‘ศิโรตม์’ ลั่น ธรรมดา ปกครองด้วยทหารใครจะอยากมา! มองพิธา ทวีตถึง ‘เทเลอร์ สวิฟต์’ คือบุคลิกผู้นำคอนเน็กต์โลก สะท้อนความตกยุคของผู้นำพรรคอื่น
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทวีตถึงศิลปินซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง “เทย์เลอร์ สวิฟต์” หลังจากศิลปินสาวจะมีการจัดคอนเสิร์ตขึ้นที่ “ประเทศสิงคโปร์” ในปี 2024 ซึ่งเป็นจุดหมายเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโพสต์ดังกล่าวมีใจความว่า
“เฮ้, เทย์เลอร์ ผมเป็นบิ๊กแฟนของคุณนะ ตอนนี้ประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเต็มตัว หลังจากที่คุณต้องยกเลิก (คอนเสิร์ตในประเทศไทย ปี พ.ศ.2557) เมื่อครั้งที่แล้วเนื่องจากการรัฐประหาร เสียงของคนไทยได้สะท้อนผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมา และเราทุกคนรอคอยที่จะต้อนรับคุณสู่ประเทศที่สวยงามของเรา! มาสิ แล้วผมจะร้องเพลง Lavender Haze กับคุณ! – ทิม”
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ พิธีกรและนักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง ทางมติชนทีวี ถึงประเด็นดังกล่าวว่า พิธาไวต่อเรื่องคอนเน็กต์กับเรื่องต่างๆ จริงๆ เรื่องเทย์เลอร์ สวิฟต์ มาจัดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์แล้วไม่มีชื่อประเทศไทย สำหรับคนสายดนตรีก็พูดกันมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว
“เอ๊ะ ทำไมเทย์เลอร์ สวิฟต์ไม่มาไทย แล้วมันก็เป็นเพราะว่ารอบที่แล้วไม่เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมว่ามันก็คือการเห็นประเด็นนี้ ที่มันไหลอยู่ในสังคม เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมรอบนี้ก็ยังไม่มีชื่อประเทศไทยต่อไป”
“พิธาไม่ได้เป็นคนแรกในการพูดถึงเรื่องนี้แน่นอน เป็นเรื่องซึ่งคนสายดนตรี คนจากสายคอนเสิร์ต คนที่ติดตามด้าน Entertainment Industry พูดกันมาสักพักแล้ว เพียงแต่แคนดิเดตนายกพรรคอื่นไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ ไม่มีความเข้าใจเรื่องพวกนี้ ผมว่าสิ่งที่พิธาทำเนี่ย มันสะท้อนถึงความตกยุคของผู้นำพรรคอื่นมากกว่า” นายศิโรตม์ชี้
นายศิโรตม์เผยว่า ตนมองว่าประเด็นนี้น่าสนใจระนาบทางการเมือง หรือผู้นำทางการเมือง นายกรัฐมนตรีบ้านเรา จริงๆ แล้วคนที่จับเซนส์ในเรื่องนี้ดีอีกคนหนึ่ง คือ คุณทักษิณ ชินวัตร
“คุณทักษิณ ชินวัตร มีความเข้าใจโลก คอนเน็กต์กับโลกได้ แต่ว่าพอหลังยุคของคุณทักษิณมา เราไม่เห็นผู้นำทางการเมืองที่คอนเน็กต์กับโลกในเรื่องของ Pop Culture ได้ คือเราจะเห็นแบบแต่งเพลง ร้องเพลง แต่คอนเน็กต์ใน Pop Culture ไม่ได้” นายศิโรตม์ระบุ
นายศิโรตม์กล่าวต่อว่า มันสะท้อนความไวของพิธา มันอาจเป็นเรื่องของเจน (Gen) หรือคนรุ่นใกล้เคียงกัน นั่นคือการที่พิธาโตมากับการฟังเพลงเทย์เลอร์ สวิฟต์ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมว่า ท่านคงนึกว่าเทย์เลอร์ สวิฟต์ คงเป็นลูกของอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ชื่อ “สวิฟต์” หรือเปล่า เพราะฉะนั้นมันมี Generation Gap แต่ตนก็ไม่คิดว่าจะมีการตอบโต้พิธาในเรื่องนี้ ว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เรื่องประชาธิปไตยอย่างนั้นหรือ

“คอนเสิร์ตเกี่ยวข้องอะไรกับประชาธิปไตย? ผมคิดว่ามันไม่ควรจะถาม เพราะว่าคือการเข้ามาทำคอนเสิร์ตมันใช้เงินจำนวนมาก แล้วประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ไม่เป็นบรรยากาศที่คนหลายประเทศเขาอยากมากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทย์เลอร์ สวิฟต์ เขาต้องมาในปี พ.ศ.2557 มันมีรัฐประหารพอดี”
นายศิโรตม์อธิบายเพิ่มเติมว่า หลังการรัฐประหารในประเทศไทย ปี 2557 เข้าใจว่ามีคนที่พยายามบอกว่า นายพิธางี่เง่า โดยนักดนตรีรุ่นอาวุโสท่านหนึ่ง ซึ่งคงไม่รู้ว่ารัฐประหารปี 2557 นั้นอำมหิตแค่ไหน มีคนถูกจับเข้าคุกจำนวนมาก มีการเอาคนมาคลุมถุงดำจำนวนมาก แกนนำ นปช. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จตุพร พรหมพันธุ์ ถูกจับขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เอาถุงดำคลุมหัว ไม่รู้จะไปลงที่ไหน จนในที่สุดไปโผล่ที่ค่ายนเรศวร บังเอิญว่านักดนตรีบางคนที่วิจารณ์คุณพิธา อาจอยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนการเป่านกหวีด จึงไม่ทราบเรื่องพวกนี้ คิดว่ามันเป็นรัฐประหารที่ไม่มีความรุนแรงอะไร ซึ่งไม่ใช่
“รัฐประหารปี พ.ศ.2557 เป็นรัฐประหารที่มีความรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศไทย แล้วมีการจับคนจำนวนมาก มีคนลี้ภัยหนีตายไปตายนอกประเทศจำนวนมาก เพราะฉะนั้น ในแง่หนึ่งมันก็สะท้อนถึงความไวของพิธา แล้วในอีกแง่หนึ่งมันก็สะท้อนถึงความไม่ตาสว่างของคนที่หนุนการรัฐประหารในปี พ.ศ.2557 ซึ่งน่าสงสาร” นายศิโรตม์ชี้
นายศิโรตม์กล่าวอีกว่า ตนว่าค่อนข้างชัดเจน เรื่องพวกนี้ในปี พ.ศ.2557 ก็ต้องยอมรับว่าประเทศเราไม่ปกติ เราเป็นประเทศซึ่งหลังปี 2557 ปกครองด้วยกฎอัยการศึก ถึงปี 2562 ระยะเวลาที่ปกครองด้วยกฎอัยการศึก 5 ปี ไม่มีใครอยากมาจัดคอนเสิร์ตในประเทศที่มีกฎอัยการศึกหรอก เพราะว่าเวลามีการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ๆ มันไม่ได้มีแค่คนไทยดู แต่มันคือแฟนคลับของวงเหล่านั้นที่ต้องบินมาดูด้วย แล้วประเทศที่มีรัฐประหาร มีการปกครองด้วยกฎอัยการศึก ใครจะอยากมา อันนี้คือเรื่องพื้นฐานซึ่งการจัดคอนเสิร์ตคือการลงทุน นักลงทุนจำนวนมากไม่อยากลงทุนในประเทศไทยหลังรัฐประหาร เพราะฉะนั้น คนทำอุตสาหกรรมบันเทิง (Entertainment Industry) หรือคอนเสิร์ต ก็ไม่ต่างกับนักธุรกิจประเภทอื่น คือ มีการรัฐประหาร ใช้กฎอัยการศึก จะมาลงทุนทำไม มีความเสี่ยง
“เกิดอยู่ดีๆ ยึดอำนาจอีกทำยังไง เกิดแสดงอยู่แล้วทหารมาขอตรวจนู่นนี่จะทำยังไง เกิดนักร้องพูดบนเวทีว่า เสรีภาพเราเป็นเรื่องสำคัญ จะถูกเล่นงานหรือเปล่า ปกครองด้วยทหารไม่มีใครอยากมาอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา
“ผมว่าเราอ่านแม็กกาซีน อ่านความคิดของผู้นำระดับโลก การสะท้อนว่าประเทศที่มีรัฐประหาร มันไม่น่าไปยุ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลย ปกติมาก ไม่ควรจะเป็นประเด็นในประเทศนี้เลย แล้วก็ใครที่ทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นควรตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ฟังความเคลื่อนไหวของโลก หรือความเคลื่อนไหวของผู้นำประเทศอื่น มากเกินไปหรือเปล่า” นายศิโรตม์ชี้
นายศิโรตม์กล่าวว่า นายพิธามีบุคลิกหลายอย่างที่คอนเน็กต์กับโลกได้ เมื่อเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีความแตกต่างกันจริงๆ
“พิธามีความเป็นผู้นำที่มีความเป็น Global Citizen มีความเป็นผู้นำที่สื่อสารกับโลกได้ แล้วก็เป็นผู้นำที่เข้าใจความเคลื่อนไหวของโลก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งจริงๆ เป็นคนอีกรุ่นหนึ่งที่คอนเน็กต์กับโลกได้ มันก็มี แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่สไตล์นั้น ท่านเป็นคนที่คิดว่าโลกต้องหมุนตามท่าน ท่านไม่ใช่คนที่คิดว่าท่านต้องปรับตัวหาโลก ท่านยิ่งใหญ่จนโลกทั้งโลกต้องหมุนตามท่าน เพราะฉะนั้น ท่านก็จะไม่พยายามเรียนรู้ว่าโลกมันเดินหน้าต่อไปอย่างไร เคลื่อนต่อไปอย่างไร” นายศิโรตม์กล่าว
- อ่านข่าว : พิธา ทวีตหา ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ ชวนเปิดคอนฯที่ไทย บอกเราเป็นประชาธิปไตยแล้ว
- ไม่ใช่แค่ พิธา หรือ ทรูโด เปิดเหตุผล ที่ใครๆก็อยากให้ ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ มาจัดคอนเสิร์ต
- หงา แนะ พิธา ลบทวีตชวนเทย์เลอร์ สวิฟต์ ชี้ตรรกะ ‘ทำให้ดูงี่เง่า’
- ทิคเก็ตมาสเตอร์ ‘ยกเลิกขายบัตรคอนเสิร์ต’ เทย์เลอร์ สวิฟต์ เหตุมีบัตรไม่พอขาย
– Sold Out! แฟนๆทั่วอาเซียน แห่กดบัตรคอนเสิร์ต Taylor Swift ที่สิงคโปร์ รอบพรีเซลล์ เกลี้ยง

