เปิดข้อเสนอแนะ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ปมรื้อถอน หอพักอ่างแก้ว-แฟลตฝายหิน
จากกรณี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กำลังจะทุบ “หอพักอ่างแก้ว” ซึ่งคือหนึ่งในสถาปัตยกรรมโมเดิร์น ผลงานการออกแบบของ อาจารย์อมร ศรีวงศ์ ไว้ในปี 2507 ขอให้ทบทวนแผนรื้อถอนดังกล่าว ต่อมา มช.ออกแถลงการณ์ชี้แจงสาเหตุการทุบแล้วนั้น
- อาจารย์ มช. เผย หอพักอ่างแก้ว ตัวแทนปวศ.สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ผลงานของ ‘อมร ศรีวงศ์’ กำลังจะถูกทุบ
- ม.เชียงใหม่ แจงต้องทุบ หอพักอ่างแก้ว เพราะโครงสร้างอาคารมีข้อจำกัด ยัน ไม่ละเลยคุณค่าสถาปัตย์
- ดร.สันต์ ลาออก รองคณบดี เหตุแนวคิด-ท่าที หอพักอ่างแก้ว ไม่ตรงกับคณะสถาปัตย์ มช.
- ตัวแทนนักศึกษา จี้ องค์การนักศึกษา มช. คุยผู้บริหารปกป้องหอพักอ่างแก้ว-แฟลตฝายหิน
เมื่อวันที่ 14 กันยายน รองศาสตราจารย์ ดร.สันต์ สุวัจฉราภินันท์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
“สมาคมสถาปนิกสยาม เขียนไปหารือกับ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.) เรื่อง การรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว และ นี่คือจดหมายที่ ทาง วปท ตอบกลับครับ”
ในหนังสือตอบกลับระบุข้อความดังนี้
ตามที่สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีหนังสือถึงสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเสนอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พิจารณาทบทวนแนวทางการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝ่ายหิน ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ตลอดจนมีคุณค่าด้านการออกแบบทางวิศวกรรมโครงสร้างและระบบประกอบอาคาร โดยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในยุคดังกล่าวได้ร่วมกันสร้างสรรค์แนวคิดและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและข้อจำกัดในขณะนั้น
ทั้งนี้ สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้มีการหารือร่วมกับองค์กรท้องถิ่น ผู้แทนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง เพื่อพิจารณาแนวทางการอนุรักษ์และปรับใช้ประโยชน์อาคารให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน รวมทั้งแนวทางการจัดตั้งคณะทำงานร่วมจากหลายภาคส่วนเพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสม นั้น
ต่อมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เผยแพร่แถลงการณ์ ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับผลการสำรวจและประเมินสภาพอาคาร รวมถึงข้อจำกัดด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างและปัญหาด้านระบบประกอบอาคาร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาแนวทางการดำเนินการกับอาคารดังกล่าว
จากสถานการณ์ดังกล่าว สมาคมสถาปนิกสยามฯ เห็นว่า ประเด็นด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ตลอดจนงานวิศวกรรมระบบประกอบอาคาร เป็นประเด็นทางวิชาการและเทคนิคที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และควรได้รับการพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยอาศัยข้อมูลจากการสำรวจ ตรวจสอบ และทดสอบสภาพอาคารในปัจจุบัน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจร่วมกันบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ และเพื่อให้สามารถพิจารณาทางเลือกในการดำเนินการกับอาคารได้อย่างเหมาะสม
ถอดข้อความจากเอกสารหน้า 2 ตามภาพได้ดังนี้
ในการนี้ วปท. ขอเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะด้านวิศวกรรม ดังนี้
1) ความเห็นเบื้องต้นด้านวิศวกรรมโครงสร้างของอาคารหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝ่ายหิน
จากข้อมูลที่ได้รับทราบจากการประชุมและการหารือที่ผ่านมา อาคารทั้งสองหลังได้เปิดใช้งานมาเป็นระยะเวลากว่า 60 ปี และจากข้อมูลที่ได้รับทราบ ไม่ปรากฏว่าอาคารมีสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างรุนแรง หรือเคยได้รับความเสียหายด้านโครงสร้างจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลกระทบต่อพื้นที่หลายแห่งในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และไม่อาจใช้เป็นข้อสรุปแทนผลการสำรวจและประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างในปัจจุบันได้ ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีความประสงค์ที่จะพิจารณาการปรับปรุงและใช้งานอาคารต่อไป วปท. มีความยินดีที่จะประสานผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ซึ่งอาจเป็นสมาชิกของ วปท. และ/หรือผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ และทดสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารในปัจจุบันอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบดังกล่าวสามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางการปรับปรุง เสริมกำลัง หรือซ่อมแซมโครงสร้าง ตลอดจนงานวิศวกรรมระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร มาตรฐานทางวิศวกรรม และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และรูปแบบการใช้งานอาคารในอนาคต
2) ความเป็นไปได้ในการอนุรักษ์และปรับใช้ประโยชน์อาคาร
ในทางวิศวกรรม การปรับปรุงอาคารเดิมเพื่อให้สามารถใช้งานต่อไปได้ สามารถพิจารณาดำเนินการได้โดยเริ่มจากการสำรวจสภาพอาคาร วิเคราะห์โครงสร้างและวัสดุ ทดสอบคุณสมบัติและความสามารถในการรับน้ำหนัก ตลอดจนตรวจสอบระบบประกอบอาคารที่เกี่ยวข้อง
จากผลการตรวจสอบดังกล่าว จึงสามารถนำมาวิเคราะห์และออกแบบแนวทางการซ่อมแซม ปรับปรุง หรือเสริมกำลังโครงสร้าง รวมถึงการปรับปรุงระบบประกอบอาคารให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน และเป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น ก่อนที่จะมีข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการกับอาคาร วปท. เห็นว่า การศึกษาความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมของแนวทางการอนุรักษ์ ปรับปรุง และปรับใช้ประโยชน์อาคาร ควรได้รับการพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยมีข้อมูลทางวิศวกรรมที่ชัดเจนและเพียงพอประกอบการตัดสินใจ
3) คุณค่าด้านวิศวกรรมและการเป็นแหล่งเรียนรู้
นอกจากคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แล้ว จากข้อมูลที่ได้รับทราบ อาคารทั้งสองแห่งยังมีคุณค่าในด้านการออกแบบและพัฒนาองค์ความรู้ทางวิศวกรรมในช่วงเวลาที่ก่อสร้าง
ในการนี้ สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้มีโอกาสเข้าพบและหารือกับศาสตราจารย์อรุณ ชัยเสรี ก่อนที่ท่านจะถึงแก่อสัญกรรม และได้รับทราบข้อมูลและแนวคิดหลายประการเกี่ยวกับแนวคิดการออกแบบและการก่อสร้างอาคาร
ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงองค์ความรู้และแนวคิดด้านวิศวกรรมที่น่าสนใจในยุคสมัยนั้น อีกทั้งยังมีศาสตราจารย์อรุณ สรเทศน์ ร่วมเป็นผู้ออกแบบงานระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมของอาคารด้วย
ด้วยเหตุนี้ อาคารทั้งสองจึงมิได้มีคุณค่าเฉพาะในมิติของสถาปัตยกรรมเท่านั้น หากแต่ยังมีคุณค่าในฐานะผลงานด้านวิศวกรรมและเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพัฒนาการด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างของประเทศไทย ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษา คณาจารย์ สถาปนิก วิศวกร และผู้ประกอบวิชาชีพรุ่นต่อไปได้เป็นอย่างดี
4) แนวทางความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพ
วปท. เห็นว่า การพิจารณาแนวทางดำเนินการกับอาคารหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝ่ายหิน ควรเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาวิชาชีพต่างๆ ได้ร่วมกันพิจารณา ทั้งด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรมโครงสร้าง วิศวกรรมระบบประกอบอาคาร การอนุรักษ์อาคาร ตลอดจนด้านกฎหมายและการบริหารจัดการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้านและสามารถพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วปท. ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประสานและสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสาขาต่างๆ ทั้งจากสมาชิกของ วปท. และจากสมาคมหรือองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกับสมาคมสถาปนิกสยามฯ และหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษา สำรวจ ตรวจสอบ และพิจารณาทางเลือกด้านวิศวกรรมสำหรับอาคารทั้งสองแห่ง ตามแนวทางที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันหารือและเห็นชอบต่อไป
วปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา จะเป็นส่วนสำคัญในการจัดทำข้อมูลทางวิชาการที่รอบด้าน เพื่อประกอบการพิจารณาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนำไปสู่แนวทางการดำเนินการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยในการใช้งาน คุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ตลอดจนคุณค่าทางวิศวกรรมของอาคารทั้งสองแห่ง
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
(นายนพดล ใจซื่อ) นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย






