‘ดร.แดน’ ชี้ประเทศไทยต้องไปไกลกว่าแค่อยู่รอด แนะคนรุ่นใหญ่เร่งสร้างคน ส่งต่อ 5 ภารกิจมรดกชีวิต

13.09.26 | 16:21 น.

‘ดร.แดน’ ชี้ ประเทศไทยต้องไปไกลกว่าแค่อยู่รอด แนะคนรุ่นใหญ่เร่งสร้างคน ส่งต่อ 5 ภารกิจมรดกชีวิต สู่การสร้างอนาคตประเทศไทยที่ยั่งยืน


เมื่อวันที่ 13 กันยายน สมาคมศิษย์เก่าสถาบันการสร้างชาติ จัดงาน “Living Legacy 71: 71 Commitments to Nation-Building” ในโอกาสครบรอบ 71 ปี ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หรือ ดร.แดน ประธานสถาบันการสร้างชาติ ภายใต้แนวคิด “71 ปีแห่งมรดกความคิดที่ยังมีชีวิต สู่ 71 ความตั้งใจร่วมสร้างชาติ” ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569

โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “71 Legacies” ถ่ายทอดผลงาน แนวคิด และองค์ความรู้จากการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และตระหนักถึงความสำคัญของการส่งต่อภารกิจสร้างชาติจากรุ่นสู่รุ่น ได้รับเกียรติจาก ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อดีตวุฒิสมาชิก,ดร.ศรีภูมิ ศุขเนตร อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ,นายอำนวย ปะติเส อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, รศ.นที ขลิบทอง อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,ดร.ประชา ประสพดี อดีตรมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพเรือ,พล.ร.ท.เดชดล ภู่สาระ อดีตรองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ,ดร. ธีรภัทร ประยูรสิทธิ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี,คุณวารี พลไพศาล ประธานบริษัท บริษัท เฮอริเทจ สแน็ค แอนด์ ฟู้ด จำกัด รวมถึง คณะประธานผู้บริหารหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ(นสช.) ทุกหลักสูตร ศิษย์เก่าทุกรุ่นเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ว่า ในวาระครบรอบ 71 ปีของชีวิต และก้าวเข้าสู่ปีที่ 72 ตนอยากฝากสิ่งหนึ่งที่มีค่าที่สุดทางใจให้กับประเทศของเรา นั่นคือ มรดกที่มีชีวิต มรดกที่ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็นความตั้งใจ ความรับผิดชอบ และความหวังที่เราจะสานต่อร่วมกันเพื่ออนาคตของลูกหลานเหลนไทย ตนเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะงดงามขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเราร่วมกันสร้าง ไม่ทอดทิ้งกัน ไม่ทอดทิ้งอนาคต และไม่ทอดทิ้งปัญหาของแผ่นดินให้ค้างคาอยู่เบื้องหลัง แต่ร่วมกันใช้ประสบการณ์ ปัญญา และความรัก ช่วยส่งต่อแผ่นดินไทยที่ดีที่สุดให้คนรุ่นต่อไป ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่โลกเผชิญความท้าทายซ้อนทับมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ยุคที่นักอนาคตศาสตร์เรียกว่า Polycrisis—ช่วงเวลาที่วิกฤตหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกันและเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ไทยยืนอยู่บนรอยต่อสำคัญของประวัติศาสตร์โลก รายงานระดับโลกชี้ว่า วิกฤตเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นในอีก 10–20 ปีข้างหน้า คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะยอมให้กระแสโลกพัดพาเราไป หรือจะลุกขึ้นมากำหนดทิศทางลมด้วยตัวเอง เพื่อพาเรือ “ประเทศไทย” เดินหน้าอย่างมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

Advertisement

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญคลื่นแห่งความท้าทายจากทุกทิศทาง แต่ในขณะเดียวกัน ผมยังเชื่ออย่างมั่นคงว่า เราสามารถนำพาประเทศไทยให้ “ขี่บนยอดคลื่น” แห่งการเปลี่ยนแปลงได้ หากคนไทยทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน การขี่ยอดคลื่นลูกที่สี่—สังคมแห่งความรู้ คลื่นลูกที่ห้า—สังคมแห่งปัญญา และคลื่นลูกที่หก—สังคมแห่งความดี ไม่ใช่เพียงภาพฝัน แต่เป็นเส้นทางที่เราสามารถเดินไปถึงได้จริง เมื่อเราร่วมกันสร้างคนที่ดี ระบบที่ดี และหล่อหลอมคนที่ดี ที่เก่ง ที่กล้า ให้เติบโตขึ้นในทุกพื้นที่ ทุกประเด็น ทุกอาชีพ และทุกอัตลักษณ์ของประเทศ จึงอยากฝาก 5 ภารกิจใหญ่เพื่อสร้างอนาคตประเทศ ให้เป็นมรดกที่มีชีวิตจากรุ่นเรา สู่รุ่นต่อไป

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจที่ 1 ร่วมสร้าง “พลชาติ” – เครือข่ายคนสร้างชาติ สิ่งที่ประเทศต้องการมากที่สุดไม่ใช่เพียงนโยบายใหม่หรือโครงสร้างใหม่ แต่คือ “คนที่พร้อมนำพาประเทศไปข้างหน้า” หัวใจของการสร้างชาติ คือ การมี “พลชาติ” หรือคนที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญของชาติเต็มแผ่นดิน ซึ่งการสร้างคนจึงไม่ใช่ภารกิจรอง แต่เป็น ภารกิจหลักของประเทศ เพราะทุกระบบเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง การเมือง ฯลฯ จะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อมีคนดี-เก่ง-กล้า ที่แท้จริง เป็นผู้ขับเคลื่อน ประเทศไทยต้องมีแกนนำรุ่นใหม่ที่พร้อมรับมือโลกยุคใหม่ สถาบันการสร้างชาติ (Nation-Building Institute : NBI) จึงมุ่งสร้าง “ผู้นำ” ทุกระดับในสังคมให้มีคุณภาพครบไตรภาวะ ภาวะการนำ (Leadership) ที่มองเห็นอนาคต ยุทธศาสตร์และกล้าตัดสินใจอย่างชาญฉลาด มีปัญญาญาณ ภาวะบริหาร (Management) ที่ทำงานเป็นระบบและสร้างผลลัพธ์จริง ภาวะคุณธรรม (Moral Integrity) ที่ยืนหยัดบนความถูกต้องและผลประโยชน์ส่วนรวม เพื่อร่วมกันเป็นเครือข่ายชุมชนคนสร้างชาติที่พร้อมลุกขึ้นมาสร้างสังคมที่ดีขึ้นในทุกพื้นที่ ในทุกแวดวง ดังนั้น การสร้างคน คือการวางรากฐานให้ประเทศยืนหยัดได้ในระยะยาว คือการส่งต่อมรดกที่มีชีวิตให้ลูกหลาน

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจที่ 2 ร่วมขับเคลื่อน 7 ยุทธศาสตร์สร้างชาติ ประเทศไทยจะก้าวผ่านยุคแห่งความท้าทายไปได้ ต้องมีระบบที่แข็งแรงในทุกด้านของชีวิต ตั้งแต่เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ไปจนถึงความมั่นคงของชุมชน เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนประเทศใน 7 ยุทธศาสตร์สร้างชาติ คือ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจบนฐานจุดแกร่ง มุ่งสู่การเป็น ศูนย์กลางระดับโลก 4 ด้าน ได้แก่ อาหาร การท่องเที่ยว สุขสภาพ และการดูแลผู้สูงวัย เพื่อให้ไทยยืนหยัดในเวทีโลกด้วยพลังจากจุดแข็งที่เรามี ยุทธศาสตร์การเมืองและธรรมาภิบาล ช่วยกันสร้างระบบที่โปร่งใสและผู้นำที่รับผิดชอบต่อแผ่นดิน ยุทธศาสตร์การศึกษาและครอบครัว ช่วยกันหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนดี คนเก่ง และคนกล้า ยุทธศาสตร์สาธารณสุขและผู้สูงวัย ช่วยกันทำให้คนไทยทุกวัยมีสุขสภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง ยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยกันทำให้ประเทศมีอาหาร น้ำ และพลังงานที่ปลอดภัยยามวิกฤตในระยะยาว ยุทธศาสตร์วัฒนธรรมและสังคมพหุเอกานิยม ช่วยกันสร้างเอกภาพในความหลากหลายและความงดงามของการอยู่ร่วมกัน และยุทธศาสตร์ความมั่นคงและการกู้ภัยเชิงพัฒนา ช่วยกันสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยทั้ง 7 ยุทธศาสตร์นี้คือ คำมั่นสัญญาต่ออนาคตของลูกหลานไทย เป็นเส้นทางที่ทำให้ประเทศไทย “อยู่รอด–รุ่งเรือง–ยั่งยืน” เป็นภาพอนาคตที่งดงามสำหรับทุกคนที่เราสามารถสร้างร่วมกันได้

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจที่ 3: ร่วมสร้างชาติด้วย “ความรู้” และ “ปัญญา” การสร้างชาติจะเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ต้องมี “สมองกลาง” ที่ทำหน้าที่มองอนาคต วิเคราะห์ความเสี่ยง และชี้ทางเลือกเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึกหรือความเชื่อส่วนตัว งานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ที่ผ่านมา ผมได้จัดตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน “สมอง” คอยกำกับทิศทางที่ถูกต้อง มีสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) และศูนย์วิชาการต่าง ๆ เช่น CID, CSPEM และ CPDN ทำหน้าที่พัฒนาดัชนีระดับประเทศที่สะท้อนความจริงเชิงระบบ เช่น Nation-Building Index, Global Total Peace Index, และดัชนีด้านสังคม–เศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อให้ผู้นำและสังคมไทยมี “กระจกเงา” ที่มองเห็นสถานการณ์อย่างถูกต้อง ครบมิติ และทันต่อการเปลี่ยนแปลง เมื่อประเทศมีข้อมูลที่แม่นยำ มีแบบจำลองที่มองเห็นอนาคต และมีงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง การตัดสินใจเชิงนโยบายจะมีพลังมากขึ้น และประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าอย่างมีปัญญา มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ยังกล่าวถึง ภารกิจที่ 4 เรื่องการร่วมสื่อสารปลุกพลังมวลชนร่วมสร้างชาติ ว่า ในยุคที่ข้อมูลไหลบ่าและความสนใจของผู้คนกระจัดกระจาย การสื่อสารที่ดีจึงกลายเป็นพลังสำคัญของการสร้างชาติ เพราะ ความรู้ที่ดีจะไม่มีพลังเลย หากไม่ถูกนำเสนออย่างดี งานสื่อสารมวลชนจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างองค์ความรู้เชิงลึกกับหัวใจของประชาชน ทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย และทำให้เรื่องสำคัญกลายเป็นเรื่องที่คนไทยอยากลุกขึ้นมาร่วมกันแก้ไข เราสามารถช่วยกันสื่อสารผ่านทุกช่องทางและทุกรูปแบบ อาทิ บทความ รายการโทรทัศน์ Podcast วิดีโอสั้น และอินโฟกราฟิก เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารสิ่งดี ที่ช่วยสร้างความหมายใหม่ให้สังคม พลังที่สามารถเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทย เชื่อว่า ประเทศไทยจะดีขึ้นได้จริงหากเราร่วมกันขยับไปในทิศทางเดียวกัน ย่อมเปลี่ยนอนาคตของประเทศได้อย่างแท้จริง

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า และภารกิจที่ 5: ร่วมสร้างเครือข่ายร่วมมือระดับโลก ในโลกยุคที่ทุกประเทศเชื่อมโยงความร่วมมือกันอย่างลึกซึ้ง ตนได้พยายามทำให้ประเทศไทย “เชื่อมโลก” อย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อเปิดประตูสู่พันธมิตรนานาชาติในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม สุขสภาพ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ผ่านองค์กรสำคัญอย่าง สถาบันการสร้างชาตินานาชาติ (NBII) สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (IRI) และมีการจัดประชุมสัมมนาระดับนานาชาติประจำปี (ICNWP) รวมทั้งการจัดประกวดเวทีระดับโลก เช่น Miss Wellness World ฯลฯ เป็นประจำทุกปี หัวใจของงานความร่วมมือระหว่างประเทศคือการดึงศักยภาพ องค์ความรู้ ทรัพยากร และเทคโนโลยี จากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกลับมาช่วยพัฒนาประเทศไทย เพื่อสนับสนุนให้ไทยก้าวกระโดดได้เร็วขึ้น เป็นการสร้าง “ระบบพันธมิตรระดับโลก” ที่ทำให้ประเทศไทยเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆได้ก่อนใคร และได้รับประโยชน์สูงสุดของการพัฒนาในทุกมิติ

“อารยชาติทัศน์ 5 กระบวน ที่อยากให้คนไทยทั้งประเทศช่วยขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ อุดมการณ์แห่งชาติ วิสัยทัศน์แห่งชาติ นโยบายแห่งชาติ ระเบียบวาระแห่งชาติ ผลประโยชน์แห่งชาติ จะเป็นของขวัญเดียว ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อประเทศไทยของเรา หากคนไทยทุกคนลุกขึ้นมาร่วมกันสร้างมรดกนี้ ประเทศไทยจะไม่เพียง อยู่รอด แต่จะ รุ่งเรือง และ ยั่งยืนอย่างสง่างามในสายตาของทั่วโลก เพราะประเทศไทยยังมีอนาคตที่งดงามรออยู่ หากเราร่วมกันสร้าง ไม่ทอดทิ้งกัน และไม่ปล่อยให้ปัญหาใดของแผ่นดินถูกทิ้งไว้ โดยไม่มีใครเหลียวแล เราจะก้าวสู่ยอดคลื่นแห่งความรู้ ปัญญา และความดีได้ในที่สุด ขอคนไทยทั้งประเทศลุกขึ้นมารับ มรดกที่มีชีวิต และร่วมกันสร้างชาติ สร้างอนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และมีความหมายร่วมกัน คือความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต”ศ.ดร.เกรียงศักด์ กล่าว