หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล ห่วงเ...

ก้าวไกล ห่วงเสรีภาพสื่อถดถอย หลัง ตร. จับกุม ‘ผสข.-ช่างภาพ ประชาไท’ มองญัตติขบวนเสด็จฯ หาสมดุลลดผลกระทบ-บริหารความขัดแย้ง

13.02.24 | 11:42 น.

‘พริษฐ์’ ห่วงเสรีภาพสื่อถดถอย หลัง ตร. จับกุม ‘ผู้สื่อข่าว-ช่างภาพ ประชาไท’ ชี้หากสื่อต้องระแวงในการทำหน้าที่ กระทบต่อประชาธิปไตยไทย มองญัตติขบวนเสด็จฯ มีทั้งหาสมดุลลดผลกระทบ-บริหารความขัดแย้ง สันติวิธีไม่รุนแรง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง จับกุมตัวผู้สื่อข่าวภาคสนาม สำนักข่าวประชาไทและช่างภาพอิสระ ในข้อกล่าวหาว่า ‘เป็นผู้สนับสนุนทำให้โบราณสถานเสียหายจากการขีดเขียนข้อความ’

นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนทราบจากข่าวว่า ขณะนี้ทั้ง 2 คนถูกคุมตัวข้ามคืนที่ สน. ซึ่งคาดว่าสาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะนักข่าวและช่างภาพไปรายงานข่าวเท่านั้น จึงต้องพิจารณาดูข้อเท็จจริงว่าทั้งสองถูกจับกุมเพียงเพราะแค่ไปรายงานข่าวจริงหรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก เรื่องนี้ขัดต่อหลักการสำคัญในการทำงานของสื่อมวลชนที่ว่า การรายงานข้อเท็จจริงไม่ได้เท่ากับสนับสนุนการกระทำที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญของข่าว และเสรีภาพของสื่อมวลชนก็เป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าดูจากการวัดระดับเสรีภาพของสื่อมวลชนประเทศไทย เมื่อเทียบกับทั่วโลกใน World Press Freedom Index 2023 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ร้อยกว่าจากสองร้อยประเทศที่มีการวัดผล ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีมากนัก และหากเหตุการณ์จับกุมสื่อมวลชนมีเหตุผลตามที่คาดการณ์กันจริง ก็จะยิ่งทำให้เสรีภาพสื่อยิ่งถดถอย

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.)

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ คือ การใช้กฎหมายปิดปาก เพื่อสร้างความหวาดกลัวในการนำเสนอข่าว นายพริษฐ์กล่าวว่า ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะสื่อมวลชนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการรายงานข้อเท็จจริงทุกเหตุการณ์ และเป็นการรับประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วนรอบด้าน

“แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่สื่อมวลชนต้องหวาดระแวง ระมัดระวัง ในการทำหน้าที่รายงานข้อเท็จจริง ก็ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากต่อประชาธิปไตยของประเทศไทย และหวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น ขอให้รัฐบาลรีบสืบค้นข้อเท็จจริงและหาทางแก้ไขโดยด่วน” นายพริษฐ์กล่าว

Advertisement

สำหรับกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติเตรียมเสนอญัตติด่วน เกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของขบวนเสด็จฯ ในวันพรุ่งนี้ (14 กุมภาพันธ์) นั้น นายพริษฐ์ระบุว่า ต้องดูรายละเอียดของญัตติก่อน ว่าที่มาที่ไปของเหตุผลในการประกอบญัตติเป็นเช่นไร แต่โดยเบื้องต้น เห็นว่าเป็นประเด็นที่มีความแตกต่างกันทั้งในและนอกสภา และเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อน ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ถูกนำมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และมีเหตุมีผล จากตัวแทนที่มีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลาย ในพื้นที่ของสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์คาดการณ์ว่าญัตติดังกล่าว ประกอบด้วย 2 โจทย์ อันได้แก่

1.จะออกแบบมาตรการเรื่องขบวนเสด็จฯ อย่างไรเพื่อหาสมดุล ระหว่างการรักษาความปลอดภัย ควบคู่กับความพยายามลดผลกระทบที่อาจจะมีต่อประชาชนผู้สัญจรไปมา
2.เป็นโจทย์ที่กว้างกว่า คือ จะบริหารความขัดแย้งในสังคมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือขยายช่องว่างทางความเข้าใจและความคิดที่แตกต่าง ด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดตอนนี้ คือไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นในสังคม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำของกลุ่มนักกิจกรรม มองว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้เคยตอบเรื่องนี้ไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าความเห็นที่แตกต่างในสังคมเป็นเรื่องปกติ และสังคมจะมองทั้งเนื้อหาสาระ ที่มีการเรียกร้องและวิธีการเรียกร้องควบคู่กันไป แต่ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับเนื้อหาสาระและวิธีการหรือไม่ เราจำเป็นต้องไม่ยึดหลักการใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา เพื่อหาทางคลี่คลายผ่านความเห็นที่แตกต่างผ่านกระบวนการสันติวิธีให้ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง