ส่งสุนัขกู้ภัย 4 ตัว ระดมค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ซากสะพานถล่ม หลัง จนท.พบ มีกลิ่นต้องสงสัย

14.07.23 | 16:26 น.

จนท.ส่งสุนัขกู้ภัย 4 ตัวระดมค้นหาร่างผู้เสียชีวิตหลังพบกลิ่นต้องสงสัยใต้ซากสะพานถล่มย่านอ่อนนุช-ลาดกระบัง

ความคืบหน้ากรณีทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่กำลังก่อสร้างเกิดพังถล่ม บริเวณหน้าห้างโลตัส สาขาลาดกระบัง บิ๊กซีปากซอยทางเข้า สน.จรเข้น้อย แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 10 รายนั้น โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 14 กรกฎาคม นางสาวสิริสรา เจียมวงศ์แพทย์ รองนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดแห่งประเทศไทย (ส.ส.ย.ท) นำสุนัข จำนวน 4 ตัว เป็นพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด 2 ตัว ลาบราดอร์ 1 ตัว และพิตบูล 1 ตัว ซึ่งเป็นสุนัขผ่านการฝึกกู้ภัย ร่วมภารกิจค้นหาร่างผู้เสียชีวิต หลังเจ้าหน้าที่พบมีกลิ่นต้องสงสัยคล้ายศพบริเวณจุดเกิดเหตุภายใต้ซากสะพานถล่ม

น.ส.สิริสรากล่าวว่า แนะนำสุนัขมาทั้งหมดจำนวน 4 ตัว โดยจะส่งเข้าไปทีละตัว แต่ละตัวจะมีการฝึกค้นหาผู้เสียชีวิตและผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยแต่ละตัวจะมีการฝึกวิธีการแจ้งเตือน และวิธีสงสัยต่างกัน โดยทางผู้ควบคุมจะสังเกตอาการของสุนัขตัวเองว่าแสดงพฤติกรรมยังไง และจะช่วยกันประเมินจากภาษากายของสุนัข ส่วนการสังเกตขณะฝึกเมื่อเจอคนเป็นจะมีการเห่า แจ้งเตือน และหากพบว่า มีผู้เสียชีวิต ทางสุนัขจะจ้องหรือหมอบ หรือนั่ง แล้วแต่พื้นที่ บางตัวจะขุดคุ้ย ไม่รู้ ส่วนถ้าพบว่ากลิ่นต้องสงสัยดังกล่าวเป็นซากสัตว์หรือไม่ใช่คนนั้น โดยปกติแล้วการฝึกสุนัขจะใช้เฉพาะกับศพคนจริงๆ เท่านั้น

Advertisement

ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กรุงเทพมหานคร, เจ้าหน้าที่จากส่วนงานวิศวกรรม และมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบจุดที่มีคานปูนทับรถกระบะหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงและผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รื้อถอนซากว่าได้กลิ่นคล้ายศพออกมาจากใต้ซากสะพานทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตตกค้างอยู่ จึงประสานกองกำกับการสุนัขตำรวจ บก.สปพ.เข้าตรวจสอบซึ่งนำ สุนัข K9 จำนวน 4 ตัวมาปฏิบัติหน้าที่เข้าค้นหาร่างผู้สูญหายโดยปฏิบัติการตั้งแต่ 16.00 น. นำสุนัข K9 ตัวแรกเข้าไปค้นหาโดยใช้เวลา 6 นาที จากนั้นเปลี่ยนให้สุนัข K9 ตัวที่ 2 เข้าไปปฏิบัติการอีกครั้งซึ่งตัวที่ 2, 3 และ 4 ใช้เวลาประมาณ 6 นาที แต่ไม่พบที่มาของกลิ่นดังกล่าว

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงอุปสรรคการเข้าปฏิบัติการ คือความร้อนของอากาศที่ร้อนอบอ้าวประกอบกับซากแท่งปูนพังลงมานั้นมีความร้อนอยู่ภายในเช่นกัน การปฏิบัติของสุนัข K9 นั้นอาจจะไม่เต็มประสิทธิภาพซึ่งหลังจากที่สุนัข K9 ทั้ง 4 ตัวเข้าไปปฏิบัติแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร เจ้าหน้าที่ให้สุนัข K9 ทั้งหมดพักจากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดที่สุนัข K9 เข้าไปปฏิบัติมาประชุมเพื่อวางแผนว่าจะดำเนินการค้นหาต่ออีกหรือไม่

สอบถามนายอนุสรณ์ พงษ์เกษา หัวหน้าชุดคู่ขนานลอยฟ้าอุปกรณ์กู้ภัย กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นปฏิกิริยาของสุนัข K9 ทั้ง 4 ตัวนั้นไม่มีท่าทีที่จะบ่งบอกว่าพบสิ่งผิดปกติ โดยจุดที่เข้าตรวจจะเป็นบริเวณเบาะคนขับและคนนั่งข้าง และบริเวณด้านหน้าของรถทั้งหมด เพราะไม่แน่ชัดว่ารถกระบะเป็นรูปแบบใด ซึ่งทั้ง 4 ตัวค้นหาในจุดเดียวกันทั้งหมดก็ไม่มีท่าที หรือการส่งสัญญาณอะไรกลับมา และด้วยซากแผ่นปูนที่ตกทับลงมาก็ทำให้การเข้าตรวจค้นนั้นทำได้ยาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดก็เป็นอุปสรรคของการค้นหาได้ หลังจากนี้จะต้องไปประชุมข้อมูลทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ว่า ปฏิบัติการค้นหารอบที่ 2 หรือไม่ และต้องให้ สุนัข K9 พักอย่างน้อย 1 ชั่วโมงอีกด้วย

นายกิตติพงษ์ สุขศรี เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวว่า จากที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่บอกว่ามีกลิ่นโชยออกมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมนั้น แต่ขณะที่ตนและทีมงานเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่มีกลิ่นดังกล่าวแล้ว สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นกลิ่นซากสัตว์หรือไม่ก็กลิ่นอาหารที่เน่าเหม็น เนื่องจากรถกระบะคันที่ติดอยู่ใต้ซากนั้นเป็นรถคนงานที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งตั้งแต่เกิดเหตุก็ไม่มีการแจ้งว่ามีบุคคลสูญหาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง