เพิ่มหมอด่วน! ‘ดร.จอห์น’ อึ้ง รพ.กทม. ‘จิตแพทย์’ 12 คน รักษาคนไข้ทะลุ 6 หมื่น

เพิ่มหมอด่วน! ‘ดร.จอห์น’ อึ้ง รพ.กทม. ‘จิตแพทย์’ 12 คน รักษาคนไข้ทะลุ 6 หมื่น

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และ ส.ก.ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 1 ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2567

ในตอนหนึ่ง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครเพิ่มศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านจิตเวช ให้ครอบคลุมในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร

 

Advertisement

นายสุรจิตต์กล่าวว่า ตนเคยอภิปรายเรื่องขอบเขตการให้บริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ที่ สภากทม. เมื่อปี 2566 นักจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันในด้านการศึกษา รวมถึงวิธีการรักษา

โดยผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มอาการทางจิตเวช ตั้งแต่ปี 2564-2566 เรียงลำดับ 7 อาการได้ ดังนี้ 1.กลุ่มอาการจิตเภท 2.กลุ่มอาการวิตกกังวล 3.กลุ่มอาการจิตเภทแบบระแวง 4.กลุ่มอาการกลัวสุดขีดจนผิดปกติ (ความกังวลเป็นครั้งคราว) 5.อาการปรับตัวที่ผิดปกติ 6.โรคซึมเศร้า 7.กลุ่มผู้พยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งจากสถิติจะเห็นได้ว่าทุกปีมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

นายสุรจิตต์ชี้ว่า โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แต่ละโซนเริ่มจาก กรุงเทพฯ ตะวันออก กรุงเทพฯใต้ กรุงธนใต้ กรุงเทพฯกลาง กรุงธนเหนือ กรุงเทพฯเหนือ ปัญหาที่พบคือมีโรงพยาบาลให้บริการในแต่ละพื้นที่น้อยมากซึ่งบางพื้นที่ไม่มีเลย จากจำนวนโรงพยาบาล 9 แห่ง จำนวนจิตแพทย์ 12 คน จำนวนนักจิตวิทยา 15 คน ต่อจำนวนผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตและผู้เข้ารับบริการด้านสุขภาพจิตรวม 66,193 คน

งบประมาณการก่อตั้งโรงพยาบาลลาดกระบัง ซึ่งเป็นอาคารใหม่คือส่วนห้องจ่ายกลาง (ห้องปราศจากเชื้อ) ไม่ถูกพิจารณาในงบประมาณปี 2568 ซึ่งได้ทำการของบฯ จัดซื้อคุรุภัณฑ์ในห้องจ่ายกลาง ทั้งหมด 32 รายการ จำนวน 104 ล้านบาท แต่ทางสำนักการแพทย์ พิจารณาแล้ว อาจจะได้เพียง 5 รายการ เป็นเงิน 15.5 ล้านบาท และไม่ได้อนุมัติงบประมาณห้องปราศจากเชื้อ โดยให้เหตุผลอ้างเพราะงบประมาณไม่เพียงพอ ทั้งนี้ จึงอยากให้พิจารณาให้มีห้องปลอดเชื้อ หรือห้องจ่ายกลางอย่างมีมาตรฐาน อีกทั้งเป็นประเด็นที่ประชาชนส่วนมากถามถึงว่า ‘เป็นการกระจุกหรือกระจาย?’

 

“ผมมองว่าควรประชาสัมพันธ์ให้เต็มที่ เล็งเห็นถึงประสิทธิภาพ วัดประสิทธิผลอย่างจริงจัง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อเอื้ออำนวยแก่ประชาชนทุกคน” นายสุรจิตต์กล่าว

ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า อัตราจิตแพทย์ ในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครมีน้อย ถึงแม้จะมีเต็มอัตราก็คงจะไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นจากประเด็นที่ต้องการเร่งอัตราที่มีอยู่ในกรอบให้เต็มจำนวนที่ตั้งไว้ ในช่วงเวลาที่กำลังเพิ่มกรอบอัตรา ทั้งการจ้าง ห้วงเวลา และการเพิ่มอัตรา ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครเอง มีเพียง 2 วิธีที่จะผ่อนภาระที่เกิดขึ้นจากการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ดังนี้

1.กระบวนการ ‘เทเลคอนซัลต์’ โดยนักจิตวิทยาและจิตวิทยาคลินิก ทั้งสองประเภทนี้พูดคุย วินิจฉัยเบื้องต้นส่งต่อไปให้นักจิตแพทย์ที่อยู่ปลายทาง

2.การเชื่อมแอพพลิเคชั่น อาทิ DMIND, สติ โดยมีการพูดคุยกับนักจิตวิทยาเบื้องต้น จากสถิติส่วนมากมีเพียงผู้เสี่ยงต่ำ แต่หากเป็นผู้เสี่ยงขั้นรุนแรง ศูนย์บริการสาธารณะสุขจะทำการส่งต่อ

น.ส.ทวิดา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้กั้นส่วนให้มีส่วนดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น นอกจากนี้ ต้องเกิดจากความพยายามของโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อขยายส่วนบริการสาธารณะสุขที่ดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะรวมถึงผู้ป่วยที่อาจจะต่อเนื่องมาจากสารเสพติด ให้มากขึ้น

อ่านข่าว :

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image