผลว่า “มีความจำเป็น เพราะต้องการป้องกันสถานการณ์ที่จะสร้างความสับสน”
แม้จะประกาศหยุดเรียนแล้วก็ไม่เป็นผล ในวันที่ 27 สิงหาคม องค์กร Save BCC ที่ประกอบก้วย นักเรียน ศิษย์ ผู้ปกครองต่างแต่งชุดดำ เรียกร้องความเป็นธรรม พร้มอออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน ใน 4 ประเด็น ดังนี้ 1.องค์กร Save BCC ต้องการเห็นการดำเนินการตามพันธกิจของโรงเรียน ซึ่งตามโครงสร้าง คณะกรรมการบริหารจะต้องมีความเป็นอิสระในการบริหารและถ่วงดุลโดยผู้ปกครอง ครู ซึ่งเห็นว่าความถูกต้องคือโรงเรียนไม่ควรถูกแทรกแซงจากองค์กรภายนอก
2.กรณีสอบสวนขอให้ดำเนินไปโดยหลักธรรมาภิบาลและกระบวนการสอบสวนที่เป็นธรรม มีการแจ้งข้อกล่าวหาที่พอเพียง และดำเนินการโดยบุคคลที่เป็นกลาง เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์
3.เรียกร้องขอให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจกำกับดูแลมาเป็นองค์กรกลาง มีส่วนร่วมในการหาข้อยุติของกรณีปัญหา เพื่อให้เกิดความโปร่ง
และ 4. ขอให้มีการทบทวน คณะกรรมการบริหารโรงเรียนและผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งรักษาการ โดยแต่งตั้งผู้ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของคณะครูและนักเรียน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในการบริหารงาน และดำเนินงานของโรงเรียนต่อไป

-
‘ศุภกิจ’ เปิดใจยันไม่ทุจริต-ถูกปลดไม่เป็นธรรม
องค์กรSaveBCC ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมอยู่ตลอดเวลา เพราะแม้จะออกแถลงการณ์และแสดงจุดยืนไป แต่ยังไม่ได้รับการชี้แจง และได้รับคำตอบจากสภาคริสตจักร จึงนัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ วันที่ 28 ตุลาคม 2562 และวันที่ 6 พฤศจิกายน
โดยวันที่ 6 พฤศจิกายน องค์กรSaveBCC ออกมาเรียกร้องอีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้น นายศุภกิจ ที่ได้ออกเปิดใจหลังจากถูกปลดว่า ยืนยันมาตลอดว่าตนไม่ผิด ตนอยากได้ความยุติธรรม หากตนผิด ทุจริตจริง พร้อมที่จะเดินออกไป แต่จนถึงปัจจุบันนี้ ตนยังไม่เข้าใจว่ามีความผิดอะไร เพราะวันที่มีการจัดซื้อที่ดินและกิจการของโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา หรือ โรงเรียนบึงกาฬคริสเตียนนั้น ตนอยู่ต่างประเทศ แต่กลับถูกคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน โดยให้เหตุผลว่าต้องรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม และไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะข้อมูลรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างตนเผยแพร่ให้กับสังคมทั้งหมดให้รับทราบแล้ว ถ้าสังคมตัดสินว่าสิ่งที่ตนกระทำนั้นผิด ก็พร้อมที่จะเดินออกไป
“ผมพยายามที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ใจ มีความตั้งใจ ในสิ่งที่ทำให้กับโรงเรียนมาตลอด ผมไม่เคยคิดที่จะมาทำงานเพื่อตัวเอง และยืนยันว่าการทุจริตไม่มีแน่นอน” นายศุภกิจ ระบุ
อ่านข่าว – ‘องค์กร SaveBcc’ บุก ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน ‘ศุภกิจ’ ย้ำ ไม่เคยทุจริต ถูกปลดไม่เป็นธรรม

-
สั่งตั้งกรรมการควบคุมโรงเรียน
เหตุการณ์สั่งพักงานผู้อำนวยการ และการรวมตัวเชุมนุมประท้วงของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และศิษย์เก่าของโรงเรียนได้ดำเนินการมาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายเดือน ซึ่งเพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และอาจจเกิดความไม่สงบเรียบร้อย
เมื่อเหตุการณ์ยังไม่มีท่าที่จะยุติลง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงมีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง ให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอยู่ในความควบคุม ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
โดยในหนังสือคำสั่งระบุว่า เพื่อให้การดำเนินกิจการของโรงเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 96 (2) และ (5) ประกอบกับมาตรา 98 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนพ.ศ. 2550 จึงสั่งให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอยู่ในการควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการ และผู้จัดการส่งมอบทรัพย์สินพร้อมด้วย สรรพสมุดบัญชี เอกสาร และสิ่งอื่นเกี่ยวกับทรัพย์สิน และหนี้สินของโรงเรียนในระบบตลอดจนหลักฐานเกี่ยวกับนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนในระบบนั้นให้แก่คณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบภายในเจ็ดวัน
คณะกรรมการควบคุมฯ ประกอบด้วย
1.นายเรวัต ฉ่ำเฉลิม อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธาน
2.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.นายวันชัย ศิริชนะ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
4.นายพรชัย มาตังคสมบัติ อดีตอธิบการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
5.นางวิมล จำนงบุตร อดีตผู้ตรวจราชการ ศธ.
6.นายกัมพล วันทา อดีตผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
7.นายมณฑล ภาคสุวรรณ ผู้ตรวจราชการ ศธ.
8.ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช.
9.หัวหน้ากลุ่มนิติกร สช.
10.นางนิตยา บุญสีลา นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา
11.นายสมพร เดชกมล นิติกรปฏิบัติการ กลุ่มงานเลขานุการกรม
โดย นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ในขณะนั้น ออกมาให้คำตอบถึงระยะเวลาการควบคุมโรงเรียนว่า “ไม่สามารถกำหนดได้ เพราะจะต้องดำเนินการบริหารใหม่ จัดการรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการที่เป็นปัญหา อุปสรรคมาตั้งแต่ครั้งก่อน รวมทั้ง การบริหารภายในของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ที่ต้องกำหนดเพื่อให้กิจการดำเนินการไปได้ด้วยดี”
แม้มูลนิธิสภาคริสตจักรในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แต่ไม่เป็นผล ทำให้ ‘กรุงเทพคริสเตียน’ ถูกบริหารภายใต้ คณะกรรมการควบคุมฯ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา
อ่านข่าว
- สช.ออกคำสั่งควบคุม ‘ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนฯ’ เหตุปัญหาภายในรุนแรง กระทบการเรียนของนักเรียน
- สภาคริสตจักรฯ เล็งอุทธรณ์ หลัง สช.ตั้ง กก.ควบคุมฯ กรุงเทพคริสเตียนฯ ‘วิศาล’ ชี้เหมือนเตี๊ยมกันมา

-
จบมหากาพย์ยกเลิกคำสั่งควบคุม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 สช. มีคำสั่งยกเลิกการควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ โดยประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นควรคืนสิทธิการบริหารจัดการให้แก่ผู้รับใบอนุญาตของโรงเรียน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาของนักเรียน เนื่องจากเหตุแห่งการเข้าควบคุมได้สิ้นสุดลงแล้ว
โดยนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.) ระบุว่า สช. ได้เข้าควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ซึ่งในปัจจุบัน สถานการณ์การเรียนการสอนได้คลี่คลายและกลับเข้าสู่ความเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของโรงเรียนก็ได้รับคำวินิจฉัยจากศาลปกครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อ่านข่าว – สช. ยกเลิกคำสั่งควบคุม กรุงเทพคริสเตียน คืนสิทธิบริหารให้ร.ร.เต็มรูปแบบ หลังสถานการณ์คลี่คลาย
ดังนั้น เมื่อเหตุแห่งความจำเป็นหมดไป จึงต้องคืนอำนาจให้แก่ผู้รับใบอนุญาต เพื่อให้โรงเรียนเอกชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งนี้สามารถบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพต่อไป
ถือเป็นการปิดจบแบบดื้อๆ ของ ‘มหากาพย์กรุงเทพคริสเตียน’ อย่างสมบูรณ์โดยใช้เวลา 7 ปี!!


