ส.ก.ดินแดง จี้ถามกลางสภา ถ้าขอเพิ่มงบ ‘จ้างอาสาสมัครชุมชน’ แต่ทำไม่ได้ ? ยัน ไม่ติดใจถ้าตอบเคลียร์
เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ส.ก.ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2566
ในตอนหนึ่ง นางอนงค์ เพชรทัต ส.ก.เขตดินแดง พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงกรณีของการจ้างงานโครงการอาสาสมัครในชุมชนกรุงเทพมหานคร ให้เกิดรายได้และใช้งบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด
นางอนงค์กล่าวว่า การตั้งงบประมาณต้องขออนุญาตยืมคำพูดของเพื่อนในที่ประชุมมาพูดว่า การตั้งงบประมาณต้องการเห็นข้างล่างขึ้นข้างบน โครงการนี้เป็นการพัฒนาชุมชนเมือง โดยมีเยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการ และเป็นการจ้างอาสาสมัครทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน ค่าแรงงานวันละ 300 บาท ถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะคนในชุมชนเมืองของเราในกรุงเทพมหานคร และงบประมาณก็ไม่ได้มากมายอะไร
“อยากเรียนที่ประชุมแห่งนี้ว่า การตั้งงบประมาณแล้วดำเนินการไม่ได้ปีแรกของการตั้งงบประมาณโครงการนี้ เป็นโครงการใหม่คือปี 2566 การจัดจ้างอาสาสมัครในชุมชน ต้องไม่เกิน 70% ของชุมชนในพื้นที่ ท่านประธานเชื่อหรือไม่ งบประมาณนี้เป็นงบประมาณของสำนักพัฒนาชุมชน และฝากให้สำนักงานเขตเป็นผู้ดำเนินการ สำนักงานเขตดำเนินการประกาศรับอาสาสมัคร บางเขตประกาศ 3 รอบก็ไม่มีคนมาสมัคร ดิฉันจึงอยากถามว่าในการของบประมาณสภา ผ่านให้แล้ว ท่านปฏิบัติไม่ได้ คิดอย่างไร” นางอนงค์ชี้

นางอนงค์กล่าวต่อว่า อย่างที่ตนเรียนให้ทราบว่าเห็นด้วยที่จะพัฒนาคน แต่บอกว่าเป็นการซับซ้อน เพราะ สำนักพัฒนาชุมชนมีโรงเรียนฝึกอาชีพ และสิ่งที่จ้างอาสาสมัครก็เป็นโครงการสำนักพัฒนาชุมชน
“ทำไมท่านถึงไม่ทำงานเชิงรุก แทนที่จะรอรับสมัครให้คนมาเรียนที่ตั้งไว้ในโครงการ ท่านทำในเชิงรุกได้หรือไม่ ลงไปหาเขาในชุมชน สิ่งที่สำคัญคือพิจารณาตั้งงบประมาณแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ ในปีนี้ก็ขอมาอีก และมีเติมอีก 3 ล้านบาท เงิน 20 กว่าล้านบาทนี้ ถ้าหน่วยงานเอาไปแก้ปัญหาเดือดร้อน คงใช้ได้หลายโครงการ ดิฉันเรียนแล้วว่าเห็นด้วย แต่วิธีการดำเนินงานมันไม่มีผู้ปฏิบัติ ในปีที่ 2 ท่านก็ยังขอจัดสรรไปอีก ตรงนี้อยากให้ท่านประธานที่นั่งอยู่ในขณะนี้หรือท่านประธานวิสามัญ ช่วยดิฉันคิดว่าจะทำอย่างไรดี งบประมาณจะได้ถูกใช้ในสิ่งที่หน่วยงานตั้งมา” นางอนงค์กล่าว
นางอนงค์กล่าวอีกว่า ตนเข้าใจงบประมาณ หากไม่ใช้คงต้องคืน เมื่อตั้งแล้ว เงินก็ต้องพร้อมให้หน่วยงานใช้แต่ไม่ได้ใช้รอมา 1 ปี ทั้งที่ในรายละเอียดของโครงการมีอยู่พร้อม ว่าต้องดำเนินการอย่างไร ดิฉันว่ามีหลายเขตที่ไม่ใช้งบประมาณตรงนี้เลย จึงอยากให้ที่ประชุมพิจารณา ส่วนตัวยังอยากให้โครงการนี้อยู่ แต่อยากให้อยู่อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามเป้าหมายของท่านเจ้าของหน่วยงานที่ตั้งโครงการนี้ จึงเรียนหารือในที่ประชุมแห่งนี้

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลุกขึ้นชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า เรื่องอาสาสมัครชุมชน เป็นนโยบายที่อยู่ใน 216 ข้อ ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่เราดำเนินการจะมีความขรุขระเล็กน้อย ในปีนี้ต้องยอมรับว่าเราต้องขอบคุณสมาชิกแนะนำเราจะไปปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งเจตนาของโครงการนี้จะแตกต่างกับอาสาสมัครที่อยู่ในปัจจุบันนี้ที่มีภารกิจที่เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ หรือเรื่องของเด็ก เรื่องของเทคโนโลยีในชุมชนก็จะดูเรื่องของคนในกลุ่มเปราะบาง และข้อมูลในชุมชนต่างๆ มีหน้าที่ดึงคนรุ่นใหม่ในชุมชน เก็บข้อมูลในชุมชน เราก็จะได้ข้อมูลที่เรียลไทม์จากชุมชน และคืนข้อมูลในชุมชนให้รับรู้ว่ามีข้อมูลอะไรของเขาบ้าง
ในขณะเดียวกันก็จะมีฐานข้อมูลของสำนักผังเมืองหรือ One Map เป็นการทำงานที่ทำงานร่วมกันของคนในชุมชนและกรุงเทพมหานคร โดยการที่เราพูดถึง ‘สมาร์ทซิตี้’ เราเอาข้อมูลที่ชุมชนเป็นคนเก็บเองมาเป็นข้อมูลฐานที่เราใช้พัฒนาต่างๆ กรุงเทพมหานครเองก็มีข้อมูล One Map ที่คืนให้กับชุมชนสามารถที่จะดูได้ว่าข้อมูลที่มีคนที่เสียชีวิตมีกลุ่มเปราะบางมากขึ้นก็สามารถที่จะอัพเดตได้เรียลไทม์ ข้อมูลก็จะอัพเดตพร้อมกันทั้งทางกรุงเทพมหานครและก็ข้อมูลของชุมชนด้วย
“เป็นความร่วมมือที่มีหน่วยงานต่างๆ อาสาสมัครเทคโนโลยี (อสท.) เป็นเหมือนคนที่รองรับความร่วมมือจากส่วนต่างๆ เราใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ เป็นข้อมูลที่สำนักผังเมืองลงรายละเอียดไปในตัวฐานข้อมูล พอกรอกเข้าไปแล้วจะมีข้อมูลครบเลย เป็นข้อมูลที่ยอมรับจากตัวในชุมชนต่างๆ จะเห็นแดชบอร์ดที่ปกป้องข้อมูลต่างๆ สามารถนำมาวิเคราะห์จัดตั้งข้อมูลต่างๆ ได้” นายศานนท์ชี้แจง
ทั้งนี้ นางอนงค์ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เป้าหมายแรกที่ตนถามท่านประธาน ตนอ่านแล้วเข้าใจว่าวันนี้ไม่ใช่วันชี้แจงงบประมาณ เป็นวันที่เราจะพิจารณากัน ความหมายที่ตนถาม คือจะทำอย่างไรให้งบประมาณก้อนนี้เกิดประสิทธิภาพกับคนกรุงเทพมหานคร
“ในเวลานี้ไม่ใช่เวลาชี้แจงงบประมาณ ดิฉันอยากให้ท่านประธานคำนึงว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ จริงๆ แล้วในโครงการนี้อยากดำรงไว้ แต่รายละเอียดก็คือว่าท่านของบประมาณ สภาอนุมัติผ่านแล้วเรียบร้อยในปีแรกในโครงการนี้ เข้าใจว่าเป็นโครงการใหม่ แต่ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติ ปีนี้ท่านก็ของบประมาณเข้ามาอีก อยากได้ยินสิ่งที่ว่าขอมาแล้วใช้หรือเปล่า ใช้ให้มันเกิดประโยชน์ต่อชุมชนจริงหรือเปล่า อนุมัติไปแล้วท่านไม่ได้ทำ 1 ปี เงิน 20 กว่าล้านบาท และขอเพิ่มเติมมาอีก 3 ล้านบาท ตรงนี้มันจะได้รับการใช้หรือไม่ เพราะว่าการตอบต้องบันทึกอยู่ในรายงานการประชุมอยู่แล้ว หากท่านตอบเป็นที่สบายใจของคณะกรรมการวิสามัญที่พิจารณาผ่านโครงการนี้ให้ ดิฉันก็ไม่ติดใจ” นางอนงค์กล่าว
ด้าน นายศานนท์กล่าวตอบว่า ตนจะกำชับและเร่งรัดให้เกิดการจ้างงานและใช้ประโยชน์จากกรอบงบประมาณนี้ให้เกิดความคุ้มค่างบประมาณที่สุด
“จะพยายามคุยกับทุกสำนักงานเขตจะมีการกำชับเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดการจ้างงานอย่างครบถ้วน” นายศานนท์กล่าว
- อ่านข่าว : สภากทม. ผ่านงบปี67 ‘90,000 ล้าน’ – ลดเงินสร้าง ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ หลัง ส.ก.ลุกท้วงจัดหนัก
- ส.ก.วิรัช ห่วง ร.ร.แบกไม่ไหว ภาระค่าไฟพุ่งกว่า 50 ล้าน/ปี – ชี้ ‘ปลูกต้นไม้กรองอากาศ’ ดีกว่า
- ส.ก.ถามผู้ว่าฯ เบิกค่าไฟจากใคร – ไม่กลัวโดนฟ้อง ทำโลกร้อน? แนะใช้ 200 ล. ซ่อมห้องเรียนทรุดโทรม
- ชัชชาติ ลั่น ‘ขนาดห้องผู้ว่ายังติดแอร์’ แต่ไม่มีลงทุนอนาคตชาติ ? ยกวิทย์แจง ของบฯ ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’
- ส.ก.จอห์น เสิร์ชเน็ตเทียบราคา ‘ติดแอร์ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ไม่คุ้ม ลงทุนซื้อเครื่องฟอกฯ ใช้แค่ 164 ล้าน
- ปธ.อยากฟาดบ้าง! ส.ก.ขุดหลักฐาน ‘ตีเช็คเปล่า?’ ท้วงโครงการ ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ 20 ตรม.ติดแอร์ 2 ตัว
- ‘เฮียล้าน’ ขอบคุณเพื่อน ส.ก.ช่วยกันตัด ‘งบรายจ่าย กทม.ปี 67’ สรุปผ่าน ‘9 หมื่นล้าน’
- จับตา ‘สภากทม.’ ญัตติแน่น! ตั้งแต่ขยะ เสาไฟ ป้ายโฆษณา ยันตั้งกก.วิสามัญ

