หน้าแรก การเมือง ยิ่งชีพ เชื่อ...

ยิ่งชีพ เชื่อกูเกิลไดร์ฟมากกว่าแอพพ์กกต. โวยจ่าหน้าซองผิดไม่พอ ชาวบ้านฉลาดกว่าจนท.

11.05.23 | 17:45 น.

 ilaw ขอประชาชน เข้าคูหา-จับตากกต. ปกป้องคะแนนเสียงตัวเอง

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมคึกฤทธิ์ ปราโมช สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ ‘ดุลยภาพแห่งอำนาจ เปลี่ยนผ่านสังคมไทยด้วยการเลือกตั้ง’ เนื่องในวาระ 123 ปี ชาตกาล ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การ ม.ธรรมศาสตร์ (อ่านข่าว พรึบ มธ.รำลึก 123 ปีชาตกาล ‘ปรีดี พนมยงค์’ นักวิชาการดังลุยร่วมเสวนาจับตาเลือกตั้ง)

วิทยากร ได้แก่ รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา, รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักกิจกรรมการเมือง และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ดำเนินรายการโดย ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์

ในตอนหนึ่ง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า ปัญหาที่พบในเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา มี 3 ประเด็น 1.รู้อยู่แล้วว่ามีคนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2.3 ล้านคน ในหลายๆ แห่ง มีคนไปกว่า 30,000-50,000 คน

“เรารู้อยู่แล้วว่าคนจำนวนขนาดนี้ไปถึง มันต้องโกลาหล และมันก็โกลาหลจริง รถติด แดดร้อน คนเป็นลม ใช้สิทธิไม่ได้ กลับบ้าน เสียไปเท่าไหร่ไม่รู้ แต่มันเป็นสิ่งที่เตรียมตัวป้องกันล่วงหน้าได้” นายยิ่งชีพกล่าว

Advertisement

นายยิ่งชีพ กล่าวต่อไปถึง  ประเด็นที่ 2 คือ จ่าหน้าซองจดหมายผิด เรื่องนี้ก็รู้และมองเห็นอยู่แล้ว ว่ามีโอกาสผิดพลาดได้ ท้ายที่สุดก็ผิดจริง

“ผิดไม่พอ ประชาชนฉลาดกว่าเจ้าหน้าที่ เตือนแล้วว่าผิด หลายเขตประชาชนทักท้วง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมยังคิดว่าตัวเองทำถูกอยู่ ผมไม่โทษเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ แต่ไม่มีใครอธิบายเจ้าหน้าที่ว่าซองนี้คืออะไร ความเข้าใจมันง่ายมาก มันคือการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต สุดท้ายซองนี้ต้องเดินทางโดยไปรษณีย์กลับไปเขตเขา แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีความรู้พอ เจ้าหน้าที่เขียนเขตที่นั่งอยู่ พอประชาชนทักท้วงเขาก็บอกว่าถูกแล้ว มันก็ส่งขึ้นรถไปรษณีย์ รถมันก็วิ่งไปที่ทำการไปรษณีย์ ก่อนวิ่งมาส่งที่เดิม แล้วจะเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตไปทำไม?” นายยิ่งชีพกล่าว

นายยิ่งชีพ กล่าวต่อไปในประเด็นที่ 3 ว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ออกแบบการรายงานผลคะแนนใหม่ที่กำลังจะใช้เป็นครั้งแรก ปี 62 พบการรายงานคะแนนผิดพลาด ล่าช้า มีปัญหาและไม่มีคำอธิบายมาจนถึงทุกวันนี้ ปีนี้ กกต.จึงคิดว่า ถ้ารายงานคะแนนด้วยเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติซึ่งอาจเป็นข้าราชการอายุ 60 ที่กราบขอร้องให้มาทำหน้าที่กัน ก็จะใช้เทคโนโลยีไม่เป็น กรอกผิด ล่าช้า มีปัญหาอีก จึงไม่ใช้เทคโนโลยี

“ระบบรายงานคะแนนของปีนี้ คือ ทุกหน่วยนับคะแนนจนเสร็จ แล้วจะมีเอกสารที่เรียกว่าใบ ส.ส.5/18 เป็น A4 1 แผ่นสรุปทุกอย่าง ใบนั้นจะทำเป็น 3 ชุด ติดหน้าหน่วย ใส่ไว้ในหีบ และใบสุดท้ายจะถูกส่งจากหน่วยไปที่สำนักงานของ กกต.เขต ในห้องสำนักงาน กกต.เขตจะมีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งไม่รู้ว่ากี่คนหรือชื่ออะไร รับใบเหล่านี้มา นั่งพิมพ์ลงไปในเทคโนโลยีที่เรียกว่ากูเกิ้ลไดร์ฟ แล้วจึงจะส่งให้สื่อมวลชน ระบบนี้มีข้อดี-เสียอย่างละ 3 ประการ ข้อดีข้อที่ 1.คนกรอกน้อยลง แปลว่าคนจะทำผิดได้น้อยลง

2.ใช้กูเกิลไดร์ฟคงจะไม่ล่ม ผมเชื่อมั่นในกูเกิ้ลไดร์ฟมากกว่าแอพพ์ที่ กกต.เขียนขึ้น

และข้อดีที่ 3 ตามระเบียบบอกว่าภายใน 5 วันหลังจากเลือกตั้งเสร็จ เขาจะเอาภาพถ่ายของใบ ส.ส.5/18 ทุกใบขึ้นเว็บไซต์ของ กกต.จังหวัด แต่ผมขอทักท้วงเว็บไซต์ว่า พอเข้าไปดูมันไม่อัพเดทตั้งแต่ปี 62 คนมีรหัสคงเกษียณไปแล้ว แต่ 5 วันหลังจากเลือกตั้งจะให้โอกาส เขาอาจจะทำก็ได้เพราะระเบียบมันเขียนไว้” นายยิ่งชีพกล่าว

จากนั้น นายยิ่งชีพ กล่าวถึงข้อเสียว่า 1.การที่คนกรอกน้อยลง มันดีที่ผิดพลาดน้อย ถ้ากระบวนการโปร่งใส แต่พอมือมันน้อยลงแทนที่จะจับมือใครดมได้ พอไม่บอกว่าเป็นใครจากที่ดีกลายเป็นไม่รู้ว่าใคร และไม่รู้จะกรอกตรงหรือไม่

2.กกต. ประกาศแล้วว่าจะรายงานผลตั้งแต่ 18.30 – 23.00 น. 1 ชั่วโมงครึ่งก่อนหน้านั้นไม่มีคะแนน 5 ทุ่มจะต้องเสร็จ ไม่เสร็จเขาผิดคำมั่นสัญญา คะแนนที่จะเห็นวันที่ 14 ไม่รวมบัตรเสียและไม่ประสงค์ลงคะแนน

“เขาไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมอีก 2 ช่องเขาไม่ใส่ลงไป เขาจะเอา ส.ส.5/18 มายื่นให้ สำนักงานกกต.เขตรับมากกรอก พอกรอกถึงช่องบัตรเสียกับไม่ประสงค์ลงคะแนนเขาจะเว้นไว้ แล้วอีกกี่วันไม่รู้ เขาจะไปรื้อใบขึ้นมากรอกอีก 2 ช่อง คำถามคือทำไมไม่กรอกไปทีเดียว

ในคืนวันเลือกตั้งเรารับประกันได้ว่า กกต.จะรายงานผลที่ 94% แล้วหยุด แต่นับเสร็จแล้ว กระดาษเดินทางมาถึง กกต.เขตเรียบร้อย แต่จะรายงานให้เราทราบที่ 94% อีก 6% หรือ 2 ล้านคะแนน พอเขาเรียบร้อยหรือสบายใจแล้ว จะแจ้งให้ทราบทีหลัง” นายยิ่งชีพ สรุป

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ปี 62 เรามีประสบการณ์ไม่ค่อยดี ไม่เชื่อมั่นผลที่ออกมา และยังมีประสบการณ์จากวันที่ 7 พฤษภาคม มาตอกย้ำว่าเขาไม่ได้พยายามทำอะไรให้มันดี ไม่ได้จัดการระดับโครงสร้างให้ดี แล้วก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติไปเผชิญเอา

“ถ้าทุกอย่างราบเรียบ นับเสร็จ รายงาน ทุกคนรู้คะแนน 100% จบ มังโกงยาก แต่ถ้ามีความไม่เรียบร้อย กระบวนการช้า ผิดพลาด มีสิ่งที่อธิบายไม่ได้ คนไม่สุจริตเขาจะกระทำการโดยแอบหลังม่านของสิ่งที่อธิบายไม่ได้เหล่านั้น

ดังนั้น เชิญชวนทุกท่านไปปกป้องคะแนนเสียงของทุกคน เรารู้ว่าในสภาวะที่บ้านเมืองไม่ปกติ ถ้าเราจะแค่เข้าคูหา กากบาท แล้วคาดหมายว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เรามองโลกในแง่ดีเกินไป ถ้าเรารู้ว่าบ้านเมืองไม่ปกติ กกต. ไม่เป็นอิสระ ไม่ได้ตั้งใจทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยอย่างเต็มที่

เราต้องออกไปปกป้องคะแนนเสียง 5 โมงเย็น วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ไม่ใช่แค่กากบาท ไปดูการนับคะแนนทุกแต้มด้วยตาของท่าน” นายยิ่งชีพกล่าว

นายยิ่งชีพ ทิ้งท้ายว่า เราเห็นพัฒนาการของการทำการเลือกตั้งให้โปร่งใสและเชื่อถือได้มาหลายสมัย เราเห็นการเลือกตั้งดีขึ้นบ้าง ถอยหลังบ้าง เมื่อก่อนมีกระบวนการยกหีบหนี ก็เปลี่ยนกติกาเป็นต้องนับตรงนั้น ห้ามยกหีบ กาตรงไหน หย่อนตรงนั้น นับตรงนั้น มันก็พัฒนา

“ปรากฎว่า ปี 62 ส่วนที่อธิบายไม่ได้คือมันไปรวมคะแนนตรงไหน ถึงมีส่วนที่เพี้ยนไป ปี 66 เราก็ต้องพัฒนา ถ้าเขาจะเอาไปรวมในห้องที่คนเห็นไม่ได้ เราก็ต้องไปเก็บหลักฐานหน้างานมา รวมกันเอง เพื่อให้ระบบเลือกตั้งพัฒนา ให้ความโปร่งใสพัฒนา” นายยิ่งชีพกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไชยันต์ ตั้งจิตอธิษฐาน ขอวิญญาณคณะราษฎรช่วยฝ่ายปชต.ชนะเลือกตั้ง ยันรัฐประหาร ‘ยากขึ้นทุกวัน’

มายด์ ลั่น คิดยุบพรรคอย่าลืมชั่งใจ ชี้อารมณ์ประชาชนแรงกล้า เผยเจนใหม่ไม่เน้นตัวบุคคล

พวงทอง มองเลือกตั้ง 66 ทำคนไทยตื่นเต้น เหตุพรรคโฟกัสโครงสร้างการเมือง เสนอชัดรื้ออำนาจจารีต