หน้าแรก การเมือง นายกฯอมธ. ลั่...

นายกฯอมธ. ลั่น หยุดอ้าง 108 ‘ยึดอำนาจ’ เสียสัตย์เพื่อชาติ กสม.วอนช่วยกัน ‘อย่าเรียกใครมาแก้ปัญหา’

17.05.23 | 17:38 น.

นายกฯ อมธ. มองรัฐไทยพร้อมใช้ความรุนแรงกับ ปชช. – หยุดอ้าง 108 เหตุผล ยึดอำนาจ ‘เสียสัตย์เพื่อชาติ’ – กสม. ย้ำเคารพกฎ ช่วยกัน อย่าเรียกใครมาแก้ปัญหาอีก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ คณะกรรมการญาติวีรชน 35, มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐบาล, ผู้แทนพรรคการเมือง ตลอดจนภาคประชาชน ร่วมจัดงานรำลึก “31 ปี พฤษภาประชาธรรม”

นายคุณากร ตันติจินดา นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) กล่าวว่า พฤษภา 35 เป็นเหตุการณ์ที่เป็นประจักษ์พยานอีกครั้งหนึ่ง ว่ารัฐไทยยังคงพร้อมใช้ความรุนแรงกับประชาชนเสมอ

“ทหารยังคงเข้ามายุ่งกับการเมือง และไม่เคยไว้ใจในวิจารณญาณของประชาชน ไม่ยอมปล่อยให้ประชาธิปไตยในประเทศแห่งนี้ได้มีโอกาสเติบโต” นายคุณากรกล่าว

Advertisement

นายคุณากรกล่าวต่อว่า เมื่อ 31 ปีก่อน ประชาชนได้ออกมาเรียกร้องในเรื่องง่ายๆ คือต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก และให้ทหารเลิกแทรกแซงการเมือง แต่สิ่งที่ประชาชนได้รับในเวลานั้นกลับเป็นอาวุธ และการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ในการทำร้ายประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ฉายภาพซ้ำตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ตั้งแต่ผมเติบโตมาในประเทศนี้ 22 ปีผ่านไป ไม่เคยมีครั้งใด เวลาเฝ้ามองการเมืองไทยแล้วจะได้เห็นภาพที่ปราศจากปืน กองทัพรัฐประหาร การยึดอำนาจ สืบทอดอำนาจ การจงใจทำร้ายและทำลายระบอบประชาธิปไตย โดยน้ำมือของผู้ที่เรียกตนเองว่ารั้วของชาติ” นายคุณากรกล่าว

นายคุณากรกล่าวต่อว่า จากการเลือกตั้ง เครื่องมือเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองที่สันติที่สุด ตนหวังว่าประชาชนจะชนะ และทหารจะหมดอิทธิพลจากการเมืองไทยสักที

“จะต้องไม่มีใครอ้างเหตุผล 108 ประการ ในการยึดอำนาจประชาชน หรืออ้างว่าเสียสัตย์เพื่อชาติ เพราะหวังจะก่ออาชญากรรมในนามของความดีงามอะไรทั้งสิ้น ทหารจะต้องกลับกรมกองเสียที” นายคุณากรกล่าว

ด้าน น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า เหตุการณ์รัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ที่ยึดอำนาจจาก พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อปี 2534 และเกิดเหตุการณ์การชุมนุมของประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย และคัดค้านการรัฐประหารจนกลายเป็นเหตุการณ์นองเลือด

“ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมชุมนุมจนถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ยิงกราดประชาชน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2535 ณ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ได้มีประชาชนล้มตายลง และมีการสูญหายจำนวนมาก วันต่อมามีการยิงปืน เคลียร์พื้นที่ ณ ท้องสนามหลวง เหตุการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ของการขับเคลื่อนของภาคประชาชน และการสูญเสียคนไทยที่ไปเรียกร้องประชาธิปไตย” น.ส.ศยามลกล่าว

น.ส.ศยามลกล่าวต่อว่า คนไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้บทเรียนจากเหตุการณ์นั้น เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยให้เข้มแข็งในทุกองคาพยพ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมประชาธิปไตยของไทยถอยหลังไปทุก 10 ปี

โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบกรณีการชุมนุมเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการเรียกร้องให้รัฐบาล แก้ไขปัญหาในช่วงปี 2564-2565 ตลอดจนมีข้อเสนอในรายงานการตรวจสอบให้รัฐบาลนำเงินจากกองทุนยุติธรรมในการเยียวยาความเสียหายทั้งชีวิต ร่างกายและจิตใจให้แก่ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิในการชุมนุมแสดงความคิดเห็น

“ดังนั้น ประชาชนจึงมีภารกิจที่ต้องตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยล้มพังลง โดยเรารักษากฎ กติกาของความเป็นประชาธิปไตยอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ มีสติ อดทน และรอคอย ไม่เรียกร้องให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมาแก้ปัญหาให้เรา ก็จะทำให้ประเทศไทยมีสังคมประชาธิปไตยได้อย่างยั่งยืน” น.ส.ศยามลกล่าว

อ่านข่าว :