รฟม. เผย ซ่อมถนนสามเสนทรุด 6 เดือนคืบหน้าแค่ 10% คาด มี.ค.70 คืนถนนได้ 1 เลน ประเมินเสียหายหลักพันล้าน
จากกรณีเกิดถนนสามเสนทรุดตัว หน้า รพ.วชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ทำให้เกิดหลุมลึกกว่า 2 เมตร นอกจากนี้เหตุดัวกล่าวยังส่งผลให้ อาคาร สน.สามเสน ได้รับผลกระทบ เป็นเหตุให้ต้องรื้ออาคารออกทั้งหลัง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
- เปิดไทม์ไลน์ ถนนทรุด หน้าวชิรพยาบาล ดินสไลด์ 7 ครั้ง ตึกสน.สามเสนใหม่ ทรุดด้วย
- เปิดภาพ 3 มิติใต้ สน.สามเสน โดย ช. การช่าง ประเมินความเสี่ยง ก่อนดินสไลด์เพิ่มเช้านี้
- เร่งรื้อถอน อาคารสน.สามเสน พร้อมสำรวจการทรุดตัว-วัดค่าระดับน้ำใต้พื้นที่ข้างเคียงหน้าวชิรพยาบาล
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ หลังเกิดเหตุดังกล่าวมากว่า 6 เดือน นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการแก้ไขเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลสรุปอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการสอบสวนที่ตั้งขึ้น โดยมีคณะทำงานกำลังจัดทำรายงานสรุปผลอย่างละเอียด และคาดว่าจะได้ข้อสรุปเสนอกระทรวงคมนาคม ภายในเดือน มีนาคม 2569
รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า สำหรับการดำเนินงานซ่อมแซมในพื้นที่ที่เกิดเหตุ รฟม. ปัจจุบันสถานะการซ่อมแซมคืบหน้าประมาณเพียง 10% เนื่องจากเป็นงานทางวิศวกรรมที่มีความซับซ้อนสูงและต้องทำลายโครงสร้างคอนกรีตเดิมที่เสียหายอยู่ใต้ดิน ปัญหาหลักในขณะนี้คือบริเวณสถานีวชิรพยาบาลยังมีน้ำท่วมขังเต็มพื้นที่ชั้นใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถลงไปปฏิบัติงานซ่อมแซมผนังอุโมงค์ได้ จึงจำเป็นต้องดำเนินการสร้างกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ล้อมรอบพื้นที่เพื่อปิดกั้นน้ำและป้องกันดินสไลด์เพิ่มเติม
รายงานข่าว เผยว่า โดยแผนการซ่อมแซมแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ 1.ระยะที่ 1 (ภายในเมษายน – พฤษภาคม 2569) เร่งทำกำแพงกันดินชุดแรกยาว 15 เมตรจากตัวสถานี เมื่อแล้วเสร็จจะเริ่มสูบน้ำออกจากสถานีในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าไปซ่อมแซมผนังอุโมงค์และตรวจสอบความเสียหายเชิงประจักษ์ภายใน 2.ระยะที่ 2 (ภายในปลายปี 2569) จะดำเนินการทำกำแพงกันดินเพิ่มเติมอีก 30 เมตร (รวมระยะทาง 45 เมตร) เพื่อเสริมความมั่นคง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 และจะเริ่มขุดลงไปซ่อมแซมบริเวณใกล้สถานีในลำดับถัดไป โดยยืนยันว่ากรอบเวลาสัญญางานโยธายังไม่กระทบ และในด้านงบประมาณ รฟม. ยืนยันว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมด บริษัทผู้รับเหมาภาคเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบตามสัญญา และจากการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์ถนนทรุด เบื้องต้นพบว่าไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาท
รายงานข่าว ระบุว่า ทั้งนี้ รฟม. คาดการณ์ว่าจะสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูพื้นที่ในระดับที่ชัดเจน และ สามารถเปิดช่องทางการจราจรคืนได้ 1 ช่องทาง ภายในเดือนมีนาคม 2570 ตามที่ทางกรุงเทพมหานคร ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนภาพรวมการก่อสร้างโยธาในสัญญาดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบระยะเวลาเดิม และจะพยายามเร่งรัดงานส่วนที่เหลือเพื่อไม่ให้กระทบต่อกำหนดการเปิดให้บริการในอนาคต

