หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ สั่ง ...

ชัชชาติ สั่ง เช็กละเอียด อย่าให้เกิด ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ ซ้ำ ปิ๊งไอเดีย ‘ดีเอสไอ กทม.’

9.07.26 | 22:55 น.

ชัชชาติ สั่ง เช็กละเอียด อย่าให้เกิด ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ ซ้ำ ปิ๊งไอเดีย ‘ดีเอสไอ กทม.’

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ณ หน้าห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังประชุมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

ในตอนหนึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นขบวนการทุจริตสวมสัญชาติไทย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรีลักลอบออกสูติบัตรปลอมให้ต่างชาติ  นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่ามีรายงานว่าไปจับกุมนางสาวศิริพร ตอนที่เกิดปัญหาก็ได้ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเข้าใจว่า ไม่ได้ทำงานในหน้าที่เดิม แต่ถ้าไปสืบ มีข้อมูลเพิ่มขึ้นที่ฝ่ายสอบสวนมีข้อมูล ทางกทม.ไม่ได้มีข้อมูล เพราะไม่มีอำนาจไปสอบลึกขนาดนั้น โดยเป็นการสอบตามระเบียบ ตนเข้าใจว่ามาจับกุม เพราะมีข้อมูลเพิ่มเติม

พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตรสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เสริมว่า ตนได้ทราบจากตำรวจนครบาลถึงสาเหตุที่เข้าไปจับกุม เนื่องจากสงสัยว่ามีการจับกุมไปแล้วดำเนินคดีอยู่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบ และเชื่อว่ามีการจัดเรื่องของพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ อีกประมาณ 40 กว่าเคส เป็นการกระทำความผิดที่ต่างกรรมต่างวาระ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนได้รับทราบว่าหาตัวไม่เจอ ไม่ทราบว่าหนีไปหรือติดต่อไม่ได้ แต่ก็เป็นการขยายผลของทางทีมนครบาล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ผู้กระทำผิดไม่ได้ถูกให้กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมใช่หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ย้ายไปอยู่ส่วนกลางแล้ว โดยไปช่วยราชการอยู่ และให้ออกจากหน้าที่เดิม เป็นกรรมเก่าที่ทำไว้ ทางตำรวจก็มีวิธีการไปสืบสวนมากขึ้น อย่างที่ตนบอกว่าการร่วมมือกับหน่วยงานอื่นทำให้กทม.สามารถสืบเรื่องทุจริตได้ดีขึ้นเพราะมีอำนาจในการตรวจสอบเส้นเงิน ซึ่งกทม.เองมีข้อจำกัด โดยสามารถสืบได้แค่ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้มีอำนาจไปสืบว่า มี ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ ที่ไหน หรือมีเอกสารที่เกี่ยวข้องตรงไหน

“ก็ต้องขอบคุณทางตำรวจ ที่ช่วยสืบสวนให้ได้ลึกมากขึ้น เราต้องการแบบนี้มาก ๆ ในอนาคตเราต้องมีความร่วมมือกับหน่วยงานนอกมากขึ้น รวมทั้งการล่อซื้อ การเอาหน่วยนอกที่มีอำนาจในการสอบสวนมากกว่าเรา และมีการลงโทษที่รุนแรง กทม.พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย อย่างที่บอกว่าคนนี้เราก็ดึงออกมาแล้ว ให้มาช่วยราชการแล้ว และตั้งกรรมการสอบภายในอยู่” นายชัชชาติ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามต่อไปว่า มองว่าจังหวะประจวบเหมาะหรือไม่ วันแรกก็เกิดเหตุเลย? นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ยิ่งเร็ว ก็ยิ่งดี

“ทำไปเถอะไม่เป็นไร เรื่องเวลาคงไม่มีใครตั้งใจหรอก แต่ถ้ารู้ก็ต้องทำเลย ทำให้ดีที่สุด ทำให้เร็วที่สุด ต้องขอบคุณทางตำรวจที่ช่วยขยายผล และอยากจะให้ทุกหน่วยทำงานรวดเร็วแบบนี้ และอีกปัญหาหนึ่งมีการคุยกัน เรื่องการตั้งกรรมการสอบวินัยของกทม. บางทีมีความล่าช้า เพราะ ตามกฎหมายระเบียบเดิม เราต้องตั้งคนในเป็นกรรมการสอบวินัย ซึ่งก็สอบกันเอง ทำให้คนที่ถูกตั้งขึ้นมาไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่รู้ขบวนการสอบ ไม่มีความรู้ที่แม่นยำ ทำให้การสอบล่าช้า จึงมีแนวคิดว่า ทำอย่างไรให้มีหน่วยที่ตรวจสอบโดยเฉพาะ เป็นเหมือน DSI ข้างในกทม. ได้ไหม ที่เอาผู้เชี่ยวชาญมาอยู่ด้านนี้เลย แล้วก็ทำเรื่องสอบวินัยอย่างเดียว ก็ทำให้เราเร่งรัดขบวนการได้ดีขึ้น แล้วก็ได้สั่งการไว้แล้วว่าให้ลองไปปรับปรุง” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งให้ไปดูเหตุการณ์ที่ผิดปกติ ซึ่งก็มีอยู่บ้าง จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

“สั่งการไปแล้วว่าให้ดูทั้งในแง่ของรับรองบุตรกับเรื่องการสมรสของต่างชาติด้วย” นายชัชชาติ กล่าว