‘พิธา’ แจง 3 ปม ‘ต่างประเทศ-แบ่งแยกดินแดน-ยาเสพติด’ ให้คำมั่น ปทท.คือรัฐเดี่ยว
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมกับมีผู้รับรองชื่อถูกต้อง ก่อนเปิดอภิปรายนั้น
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ชลน่าน ลุกเสนอ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ที่ประชุมรับรองแล้ว-ไร้พรรคชงชื่อแข่ง
- ชาดาลั่น ขอเป็นโจรที่รักสถาบัน รับไม่ได้พิธาแตะ 112 ท้าถอยเรื่องนี้ ภท.พร้อมโหวตให้
- พิธา เชือดกลับชาดา ให้เลิกนโยบายหาเสียง ยันเป็นผู้นำต้องพูดแล้วทำ เหมือนสโลแกน ภท.
- ชัยธวัช ลุกโต้ครหา จ้องล้มสถาบัน ดึงสติรัฐสภา โหวตพิธา ไม่เท่ากับล้มล้างการปกครอง
- ปชป.ลั่นไม่โหวตคนจาบจ้วง ย้อนอดีตกว่าจะเป็นไทย มาอ้างฉันทามติ ขอแยกดินแดนเฉย
จากนั้น เวลา 12.38 น. นายพิธา ลิมเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ชี้แจงกรณีถูกพาดพิงใน 3 ประเด็น คือ 1.เรื่องการต่างประเทศ ซึ่งเราต้องรีบเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะเดือนกันยายนนี้จะมีการประชุมสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตนต้องการเป็นผู้นำไปบอกทุกคนบอกโลก ว่าไทยพร้อมแล้วที่จะกลับมามีบทบาทที่ดีในมุมมองทางการต่างประเทศ วันนี้น่ากังวลที่มีการพูดถึงทหารยิงประชาชนโดยพาดพิงประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าเป็นตนจะระมัดระวังคำพูดที่จะพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับเรา เศรษฐกิจเราขับเคลื่อนได้ด้วยพวกเขา นี่เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องทำ ต้องหาจุดสมดุล และต้องรู้หลักการว่าเราจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของโลกอย่างไร รู้ว่าต้องเงียบเมื่อไหร่ ดังนั้น ขอให้สมาชิกสบายใจได้ว่าการแถลงนโยบายต่อสหประชาชาติครั้งแรกของตนจะเป็นประโยชน์ของคนในชาติ
นายพิธากล่าวต่อว่า 2.เรื่องการแบ่งแยกดินแดน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ติดกับประเทศมาเลเซียจึงเป็นเรื่องของความมั่นคงด้วย ซึ่งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำ ปัญหายาเสพติด และน้ำมันเถื่อน ตนขอให้คำยืนยันว่ารัฐไทยภายใต้การนำของตน ประเทศไทยจะเป็นรัฐเดี่ยว และจะทำทุกวิถีทางผ่านการทูตและพลเรือน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยวที่ก้าวหน้า จะลดความมั่นคงทางทหาร แต่จะเพิ่มความมั่งคั่งทางอาหาร และใช้สภาเป็นพื้นที่พูดคุยปกป้องการแบ่งแยกดินแดนให้ดีที่สุด ซึ่ง ส.ส.ทั้ง 13 เขต และประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคุณวุฒิเรื่องแบบนี้เราจะทำงานร่วมกันโดยใช้สภาสร้างความสบายใจ พร้อมสนับสนุนพหุวัฒนธรรม สนับสนุนทุกศาสนา ทำให้รัฐไทยก้าวหน้านี่คือคำมั่นสัญญาของตน
นายพิธากล่าวอีกว่า และ 3.เรื่องที่เกี่ยวกับยาเสพติดและน้ำมันเถื่อน คิดว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาพรรค ก.ก. ได้ยืนยันชัดเจนในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำรวจ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย การบริหารจัดการกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาในการนำยาเสพติดเข้ามา ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นเรื่องที่ทั้ง 8 พรรค ที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลใส่ใจปัญหาเหล่านี้อย่างแน่นอน

