หน้าแรก ในประเทศ บุกช่วยนักศึก...

บุกช่วยนักศึกษา ถูกแก๊งคอล ลวงให้หลอกพ่อแม่ได้ทุนเรียนอเมริกา บังคับโอนเงิน 6 ครั้ง รวม 1.7 ล.

12.09.26 | 14:25 น.

ศูนย์ ACSC ช่วยอีก เหยื่อนักศึกษาสาวถูกแก๊งคอล ลวงให้หลอกพ่อแม่ได้ทุนเรียนต่ออเมริกา ก่อนบังคับโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยผลปฏิบัติการช่วยเหลือนักศึกษาหญิง อายุ 22 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกว่าจะมอบทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ ก่อนใช้กลอุบายให้โอนเงินรวม 6 ครั้ง สูญเงินกว่า 1.78 ล้านบาท


คดีดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ประสานตำรวจ บก.สส.ภ.1 และตำรวจจังหวัดปทุมธานี เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยพบว่าผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัว พูดจาวกวน และถูกคนร้ายควบคุมทางโทรศัพท์มาอย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร โดยกล่าวหาว่ามีผู้นำสำเนาบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีธนาคารใน จ.พิจิตร และบัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน

คนร้ายยังอ้างว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหารายหนึ่ง พบว่าผู้เสียหายเป็นผู้ขายสำเนาบัตรประชาชนให้ เนื่องจากมีปัญหาทางการเงิน และยินยอมให้คนร้ายนำไปเปิดบัญชีม้า แลกกับค่าตอบแทนร้อยละ 10-20
แม้ผู้เสียหายจะยังไม่เชื่อ แต่ต่อมาได้รับโทรศัพท์จากคนร้ายอีกราย ซึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่ของเครือข่ายโทรศัพท์ แจ้งว่ามีผู้นำเลขประจำตัวประชาชนของผู้เสียหายไปซื้อซิมโทรศัพท์ที่ร้านแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร

Advertisement

เมื่อผู้เสียหายยืนยันว่า ไม่เคยเปิดเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าว คนร้ายจึงแนะนำให้แจ้งความกับตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ทำให้ผู้เสียหายติดต่อกลับไปยังตำรวจปลอมรายเดิม ก่อนถูกหลอกต่อว่าต้องโอนเงิน 1 ล้านบาทเข้าบัญชีที่กำหนด เพื่อใช้ตรวจสอบและยืนยันความบริสุทธิ์

เนื่องจากผู้เสียหายไม่มีเงินจำนวนดังกล่าว คนร้ายจึงวางแผนให้ผู้เสียหายไปขอเงินจากพ่อ โดยกำชับให้บอกว่าได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีเงื่อนไขต้องนำเงิน 1 ล้านบาทไปฝากไว้ในบัญชีธนาคาร เพื่อแสดงและตรวจสอบสถานะทางการเงิน โดยอ้างว่าเป็นเพียงขั้นตอนตรวจสอบ และจะคืนเงินให้หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงขอเงินจากพ่อจำนวน 1 ล้านบาท และให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของตนเอง ก่อนที่เวลา 16.04 น. จะโอนเงินจำนวนดังกล่าวต่อไปยังบัญชีของเครือข่ายมิจฉาชีพ

จากนั้นคนร้ายได้เปลี่ยนช่องทางการติดต่อกับผู้เสียหายไปใช้แอปพลิเคชัน Telegram พร้อมสั่งให้โอนเงินเพิ่มเติมอีก 5 ครั้ง ระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน ได้แก่ 9,806 บาท, 590,000 บาท, 16,000 บาท, 4,830.83 บาท และ 162,831.57 บาท ตามลำดับ โดยเป็นเงินส่วนตัวและเงินที่ผู้เสียหายหยิบยืมจากญาติ รวมผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินทั้งสิ้น 6 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 1,783,468.50 บาท

ด้านพ่อของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังจากโอนเงิน 1 ล้านบาทให้ลูกสาวแล้ว เกิดความสงสัยว่าบริษัทที่อ้างว่าเป็นผู้มอบทุนการศึกษามีอยู่จริงหรือไม่ จึงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และพบว่าบริษัทดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดการบริษัทกลับไม่ตรงกับที่ลูกสาวแจ้ง เนื่องจากข้อมูลของบริษัทระบุว่าผู้จัดการเป็นผู้หญิง ขณะที่ลูกสาวอ้างว่าผู้จัดการเป็นผู้ชาย จึงพยายามทักท้วงและชี้ให้เห็นข้อพิรุธ พร้อมเตือนให้ลูกสาวระมัดระวัง แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อและเดินทางออกจากบ้าน ก่อนจะขาดการติดต่อกับครอบครัว ด้วยความเป็นห่วงและเชื่อว่าลูกสาวอาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวง พ่อจึงเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามตัวและดำเนินการอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาวันที่ 9 กันยายน 69 เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานและสืบสวนจนทราบว่าผู้เสียหายพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าช่วยเหลือ

โดยขณะเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัวและพูดจาวกวน ตรวจพบภายในห้องพักมีธนบัตรเก่าและเหรียญ ซึ่งเป็นของสะสมของผู้เป็นพ่อจำนวนหนึ่ง รวมทั้งทองคำอีก 3 รายการ จึงนำตัวผู้เสียหายไปยัง สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป