ทนายเตรียมเสนอยื่นค้านฝากขัง 2 นักข่าว ไปทำข่าวแต่โดนจับ ฝากสื่อตั้งคำถามกับ ตร.

13.02.24 | 14:09 น.

ทนายสิทธิเตรียมเสนอยื่นค้านฝากขังคดี 2 ผู้สื่อข่าวไปทำข่าว แต่โดนข้อหาสนับสนุนทำลายโบราณสถาน ตะวันโผล่นั่งให้กำลังใจหน้าศาล

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วย น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินทางมายังศาลอาญา ในคดีที่มีการยื่นคำร้องฝากขัง นายณัฐพล เมฆโสภณ ผู้สื่อข่าวประชาไท และ นายณัฐพล พันธ์พงษ์สานนท์ นักข่าวและช่างภาพอิสระ ถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 22 พ.ค.2566 โดยตำรวจจาก สน.พระราชวัง ในคดีตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน

น.ส.คุ้มเกล้ากล่าวว่า หมายจับออกโดยศาลอาญาเมื่อวันที่ 22 พ.ค.66 เป็นการออกหมายจับหลังจากเหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มี.ค.66 กรณีที่มีนักกิจกรรมพ่นสีข้อความเชิงสัญลักษณ์บนกำแพงวัดพระแก้ว ซึ่งคดีมีการฟ้องแล้ว อยู่ระหว่างสืบพยานในศาล แต่กลับมีการออกหมายจับนักข่าว 2 คนจากสำนักข่าวประชาไท และสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่ง ทั้งที่เวลาผ่านไปกว่า 1 ปี

น.ส.คุ้มเกล้ากล่าวว่า ข้อหาที่โดนแจ้งเป็นผู้สนับสนุนทำลายโบราณสถาน ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 7 แสนบาท ซึ่งในการลงโทษฐานสนับสนุนจะไม่สูงเท่าตัวการ โดยผู้สนับสนุนจะมีโทษ 3 ใน 4 ของโทษเต็ม ซึ่งถือว่ายังเป็นโทษที่สูง ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยให้การว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนและช่างภาพเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อที่จะนำพิจารณาในชั้นสอบสวนไปถึงพนักงานอัยการต่อไป

น.ส.คุ้มเกล้ากล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ทนายความได้ขอยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวน ซึ่งมองว่าจากข้อหาความผิดในคดีและไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยการออกหมายจับไม่ใช่ออกเพราะจะหลบหนี แต่เป็นการออกหมายจับเพราะฐานความผิดโทษเกิน 3 ปี ซึ่งพนักงานสอบสวนมีเหตุที่จะให้ประกันในชั้นสอบสวนได้ แต่กลับไม่ให้ประกันและนำตัวมายื่นฝากขัง ซึ่งการฝากขังควรต้องมีเหตุจึงฝากขังได้ แต่คดีนี้ผ่านมา 1 ปี การสืบสวนสอบสวนควรต้องแล้วเสร็จไปแล้ว ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะมีการยื่นคัดค้านการฝากขัง แม้อาจจะใช้ระยะเวลานานบ้างในวันนี้ แต่ผู้ต้องหาประสงค์ให้ยื่นเพราะไม่เห็นด้วยกับการดำเนินคดีฝากขังจากการทำหน้าที่นักข่าวในครั้งนี้ แต่ทางทนายก็จะถามความยินยอมว่าจะขอให้ทนายคัดค้านการฝากขัง หรือยื่นประกันตัวเลย

Advertisement

เมื่อถามถึงเหตุที่พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว น.ส.คุ้มเกล้ากล่าวว่า พนักงานสอบสวนระบุว่ามีหมายจับและคดีมีอัตราโทษจำคุกเกิน 3 ปี จึงให้เป็นอำนาจศาลพิจารณา ซึ่งการดำเนินคดีครั้งนี้พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนกลับมองว่าผู้สื่อข่าวไปทำข่าวเป็นผู้สนับสนุน สื่อมวลชนเองควรต้องตั้งคำถามกับพนักงานสอบสวนด้วย และคดีนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเหตุเกิดในพื้นที่ สน.พระราชวัง สถานที่คุมตัวควรเป็นที่นั่น เพราะเกี่ยวกับสิทธิผู้ต้องหา เช่น ญาติทราบก็สามารถติดตามได้ แต่นี่ถูกแยกออกไปเป็น 2 สน. คือ สน.ฉลองกรุง อีกที่ก็ไม่ทราบว่าใช้อำนาจอะไรในการแยกการคุมตัว ทั้งที่ สน.ฉลองกรุงไม่มีอำนาจสอบสวนด้วย ทั้งที่เรื่องนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

น.ส.คุ้มเกล้ากล่าวว่า คิดว่าวงการวิชาชีพสื่อควรตั้งคำถามกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่และสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงแนวปฏิบัติในการดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าว เพราะในปัจจุบันมีทั้งผู้สื่อข่าวที่มีสังกัดและผู้สื่อข่าวอิสระ ว่าการยืนยันพฤติการณ์การทำข่าวจะเป็นอย่างไรต่อไป มันจะกลายเป็นภาระของตัวบุคคลนั้นในการต่อสู้คดีอาญา

ด้านนายกฤษฎางค์กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่รัฐบาลและกระบวนการยุติธรรมจะต้องรับผิดชอบเต็มที่ จริงอยู่ที่มีหมายจับ แต่หมายจับออกจากครบ 1 ปีแล้ว จนคดีที่นักกิจกรรมไปพ่นสีจะมีการสืบพยาน คดีฐานความผิดก็ไม่ได้รุนแรง ใช้เวลาสืบกว่า 6-7 เดือนแล้วค่อยออกหมายจับแล้วก็ไม่ไปจับ เรื่องนี้สื่อมวลชนควรเรียกร้องไปยังรัฐบาล เพราะตำรวจก็อยู่ภายใต้รัฐบาลว่าทำไมทำแบบนี้

นายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า ยังจำกันได้หรือไม่ว่าอนุสาวรีย์ปราบกบฏหลักสี่หายไป 7-8 ปีแล้ว แต่ตำรวจยังไม่ไปตามจับสักที ทั้งที่หลักฐานข้อมูลก็มีจำนวนมาก ถ้ายังทำแบบนี้คุณก็จะเห็นว่าเป็นการดำเนินกระบวนการยุติธรรมแบบสองมาตรฐาน คดีนี้โทษ 7 ปีก็จริง แต่ไม่มีอัตตราโทษขั้นต่ำ ศาลจะลงโทษแค่ปรับก็ได้ และนักข่าวไม่ใช่โจรผู้ร้าย ทีโจรผู้ร้ายกลับให้ประกัน คดีฆ่ากันที่ชลบุรีตนไม่ได้ว่าเขาผิด แต่ให้ประกันตัวไป 8 แสนบาท แต่ทำไมนักข่าวกลับไม่ให้เขาประกันตัว เป็นคำถามที่ตนอยากให้ผู้สื่อข่าวทุกคนรักษาสิทธิของตัวเอง รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าสิทธิของสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการทำข่าว เพราะหากสื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพจมอยู่ในความหวาดกลัวประชาชนก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องหยามเกียรติสื่อมวลชนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน เดินทางมาศาลอาญาเพื่อให้กำลังใจด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง