ดร.จอห์น โอด มีลานกีฬาแต่ปล่อยทิ้งร้าง จี้ กทม.คุยเคหะฯ เร่งปรับปรุงเป็นศูนย์กลางชุมชน

21.02.23 | 15:47 น.

‘ดร.จอห์น’ จี้ กทม.เร่งปรับปรุงสนามกีฬาของการเคหะแห่งชาติ เจอปล่อยทิ้งร้าง ไม่มีห้องน้ำ ชี้ลานกีฬาเป็นศูนย์รวมชุมชน เป็นประโยชน์การพัฒนาคุณภาพชีวิต

วานนี้ (20 กุมภาพันธ์) ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุม สภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 1 ประจำปีพุทธศักราช 2566

โดยตอนหนึ่ง ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่เขตลาดกระบัง มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 178,583 คน โดยเฉพาะแขวงคลองสองต้นนุ่น มีประชากรอาศัยอยู่ 68,860 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.พ.66) และเคหะร่มเกล้า มีจำนวนชุมชน มากถึง 19 ชุมชน ประกอบด้วยชุมชน โซน 1-12 ชุมชนหลังคาขาว ชุมชนหลังคาเขียว ชุมชนหลังคาแดง ชุมชนแฟลต 11 หลัง ชุมชนริมคลองลาดบัวขาว ชุมชนลำนายโส และชุมชนลาดบัวขาวพัฒนา ความหนาแน่นของจำนวนประชากรในพื้นที่เขตลาดกระบังขณะนี้ หน่วยงานของรัฐจำเป็นต้องสอดส่องดูแลให้ทั่วถึง รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรพื้นที่ การเตรียมสาธารณูปโภค สาธารณูปการ รวมถึงการจัดเตรียมสถานที่พักผ่อน เพื่อให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่เหมาะสม เท่าเทียม

จากการลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบว่าหลายชุมชนมีพื้นที่ลานกีฬาอยู่แต่ไม่ได้รับการดูแลและพัฒนาในขณะที่ประชาชนยังมีความต้องการใช้ โดยเฉพาะพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า มีสนามกีฬาซึ่งอยู่ภายใต้ความดูแลของการเคหะแห่งชาติ เดิมเป็นสนามกีฬาที่ประชาชนมาใช้ประโยชน์แต่ขณะนี้ไม่ได้รับการปรับปรุง ซ่อมแซม และปล่อยให้ทิ้งร้าง รวมถึงไม่มีห้องน้ำสำหรับผู้มาใช้บริการด้วย ซึ่งการลงทุนเพื่อก่อสร้างสนามกีฬาใหม่ อาจต้องใช้งบประมาณและระยะเวลา จึงขอให้กรุงเทพมหานคร ได้เร่งบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

“การมีลานกีฬาที่เหมาะสม เป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน และเปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัยสามารถใช้งานร่วมกันได้ จะมีส่วนช่วยให้สังคมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือการนำทรัพยากรของชาติและแผ่นดินมาใช้ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนและเมืองถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม หากภาครัฐร่วมกันวางแผนและบูรณาการอย่างเข้มแข็งเพื่อสร้างสาธารณูปโภคที่สนองต่อความต้องการของประชาชนได้ จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนตามนโยบายของผู้บริหารอย่างแท้จริง” ดร.สุรจิตต์กล่าว

Advertisement

อ่านข่าว :