หน้าแรก การเมือง ชาวลพบุรีประห...

ชาวลพบุรีประหลาดใจ ‘ทหาร’ ลงกลุ่มทำนา ชาวบุรีรัมย์ ‘อนาถใจ’ มีหลักฐานเกณฑ์คน

11.06.24 | 19:00 น.

ชาวลพบุรีประหลาดใจ ‘ทหาร’ ไปลง ส.ว.กลุ่มทำนา จับสังเกตทำไมไม่เลือกตัวเอง เทคะแนนให้คนอื่น – ชาวบุรีรัมย์ ‘อนาถใจ’ มีหลักฐานเกณฑ์คน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร (LT.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) จัดงานเสวนาและแถลงข่าว “บอกเล่าประสบการณ์ผู้สมัคร ส.ว. ดวงแตก”

เวลา 13.30 น. ผู้สมัคร ส.ว. ที่ตกรอบ 5 คน ร่วมบอกเล่าประสบการณ์ ได้แก่ น.ส. ณัฏฐธิดา มีวังปลา อ.เมือง จ.จันทบุรี กลุ่มสาธารณสุข, พัชรี พาบัว อ.เมือง จ.ลพบุรี กลุ่มประชาสังคม, สากล พูนกลาง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ กลุ่มอาชีพอิสระ, เกรียงไกร สันติพจนา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กลุ่มศิลปะวัฒนธรรม และพนิดา บุญเทพ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กลุ่มประชาสังคม

ในตอนหนึ่ง น.ส.พัชรี พาบัว อ.เมือง จ.ลพบุรี กลุ่มประชาสังคม กล่าวว่า ตนลงกลุ่มที่ 17 ภาคประชาสังคม ทราบว่าจังหวัดลพบุรี มีคนรับใบสมัครเยอะที่สุดกว่า 2,000 ใบ ผู้สมัครทั้งหมด 277 คน เฉพาะอำเภอเมือง

“ตอนที่ได้ใบ สว.3 มาหนามาก ด้วยความที่ไม่ค่อยได้กลับจังหวัดลพบุรี จึงไม่รู้การเมืองท้องถิ่น หรือคนรู้จัก วันที่ 5 มิถุนายน ไปรับเอกสารที่อำเภอ รอเจอผู้สมัครอื่นๆ คำถามที่ถูกถามเมื่อไปถึงอำเภอคือ บ้านที่ไหน เกิดที่ไหน เราเลยคิดว่าใบ สว.3 ข้อมูลไม่เพียงพอ บอกแค่บ้านที่ไหน ชื่ออะไร ด้วยความที่เป็นต่างจังหวัดต่างจาก กทม. ไม่มีอีเมลหรือช่องทางติดต่อเลย” น.ส.พัชรีกล่าว

Advertisement

น.ส.พัชรี ชี้ว่า ผู้สมัครบางคนในกลุ่ม 17 ลงสมัครในอำเภอเมืองลพบุรี 11 คน ประวัติการทำงานบางคนอยู่ในพนักงานมูลนิธิ คอกวัว แปลงผัก อยู่ 2-3 คน ที่เหลือก็มีประวัติบ้าง เข้าใจว่าพวกเขามาด้วยกัน 5 คนอีก 6 คนจากกลุ่มอิสระ บรรยากาศลพบุรีคึกคัก ผู้สมัครและเจ้าหน้าที่รู้จักกัน ไม่มีความตึงเครียด ตอนที่แบ่งโซน คนเยอะ ดีลขอคะแนนปกติ

“ส่วนใหญ่จะจดโพยในใบ สว.3 จะติ้กไว้อยู่แล้วคนไหนรู้จัก ว่าจะเลือกใครบ้าง กลุ่มนี้จะเลือกคนไหน เบอร์อะไรบ้างของจังหวัดลพบุรี และในช่วงลงคะแนน ในใบคะแนนไม่มีให้เขียนว่าไม่ประสงค์ลงคะแนน พอไม่ใส่เบอร์กลายเป็นบัตรเสีย ซึ่งบัตรเสียเยอะอยู่ และในรอบแรกจับฉลากเข้ามาเพราะคะแนนเท่ากัน และได้เข้ารอบไขว้” น.ส.พัชรีกล่าว และว่า

ความอิสระของผู้สมัครที่อำเภอเมืองลพบุรี จะค่อนข้างน้อยกว่าที่อื่น เพราะบางคนเข้ามาไม่เลือกตัวเอง แต่เข้ามาเทคะแนนให้คนอื่น

น.ส.พัชรีเผยอีกด้วยว่า ข้อสังเกตจากกการอ่านใบ สว.3 คือคนที่ตั้งใจสมัครจะมีประวัติการทำงาน 1 2 3 4 คนที่ตั้งใจมาเลือกคนอื่น แทบจะไม่เขียนประวัติอะไรเลย

“คุณสมบัติของผู้สมัครที่จังหวัดลพบุรีก็แปลก กรอกว่าทำงานราชการ ทหาร แต่ไปลงกลุ่ม 6 ทำสวน กลุ่มทำนา คุณสมบัติบางคนไม่ตรงกับกลุ่มที่สมัครด้วยซ้ำ” น.ส.พัชรีกล่าว

ด้าน นายสากล พูนกลาง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ กลุ่มอาชีพอิสระ กล่าวว่า ตนมีความสนใจในด้านการเมืองอยู่แล้ว และได้มีโอกาสไปรับฟังการรณรงค์เกี่ยวกับการเลือกตั้งใน จ.บุรีรัมย์ โดยได้รับฟังว่า จะฝากชีวิตกับเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ เพราะอายุยังไม่ถึง 40 ปี ต้องฝากผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป นั่นคือเหตุผลที่ตนลงสมัคร สว.

“ตอนแรกผมหาข้อมูล รายละเอียดคุณสมบัติผู้ลงสมัคร ส.ว. พอเห็นว่าคุณสมบัติครบถ้วนจึงลงสมัครในกลุ่มอาชีพอิสระ โดยหาพยาน หาผู้รับรองเรียบร้อย แต่พอถึงวันสมัครซึ่งผมไปวันสุดท้าย จึงสังเกตเห็นคนบางคนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสมัคร แต่อยู่ในห้องตั้งแต่เช้ายันเย็น คอยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ บางคนกรอกเอกสารเองไม่ได้ ต้องมีคนช่วยกรอก บางคนแต่งตัวไม่สุภาพ ผมไม่ได้ดูถูกพวกเขา เพียงแต่คิดว่า นี่หรือคนที่จะไปทำหน้าที่ถึงในสภาที่มีเกียรติ” นายสากลกล่าว

นายสากลกล่าวต่อว่า ช่วงท้ายๆ ตนก็มองเห็นกลุ่มคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว คอยจัดแจงใครทำอะไร สมัครตรงไหนเหมือนกับว่าไม่ได้มีการเตรียมเอกสารหรือคุณสมบัติตนเองมา ชี้ข้ามหัวกันไปมา เจ้าหน้าที่บอกให้ย้ายกลุ่มซึ่งตนคิดว่ามันไม่ควรชี้นำ แต่ตนก็ทำรีพอร์ตระดับตำบลและดูในเรื่องของคุณสมบัติมาก่อนแล้ว จึงเกิดความสับสน

ส่วนคุณสมบัติของผู้ลงสมัคร ก็มีการตีความมากเกินไป เช่น กลุ่มวัฒนธรรม ต้องมีทักษะการพูดภาษาเขมร ซึ่งคนบุรีรัมย์สุรินทร์ ศรีสะเกษ ก็สามารถพูดเขมรได้อยู่แล้ว ต้องเป็นคุณสมบัติด้วยหรอ? บางคนบอกว่ามีความรู้ขนบธรรมเนียม คือ ไปร่วมงานบุญบั้งไฟ ตนเลยสับสน และข้อสังเกตอีกอย่างคือ การถูกจัดกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีประถมถึง ม.ปลาย แต่มีระดับปริญญาตรีโผล่ขึ้นมา

“จึงวิเคราะห์ได้ว่า นี่คือตัวที่เขาวางไว้เพื่อบล็อกเรา รวมถึงมีคนที่ไม่ได้ลงกลุ่มอาชีพใกล้เคียงอาชีพตนเอง จึงมีความเห็นว่าไม่ไหวกับประเทศชาติแล้ว”

นายสากลกล่าวต่อว่า ตนจึงจับกลุ่มที่มีความคิดเห็นเดียวกัน ทำหนังสือไปถึง กกต. จังหวัด ซึ่งได้รับเรื่องแล้ว แต่ชื่อของตนถูกแพร่กระจายไปหลายพื้นที่ ตนจึงปรึกษาทนายยื่นร้องถึงศาลจังหวัด ในวันที่เดินหน้าเลือกตั้งสว. ทางตัวแทนหลายอำเภอไปยื่นเอกสารและประชุมศาลจังหวัด แต่ได้ข้อสรุป คือ ยกฟ้อง

“เห็นได้ชัดเจนว่า ระดับผู้นำท้องถิ่นท้องที่ มีเกณฑ์คนเข้ามา มีการจ่ายตังค์ และมีการประชุมกันอย่างเปิดเผยระดับนายอำเภอประชุม ตัวผมมีหลักฐาน เลยมีความรู้สึกอเนจอนาถใจ และข้อสังเกตอย่างนึง มีคนไม่แสดงตัวตนในโซเชียล เวลาหากลุ่มไลน์ อันนี้คือภาพที่ผมเจอมา” นายสากลกล่าวทิ้งท้าย