‘พ่อโฟกัส’ ยัน ส่วนต่อขยาย 1-2 แยกกันไม่ได้ แนะตั้ง คกก.ศึกษาให้ลึก สภาต้องคิดใหม่ ปม ‘สายสีเขียว’

‘พ่อโฟกัส’ ยัน ส่วนต่อขยาย 1-2 แยกกันไม่ได้ แนะตั้ง คกก.ศึกษาให้ลึก สภาต้องคิดใหม่ ปม ‘สายสีเขียว’

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2565 โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย นั่งเป็นประธานสภา กทม. พร้อมด้วยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร มีผู้เข้าร่วมได้แก่ ส.ก. คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งคณะ ทีมคณะที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. คณะเลขานุการผู้ว่าฯกทม.

โดยวันนี้มีประเด็นสำคัญคือ นายชัชชาติจะเสนอญัตติขอรับความเห็นจากสภากรุงเทพมหานคร เรื่อง 1.แนวทางการเก็บค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และ 2.ญัตติขอรับความเห็นจากสภากรุงเทพมหานคร เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมเห็นด้วยให้ควบรวม 2 ญัตติดังกล่าว ก่อนที่ ส.ก.จะร่วมอภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วยและกังวลในญัตตินี้ โดยอ้างว่าผิดกฎหมาย ไม่อยู่ในขอบข่ายอำนาจของ กทม. ที่จะกำหนดราคา จนในที่สุดได้ถอนญัตติดังกล่าวออกไปก่อน โดยประธานสภา กทม.ระบุในช่วงต้นว่า เอกสารจากทางฝ่ายบริหารยังไม่ครบถ้วน จึงจะขอหารือกับสมาชิก ส.ก.ในประเด็นรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังจากจบการประชุมสภา กทม.ในวันนี้

อ่านข่าว : สภา กทม. ล่มครั้งแรก หลังถอนญัตติ ‘สายสีเขียว’-‘ชัชชาติ’ ลั่น เรื่องนี้อีกยาว ส.ก.บอกผิด กม. ‘ผมจดไว้หมดนะ’

Advertisement

ส.ก.พญาไท ขู่วอล์กเอาต์ โต้ ‘ไม่ใช่อำนาจผู้ว่าฯ’ – ปิดสภากทม. หลังถอนญัตติชัชชาติ ‘สายสีเขียว’ อ้างเอกสารไม่ครบ

: ส.ก.บึงกุ่ม จี้ถามสด คืบไหม ‘โครงการชุมชนเข้มแข็ง’? ศานนท์ จะแก้ให้ใหม่ ปชช.ร่วมคิดแผนจัดซื้อเอง

‘ชัชชาติ’ ขอทำตามขั้นตอน ปชต. เลี่ยงซ้ำรอย ‘คสช.รวบสัมปทาน’ ส่วนต่อขยาย1 – เตรียมแทงเรื่องให้ ครม.เคาะ

‘ชัชชาติ’ ลุกขอความเห็น สภา กทม. เก็บค่าโดยสาร ‘สายสีเขียว’ ส่วนต่อขยายที่ 2 – ส.ก.รอเคลียร์ประเด็นค้าง

ด้าน นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษารายละเอียด จากนั้นจึงให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นได้

นายนภาพลกล่าวว่า ดังที่นายพีรพลได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ในฐานะนักกฎหมาย ตนเห็นด้วยกับคำสั่ง คสช.ที่ให้รวมรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งส่วนต่อขยายที่ 1 และที่ 2 หลายๆ คนอาจจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ประชุมกันเมื่อตอนที่เป็น ส.ก.รุ่นเก่า

รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 1 โดยเฉพาะตากสิน บางหว้า เรามีความเห็นเป็น 2 ส่วน ตอนแรกทางสภาจะสร้าง แต่ทางรัฐบาลไม่ให้งบประมาณมา แต่เราเห็นว่ามีความจำเป็นในการสร้าง จึงใช้งบ พม.สร้างเอง ซึ่งตอนนั้นข่าวค่อนข้างจะโด่งดังมาก ในที่สุดสภาก็อนุมัติงบประมาณให้ กทม.สร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 กับส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 1 จากอ่อนนุช-แบริ่ง

ตรงนั้น ถ้าบอกว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม. ใช่ แต่เมื่อมีคำสั่ง คสช.ให้รวมส่วนต่อที่ 1 และ 2 สายสีเขียวทั้งเส้น ตอนนี้จึงเป็นก้อนกลมแยกกันไม่ได้

นายนภาพลกล่าวต่อว่า ถ้าเป็นกรรมสิทธิ์ กทม.ในส่วนต่อขยายที่ 1 ตนว่า กทม.ต้องรับผิดชอบในส่วนนั้น เพราะเป็นกรรมสิทธิ์ กทม. แต่ตอนนี้เราแยกไม่ได้

“ส่วนต่อขยายที่ 2 หมอชิต-คูคต แบริ่ง-สมุทรปราการ ถ้าเราดูจาก พ.ร.บ.กทม. พ.ศ.2528 ในมาตราที่ 93 จะเห็นว่า จากแบริ่งไปสมุทรปราการ ส่วนต่อขยายมันอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร แต่การรับมาดำเนินการ ต้องขออนุญาตสภาไหม ? ตามมาตรา 93 พ.ร.บ. กทม. เขียนไว้ว่า ‘กรุงเทพมหานครอาจดำเนินการนอกเขตกรุงเทพมหานครได้ เมื่อ (1) การนั้นจำเป็นต้องกระทำและเป็นการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครหรือเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในกรุงเทพมหานคร และ (2) ได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร และ (3) ได้รับความยินยอมจากผู้ว่าราชการจังหวัด ราชการส่วนท้องถิ่นหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี’ ไม่ใช่มาให้สัตยาบันเหมือนสมัยหนึ่ง เพราะว่างบประมาณที่จะไปใช้นอกเขต กทม. เป็นงบประมาณของประชาชน กทม. ตามเจตนารมณ์ต้องถามพวกเรา สภาเป็นตัวแทนของชาวกรุงเทพมหานครดังที่ผู้ว่าฯให้ข่าวว่า สมาชิกสภากรุงเทพมาจากประชาชนชาวกรุงเทพ ต้องมีส่วนในการพิจารณางบประมาณในการใช้

หลักคือต้องใช้ในกรุงเทพก่อน ถ้านอกกรุงเทพต้องขออนุญาตสภาก่อนจึงจะนำไปใช้ได้ พวกเราในฐานะที่เป็นตัวแทนก็ช่วยกันพิจารณาว่าเงินที่นำไปใช้นอกเขตกรุงเทพมหานคร มันเป็นประโยชน์กับชาวกรุงเทพมหานครหรือไม่ อย่างไร” นายนภาพลกล่าว และว่า

ในกรณีที่ คสช.ใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ให้รวมสายสีเขียวให้ กทม.ดูแล คิดว่าการกระทำที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากกรุงเทพมหานครในส่วนขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ ทำได้หรือไม่ อย่างไร ดังที่นายพีรพลเอ่ยขึ้นเมื่อครู่ว่า จากญัตติที่ให้มาคือให้เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ตนคิดว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งข้อมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีเยอะมาก ต้องฟังคณะกรรมการจราจรที่ไปพิจารณา ว่าจะชี้แจงอย่างไร และเมื่อฟังแล้วตนคิดว่าทางสภาอาจจะพิจารณาอีกทีว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรในญัตตินี้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image