‘โรม’ ชี้ ‘ทักษิณ’ มีบทบาทการเมืองสูง สะท้อนภาวะผู้นำ ‘เศรษฐา’ หลัง ‘เสรีพิศุทธ์’ รับ ถอนฟ้อง เหตุ ‘2 อดีตนายกฯ’ ขอร้อง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยอมรับว่า สาเหตุที่ไปถอนฟ้องนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตามความผิด ม.157 กรณีเสนอชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาขอร้องโดยตรง ว่า ตนเข้าใจมาโดยตลอดว่า นายทักษิณกลับมาประเทศไทยเพื่อเลี้ยงหลาน แต่ดูเหมือนว่าบทบาทของนายทักษิณในทางการเมืองจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงคิดว่าการที่นายทักษิณมีบทบาท โดยเฉพาะในรัฐบาลนี้มากขึ้น รวมไปถึงอาจจะเรียกได้ว่า เป็นคนที่คอยปัดเป่าสิ่งต่างๆ ให้พ้นไปจากนายเศรษฐา ตนคิดว่าบทบาทของนายทักษิณแบบนี้ ทำให้เกิดข้อครหาที่สำคัญว่า “ตกลงแล้วคุณทักษิณได้มีผลต่อรัฐบาลนี้ใช่ไหม”
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การที่นายทักษิณมีอิทธิพลต่อรัฐบาลนี้ ก็จะเกิดการตั้งคำถามว่า สภาวะการเป็นผู้นำของนายเศรษฐามีอยู่อย่างไร ตกลงแล้วประเทศนี้ ใครกันแน่ ที่เป็นตัวจริงของการเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมคิดว่าสภาพการเมืองแบบนี้ เป็นสภาพการเมืองที่ไม่ดีเลย แล้วมันก็จะทำลายความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ ว่าเมื่อนายเศรษฐาประกาศหรือพูดในเรื่องใด เราควรจะเชื่อนายเศรษฐาจริงๆ หรือไม่ หรือควรจะไปถามซ้ำกับนายทักษิณ
นายรังสิมันต์กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การเมืองที่เราอยากเห็น การเมืองแบบนี้ควรเปลี่ยนผ่านได้แล้ว ถ้าเกิดว่านายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วมันมีปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องของการที่จะต้องพิสูจน์กัน ไม่ว่าจะใน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาล ตนเชื่อว่านักการเมืองหลายคนรวมถึงตัวเอง ก็จะโดนข้อกล่าวหาต่างๆ มากมาย แต่แน่นอนว่า เราไม่ได้วิธีการล็อบบี้อะไร ถึงที่สุดถ้ามันต้องพิสูจน์ในข้อกฎหมาย ก็ต้องพิสูจน์ เข้าใจว่ากรณีนี้ เป็นคดีอาญา เข้าใจว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ คงไม่สามารถถอนได้ เพราะถ้าเรื่องนี้ผิดจริงก็ต้องว่าไปตามผิด
“ผมไม่อยากให้คุณทักษิณยังไม่มีบทบาทแบบนี้เลย เพราะภาพรวมทางการเมืองจะทำลายในเรื่องความเป็นผู้นำของคุณเศรษฐาอย่างมาก” นายรังสิมันต์กล่าว
ส่วนกรณีที่อาจจะต้องให้นายทักษิณไปวิ่งเต้น ป.ป.ช.เองนั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งเสียหาย การไปวิ่งเต้นกับ ป.ป.ช. ในทางกฎหมาย โดยทั่วไป ไม่ควรจะมีใครทำได้อยู่แล้ว เพราะจะเท่ากับว่า องค์กรอิสระก็จะไม่อิสระในการทำหน้าที่ และการใช้กฎหมายต่างๆ ก็จะหลายมาตรฐาน หลักกฎหมายและความถูกต้อง ก็จะไม่มีอยู่จริง
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ตนคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตราย มากไปกว่านั้นแล้ว จริงๆ นายทักษิณก็ไม่ได้มีสถานะอะไรในรัฐบาลนี้ การที่นายทักษิณพยายามมามีบทบาทแบบนี้ ก็ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล เดี๋ยวก็จะมีคนไปร้องนู่นร้องนี่อีก ซึ่งก็จะเป็นปัญหาที่ไม่จบ
นายรังสิมันต์ย้ำในฐานะพรรคก้าวไกลว่า เราไม่สนับสนุนการใช้นิติสงคราม เราเชื่อว่าพรรคการเมืองจะขึ้นมามีอำนาจได้ ก็ด้วยการสนับสนุนของประชาชน พรรคการเมืองจะดับไป ก็ด้วยการที่ประชาชนไม่สนับสนุน เรื่องนิติสงคราม ไม่ควรจะถูกใช้เลย ถ้าเป็นเรื่องทางกฎหมาย ก็ควรจะว่ากันด้วยพยานหลักฐานตามความถูกผิดจริงๆ เช่น เรื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เรื่องเหล่านี้ ก็ต้องมีกฎหมายเข้ามาดูแล แต่ถ้าเป็นนิติสงคราม ใช้ในการกลั่นแกล้งกัน เราไม่สนับสนุน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ในกรณีนี้ ก็ต้องไปพิสูจน์กันว่า เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติหรือไม่ เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ให้อำนาจกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป

