สถานีคิดเลขที่12 โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข : ปรับครม.

11.06.20 | 12:03 น.

การปรับ ครม. หลังจากปรับคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ

บุคคลในรัฐบาล พรรคการเมือง และแวดวงวิชาการ วงการเศรษฐกิจ ต่างออกมาให้สัมภาษณ์ ทั้งสนับสนุน คัดค้าน และแสดงความห่วงกังวล

ถ้ามองว่า รัฐบาลเพิ่งทำงานมา 1 ปี เพราะรัฐสภาโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯด้วยคะแนนเสียง 500 ต่อ 244 งดออกเสียง 3 ไปเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2562 ก็ถือว่า จะเป็นการปรับ ครม.ที่เกิดขึ้นเร็วอยู่เหมือนกัน

แต่ถ้ามองว่า รัฐบาลนี้ แม้จะเกิดหลังเลือกตั้ง 2562 แต่เป็นความต่อเนื่องจากรัฐบาล คสช. ที่อยู่มาตั้งแต่ปี 2557 ก็อาจจะไม่เห็นว่าเร็วหรือช้า

รอบนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำแล้วย้ำอีกว่า การปรับ ครม.เป็นเรื่องที่นายกฯ จะพิจารณาเอง จะปรับหรือไม่ปรับ ยังไม่พูดชัดเจน

Advertisement

เป็นการพูดเหมือนก่อนปรับ ครม.ในอดีตที่ผ่านมา ระหว่าง 2557-2562 ซึ่งนายกฯบิ๊กตู่ เป็นหัวหน้ารัฐบาลในการเมืองอีกแบบหนึ่ง

แต่ครั้งนี้ ในการเมืองที่เปลี่ยนไป มีพรรคการเมืองมาเป็นองค์ประกอบ
นายกฯพูดได้ว่า จะพิจารณาเอง แต่ในความเป็นจริง ต้องฟังเสียงจากพรรคพลังประชารัฐด้วย

ส่วนกระบวนการปรับคงยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว และเริ่มนับ 1 ไปแล้ว จากการลาออกของ 18 กรรมการบริหารพรรค ซึ่งทำให้ กก.บห.ทั้งชุดสิ้นสภาพ จะต้องประชุมใหญ่เลือกใหม่ ใน 45 วัน นับจากวันที่ 1 มิ.ย.

ปัญหาว่าประชุมได้หรือไม่ กกต.เปิดไฟเขียวจ้าว่า ประชุมได้เลย เพียงแต่ต้องจัดมาตรการนั่งห่าง ใส่หน้ากากอนามัย คล้ายๆ ประชุมสภา ประชุมกรรมาธิการในสภา

ข่าวล่าสุดบอกว่า 45 วันไม่ทันใจ ทางกลุ่มเคลื่อนไหว จะใช้ข้อบังคับ 36 เข้าชื่อกันให้จัดประชุมเร็วขึ้น

“คีย์แมน” ของกลุ่มเคลื่อนไหวบอกว่า ควรประชุมในช่วงวันที่ 19 -21 มิ.ย.นี้

เรียกว่านับ 1 แล้ว 2-3 … จะต้องตามมาอย่างรวดเร็ว

ส่วนการปรับ ครม. ที่จะเกิดขึ้น จะเป็นการปรับเฉพาะในพรรค พปชร. หรือจะมีพรรคอื่นขอโดยสาร ร่วมขบวนไปด้วย ก็เป็นอีกประเด็น

เพราะถ้าส่องดูพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็มีปัญหาภายในอยู่พอสมควร

บางพรรค มีการลาออก แยกพรรค ย้ายพรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในการเมืองก่อนหน้ารัฐประหาร 2557

แต่ละพรรค อาจจะต้องการอาศัยการปรับ ครม. หรือไม่ปรับ แก้ปัญหาในพรรคของตัวเอง

ผลที่จะตามมา คือ ความยุ่งยาก ทั้งเรื่องความพอใจ หรือไม่พอใจต่อการปรับตำแหน่งต่างๆ

ที่สำคัญกว่า คือ ปรับแล้วประสิทธิภาพของรัฐบาลจะดีขึ้นหรือไม่

โดยเฉพาะในเมื่อโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 ทุกฝ่ายลงความเห็นว่าไม่ธรรมดา

การเมืองที่รอนายกฯ อยู่ข้างหน้า จะต่างจาก 5-6 ปีที่ผ่านมาอย่างมาก