‘ศานนท์’ ถามมุมกลับ ‘สังคมแบบไหน’ คนไร้บ้านเต็มเมือง? กทม.อ้าแขนเป็นเจ้าภาพ ช่วยบนฐานความเป็นมนุษย์

19.10.22 | 19:55 น.

‘ศานนท์’ ถามมุมกลับ ‘สังคมแบบไหน’ ทำให้เกิดคนไร้บ้านเต็มเมือง ? ชู 3 ขั้นตอนแก้ปัญหา เน้นมองความเป็นมนุษย์ – เชื่อเขาที่จะกลับสู่ภาวะปกติ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2565

โดยในตอนหนึ่ง นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ตอบคำถามในญัตติของ น.ส.ศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

อ่านข่าว : ส.ก.เขตพระนคร วอนชัชชาติ ฟื้น ‘บ้านอิ่มใจ’ ช่วยคนไร้บ้านมีที่พึ่ง เลี่ยงปมก่อเหตุในสังคม

นายศานนท์กล่าวว่า ความจริงแล้วปัญหาคนไร้บ้านเป็นปัญหาที่สำคัญ เราได้รับจากทราฟฟี่ฟองดูว์ 389 เคส ซึ่งหากเดินตามเขตต่างๆ ก็จะเห็นปัญหานี้ ความจริงแล้วปัญหานี้ ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นหน่วยงานหลักในการทำ จาก พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ปี 2557 ทาง พม.ได้มีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในพื้นที่ กทม.และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 11 แห่งทั่วประเทศ แต่ กทม.ต่อให้เราได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หลักตามกฎหมาย แต่เรามีหน้าที่สำคัญในการเป็นเจ้าภาพในการดูแล ทาง กทม.จึงมีการประชุมร่วมกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และร่วมกับทางมูลนิธิ และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ในการแก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่งหรือคนไร้บ้าน

“ผมคิดว่าคนไร้บ้านไม่สามารถแก้ปัญหาโดยการมองว่าคนไร้บ้านเป็นปัญหาของปัจเจก หรือตัวบุคคลได้ คำถามคือว่าสังคมแบบไหนที่ทำให้เกิดคนไร้บ้านเต็มเมืองแบบนี้ ซึ่งสิ่งที่เราพยายามทำคือการมองความเป็นมนุษย์ของคนไร้บ้าน และพยายามที่จะมองว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไรที่เป็นองค์รวมที่สุด” นายศานนท์กล่าว

Advertisement

นายศานนท์กล่าวต่อว่า เราจึงจัดทำแนวทางโดยขั้นแรก เราทำฐานข้อมูลก่อน เรามีข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีคนไร้บ้าน 1,656 คน ถ้าแบ่งแล้วมี 5% หรือ 83 คน ที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช และอีก 95% หรือ 1,573 คน เป็นคนไร้บ้านที่พัฒนากลับมาให้เขามีบ้านและกลับไปสู่ภาวะปกติได้ ซึ่งใน 1,573 คน เป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่อยู่ประมาณ 80 %

“คำว่า คนไร้บ้านหน้าใหม่ หมายความว่าเป็นคนไร้บ้านที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจ หรืออาจเกิดจากภาวะความเป็นอยู่ทางบ้าน ตรง 80% นี้เองซึ่งตกแล้ว 1,400 คน เรามองว่านี่คือหัวใจของการแก้ไขปัญหา” นายศานนท์กล่าว

นายศานนท์กล่าวว่า ปัจจุบันเราจึงทำแนวทางที่ 2 คือ การทวงคืนพื้นที่สวัสดิการ ปัญหาบ้านอิ่มใจแต่ก่อน คือต้องสมัครเข้าไปที่บ้านก่อนถึงจะได้สวัสดิการ การให้เขาเข้าไปที่บ้านก่อน บางครั้งคนไร้บ้านบางส่วนไม่ได้รู้สึกสบายใจที่จะเข้าไปที่บ้าน แต่บางครั้งเขาอาจอยากได้สวัสดิการก่อน

“ทาง กทม.จึงจัดตั้งพื้นที่สวัสดิการหรือเรียกว่า จุดดร็อปอิน เพื่อที่จะดูแลสวัสดิการเบื้องต้นของคนไร้บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มหน้าใหม่นี้ก่อน โดยปัจจุบันนี้เราจัดตั้ง จุดดร็อปอิน 4 แห่ง แห่งที่ 1 คือตรงเขตพระนคร ตรงใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ตรงนี้แต่เดิมเราให้บริการจันทร์-ศุกร์ แต่ปัจจุบันเราขยายเป็นทุกวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ 08.00-17.00 น. มีจุดแจกอาหาร” นายศานนท์ระบุ

นายศานนท์กล่าวอีกว่า ไม่ใช่จุดอาหารเพียงเท่านั้น ยังมีจุดบริการอื่น อย่างเช่น จุดลงทะเบียนบัตรประชาชน จุดสาธารณสุข มีทางสำนักอนามัยตั้งบูธดูแลเรื่องสุขภาพ และที่สำคัญคือ มีจุดบริการเรื่องอาชีพเรื่องงาน ถ้าเขาอยากกลับเข้าสู่ระบบ อยากมีงานทำก็มีจุดลงทะเบียนงาน

“มากกว่านั้นก็ได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทเอกชนหลายเจ้าที่มาช่วยเรื่องซัก อบ อาบ คือการซักผ้า รีดผ้าและการอาบน้ำของคนไร้บ้านด้วย ทำให้จุดบริการสวัสดิการเป็นจุดที่สมมติว่าเราไม่มีทางออก เราไร้ที่พึ่ง เป็นจุดที่จะดูแลสวัสดิการเบื้องต้น ให้กับคนไร้บ้านได้”

นายศานนท์กล่าวว่าอีก จุดที่ 2 คือตรอกสาเก ซึ่งร่วมกับมูลนิธิอิสรชน เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทำเรื่องนี้มานาน เปิดวันอังคาร จุดที่ 3 คือ โซนหัวลำโพง ซึ่งตรงนี้เรามาเปิดตรงริมทางเขตป้อมปราบฯ เป็นจุดที่ดูแลทุกวันพุธ และจุดที่ 4 ตรง ถ.ราชดำเนิน บริเวณอนุสาวรีย์ 14 ตุลา ปัจจุบันกำลังยุบไปรวมที่จุดใต้สะพานพระปิ่นเกล้า

“ส่วนปัญหาเรื่องของการแจกอาหาร ปัจจุบันเราทำการประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ให้ผู้มีใจบุญจิตสาธารณะทุกท่านให้ไปบริจาคในที่เดียวที่สะพานพระปิ่นเกล้า เพราะการบริจาคที่อื่น ทางคนไร้บ้านจะไม่ได้สวัสดิการอื่น แต่ถ้าไปบริจาคที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า เรื่องการตรวจสุขภาพ อาชีพ การซักผ้า อาบน้ำ คนไร้บ้านก็จะได้รับบริการครบ” นายศานนท์กล่าว

นายศานนท์กล่าวว่า แนวทางที่ 3 เราทำเรื่องของบ้าน ปัจจุบันเราเรียกว่าบ้านที่พักอาศัยระยะผ่าน เราทำร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. เรียกว่าโครงการบ้านคนละครึ่ง ปัจจุบันได้เปิดเฟสที่ 3 ไปแล้ว ก็มีคนไร้บ้านที่มาใช้บริการบ้านคนละครึ่งอยู่ และมีโครงการที่อยู่อาศัยของศูนย์คนไร้บ้านศูนย์คนไร้บ้าน สุวิทย์ วัดหนู เขตบางกอกน้อย และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบ้านมิตรไมตรี 4 แห่ง เป็นการบูรณาการร่วมกับการมูลนิธิและกระทรวง พม.ด้วย

“ผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาคนไร้บ้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมององค์รวม และใช้หลักเกณฑ์ของความเป็นมนุษย์ อย่างที่สุด ไม่ได้โทษไปที่ปัจเจกบุคคล ว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อดูแลสวัสดิการเบื้องต้น และเชื่อเขาที่จะกลับสู่ภาวะปกติ เป็นทางเบื้องต้น” นายศานนท์กล่าว