หน้าแรก ในประเทศ รวบเจ้าของล้ง...

รวบเจ้าของล้งทุเรียน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดลูกจ้าง

4.09.26 | 16:01 น.

รวบเจ้าของล้งทุเรียน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดลูกจ้าง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ตามที่ปรากฏข้อมูล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา กรณีเจ้าของล้งทุเรียนรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ล่วงละเมิดลูกจ้าง และมีผู้เสียหายหลายรายนั้น


ต่อมา เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม หนึ่งในผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าของล้งทุเรียนรายดังกล่าว พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดจันทบุรี และศาลพิจารณาออกหมายจับ นายไพโรจน์ หรือแมน ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 170/2569 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569 ในความผิดตามข้อกล่าวหา “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจ และพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร”

ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 4 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่า บุคคลตามหมายจับดังกล่าวหลบหนีอยู่บริเวณหมู่บ้านศิลาพรวิลล์ เฟส 2 อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ทาง พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.อรรถพงษ์ สุนทรวิภาต รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.เสกสรรค์ ศรีพีรกุล ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี, พ.ต.อ.เอกภาค รูปสมุทร รอง ผกก.ป.สภ.เมืองจันทบุรี และ พ.ต.ท.สุระสิทธิ์ ศรีโพธิ์กลาง สวป.สภ.เมืองจันทบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังบริเวณถนนสาธารณะหน้าหมู่บ้านศิลาพรวิลล์ เฟส 2 หมู่ 1 ตำบลเกาะขวาง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี และพบบุคคลมีลักษณะตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 170/2569 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569 พร้อมอ่านรายละเอียดแห่งหมายจับให้ทราบและมอบสำเนาหมายจับให้ตรวจดู

Advertisement

นายไพโรจน์รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และรับว่าไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนำส่ง สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีขอยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เสมอภาค และเป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน