จะทำได้ไหม? ‘ศูนย์ทนาย’ ย้ำคำมั่นในเวทีโลก – เทียบชัดๆ ‘รัฐบาลใหม่ vs บิ๊กตู่’ ยุคไหนคดีการเมืองพุ่ง – ขอ 3 ข้อก่อนไทยเป็นสมาชิก UNHRC
เนื่องด้วย ประเทศไทยได้ลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ปี 2568-2570 ซึ่งไทยจะต้องเผชิญกับบทบาทใหม่ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เราพร้อมรับมือกับความท้าทายนั้นหรือไม่
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 17.00 น. ที่ชั้น 22 The Society, Gaysorn Tower คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ร่วมกับ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จัดเวทีเสวนา ‘THAILAND: HUMAN RIGHTS COUNCIL ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน ความท้าทายที่ยังคงอยู่ของไทยในที่นั่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council: UNHRC) โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ชี้จุดท้าทาย ในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ไทยยังต้องเปลี่ยนแปลง หรือเดินหน้าต่อ
บรรยากาศเวลา 18.30 น. คาเทีย คริริซซี (Katia Chirizzi) รองผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กล่าวเปิดงาน
เวลา 18.45 น. เข้าสู่ช่วงเสวนาในหัวข้อ ‘ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน ความท้าทายที่ยังคงอยู่ของไทยในที่นั่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ‘ โดย นายเฝาซี ล่าเต๊ะ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, นายอัครชัย ชัยมณีการเกษ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศและนโยบาย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, น.ส.สัณหวรรณ ศรีสด นักกฎหมายจาก คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ), นายอูเซ็ง ดอเลาะ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จ.นราธิวาส และ น.ส.พรชิตา ฟ้าประทานไพร นักกิจกรรมเยาวชนชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
ในตอนหนึ่ง นายอัครชัย จากศูนย์ทนายฯ กล่าวว่า คำมั่นสัญญาของไทย มี 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การแก้ไขกฎหมายภายในประเทศที่ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และเอาข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ (UN) มาบังคับใช้ 2.การสนับสนุนกลไกของสหประชาชาติ โดยนำมาปฏิบัติใช้ในประเทศ ซึ่งตนอยากชวนติดตามต่อไปว่า ไทยจะนำไปปฏิบัติได้หรือไม่
“ไทยยังอยู่ในวิกฤต ‘สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก’ ตั้งแต่รัฐประหาร 2557-2563 ศุนย์ทนายฯรับคดีจำนวนประมาณ 30-40 คดี/ปี ในปี 2563 มีปรากฏการณ์การเมือง ที่คนหนุ่มสาวออกมาแสดงออก เพียง 1 ปี คดีเพิ่มมาเป็นจำนวนอย่างน้อย 835 คดี ตั้งแต่ ก.ค 2563 จนถึงปัจจุบัน เกือบ 2,000 คนถูกดำเนินคดีการเมือง ตั้งแต่ ม.ค. 2564 จำนวนคดีกระโดดขึ้นมาถึง 614% แม้ปีที่แล้วจะมีการเลือกตั้ง แต่จำนวนข้อหาที่นำมาจำกัดสิทธิเสรีภาพ ก็ยังไม่หมดไป ตั้งแต่มีรัฐบาลใหม่ ก.ย.2566 มีคดีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 64 คดี ซึ่งเป็นคดี ม.112 ถึง 29 คดี

ข้อหาการเมืองยังเกิดขึ้นทุกเดือน ที่น่าเสียดาย ในเกือบ 2,000 มี 286 คน เป็นเด็กและเยาวชน และปัจจุบันมีกว่า 734 คดีที่ยังไม่สิ้นสุด”
“ไม่เพียงเท่านี้ ประชาชนก็กลายเป็นนักโทษทางการเมือง จนปัจจุบันมีอย่างน้อย 37 คนที่ต้องอาศัยในเรือนจำ จากการแสดงออกและการชุมนุม และส่วนมาก (22 ใน 37 คน) เป็นผู้ต้องขังในคดีที่ยังไม่ถึงที่สุด โดย 16 ใน 22 คนนั้น เป็นผู้ต้องขังคดี ม.112 การดำเนินคดีทางการเมือง ยังไม่หมดไป” นายอัครชัยกล่าว
นายอัครชัยกล่าวต่อว่า นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ไทยได้รับหนังสือจากผู้รายงานพิเศษยูเอ็น 111 ฉบับ ในจำนวนนั้น 104 ฉบับเกี่ยวกับประเด็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและชุมนุม ซึ่งหากเราดูจากจำนวนหนังสือ จะเห็นว่าไทยมีปัญหาด้านการแสดงความเห็นเป็นอย่างมาก

โดยในปี 2564 ยูเอ็น ส่งหนังสือเตือนรัฐบาลไทยว่าผู้ชุมนุมไม่ควรถูกดำเนินคดีทางอาญาจากการเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบ และแสดงความกังวลกับการใช้กฏหมายเช่น มาตรการฉุกเฉิน ม.116 และ ม.112 นอกจากนี้ ล่าสุด 25 มี.ค.67 ก็ยังเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองอีกด้วย
“เราจึงมีข้อเสนอรัฐบาลไทยว่า 1.ต้องยุติดำเนินคดีการเมือง และตรากฎหมาย พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 2.ปล่อยผู้ต้องขังทางการเมือง และ 3.ยุติการดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชนที่ออกมาใช้เสรี ภาพในการแสดงออกและการชุมนุม เราไม่ได้ขออะไรมากไปกว่า ที่เขาบอกว่าพร้อมจะทำอยู่แล้ว
นายอัครชัยกล่าวต่อว่า ประเด็นการใช้ ม.112 นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงวันนี้ มีกว่า 300 คน ซึ่งกระโดดขึ้นมาถึง 398 % และมีจำนวนคดีที่กระโดดเป็น 631% โดยในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นับตั้งแต่ พ.ย. 2563 – ส.ค. 2567) มีสถิติการดำเนินคดี ม.112 ประมาณ 8.30 คดี/เดือน เมื่อเทียบกับรัฐบาลเพื่อไทย (ก.ย. 2566 – ปัจจุบัน) มีสถิติการดำเนินคดี ม.112 ประมาณ 2.12 คดี/เดือน แม้จำนวนคดีจะลดลง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ คำพิพากษา คดี ม.112 ที่มากขึ้น โดยภายใน 1 ปีกว่าของรัฐบาลเพื่อไทย มี 108 คำพิพากษา ซึ่งมากกว่ารัฐบาลประยุทธ์ และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น จากสถิติจะพบว่าเป็นข้อท้าทาย ก่อนที่ไทยจะเข้าไปเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

“เวลารัฐไทย อ้าง (เกี่ยวกับการบังคับใช้ ม.112) เรื่องความมั่นคง คุณก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า (การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก) ท้าทายต่อความอยู่รอดของประเทศไทยอย่างไร ซึ่งยูเอ็นไม่เห็นว่ารัฐบาลไทยพิสูจน์สิ่งนี้ได้สำเร็จ ในปีนี้ก็ยังส่งหนังสือมาถึงไทย กรณีบัสบาส (มงคล ถิระโคตร) โดนโทษจำคุก 50 ปี มากสุดในไทย” นายอัครชัยกล่าว
นายอัครชัยกล่าวอีกด้วยว่า นอกจากนี้ คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ (UN WGAD) ยังออกมาความเห็น กรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ที่ถูกนำตัวไปคุมขัง ว่าขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชน
ดังนั้น ข้อเรียกร้องของเราคือ 1.แก้ไข ม.112 ให้สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ 2.ประกันสิทธิประกันตัวแก่ผู้ต้องขังในคดี 112 3.ปล่อยตัวผู้ต้องขังในคดี ม.112 ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับยูเอ็น เสนอแนะ เราไม่ได้ขออะไรไปมากกว่าสิ่งที่ไทยให้คำมั่นสัญญากับเวทีโลกว่าพร้อมที่จะทำ ในการชิงเก้าอี้ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เราไม่ขออะไรไปมากกว่านี้เลย” นายอัครชัยกล่าว
- อ่านข่าว : ผู้แทน OHCHR ชี้จุดที่ไทยยังสอบไม่ผ่าน-โอกาสแสดงความเป็น ผู้นำอาเซียน
- ทนายมุสลิมฯ นับถอยหลัง คดีตากใบ พ้อ ญาติยังรอ ‘ความรับผิดชอบ’
- แอมเนสตี้ฯ ลั่น ‘คดีตากใบ’ ต้องไม่จบแค่นี้ ฝาก 4 ข้อหยุดลอยนวล จี้ ผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม


