‘อนุทิน’ ส่งรองปลัด มท. แจง กมธ.กฎหมายฯ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ‘โรม’ ห่วงจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย

15.07.26 | 11:07 น.

‘อนุทิน’ ส่งรองปลัด มท. แจง กมธ.กฎหมายฯ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ‘โรม’ ห่วงจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย ชี้ TOR มีช่องโหว่ เชื่อเส้นเงินโยงผู้อยู่เบื้องหลัง จี้ ป.ป.ช. ให้ความมั่นใจประชาชน หลังถูกมองดองคดี

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมกมธ.วันนี้ ว่า มีการพิจารณาเรื่องการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีผู้ร้องร้องเข้ามายังกรรมาธิการ เมื่อวิเคราะห์แล้วคิดว่ามีมูลบางอย่างที่จะต้องพิจารณา โดยในที่ประชุมได้เชิญบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย , อธิบดีกรมปกครอง รวมถึงบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับ TOR ทั้งหมด หวังว่าการประชุมวันนี้จะมีข้อมูลในการพิจารณา ที่ละเอียดพอที่จะทำให้เราเห็นว่าการทุจริตสอบท้องถิ่น ที่มีการดำเนินการไปบางส่วนแล้วและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. รับไปเป็นคดีพิเศษ ถึงที่สุดแล้วจะนำไปสู่การจัดการปัญหาจริง ๆ หรือไม่ หรือท้ายที่สุดเป็นแค่การจัดการจับปลาซิวปลาสร้อย

“สุดท้ายอาจไม่ได้แก้ปัญหาการทุจริตสอบในระยะยาว เพราะการทุจริตสอบในลักษณะแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสำคัญที่มีพยานหลักฐานเอกสาร และข้อเท็จจริงหลายอย่างค่อนข้างชัดเจน ดังนั้นเราควรใช้โอกาสนี้ ในการจัดการกับบรรดาขบวนการที่เกี่ยวข้อง กับการทุจริตสอบให้ได้ ” นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่าการตรวจสอบทุจริตครั้งนี้จะสาวไปถึงตัวใหญ่ได้บ้างหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนกังวลในส่วนนั้นว่าสุดท้ายการจัดการกับปลาตัวใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบอาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะเท่าที่เราเฝ้าดูจำนวนตัวเลขของคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง อาจฟังดูเยอะหลายพันคน แต่ถ้าวิเคราะห์กันดี ๆ คนเหล่านั้นก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นผู้จ่ายเงิน เป็นผู้ว่าจ้าง หรือผู้ถูกหลอก แต่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องแล้วที่สำคัญคือเงินเหล่านี้ไปที่ใคร ถ้าเราไม่เอาเงินมาดูว่าใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สุดท้ายก็จับได้แค่เฉพาะคนที่ไม่ได้ถือครองอำนาจรัฐ หรืออาจจะได้แค่บางส่วน สิ่งที่เราต้องทำให้มากคือ ตกลงแล้วใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ ซึ่งเราต้องโยงไปถึงให้ได้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในการปราบปรามการทุจริตสอบได้จริง

Advertisement

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีหลายกรรมาธิการที่พิจารณาซึ่งมีทั้ง สส. จากฝ่ายค้านและรัฐบาลเป็นกรรมาธิการอยู่ ตนคิดว่าเรายังต้องเจอความท้าทาย ในเรื่องความร่วมมืออยู่ และคิดว่าการมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเป็นโอกาสไม่ว่าจะให้ความร่วมมือหรือไม่ให้ความร่วมมือ ถึงที่สุดแล้วถ้าไม่มาตอบคำถามหรือชี้แจงในเรื่องนี้ ก็จะทำให้คิดว่าการไม่มาตอบโดยปราศจากเหตุผลนั้นแปลว่าอยากให้เรื่องนี้จบแบบมีเงื่อนงำ หรืออยากให้เรื่องนี้จบแบบที่โปร่งใส นำไปสู่การกระชากคอคนผิดได้จริง แต่ก็ไม่เป็นไรหากหน่วยงานรัฐหรือใครก็ตามให้ความร่วมมือเราก็จะสอบข้อเท็จจริงต่อไปตามพยานหลักฐานที่เรามี

“ผมมองว่าจุดสำคัญคือ TOR เพราะคนยังให้ความสำคัญน้อยและในความเป็นจริงตัว TOR อาจจะเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ง่าย คำถามคือการเปิดช่องตรงนี้ เป็นการจงใจเพื่อให้เอื้อต่อการทุจริตหรือเป็นความผิดพลาด โดยมีบรรดาผู้ที่มีสมองดีมีวิธีการเฉียบแหลม จนสามารถที่จะหาช่องว่างช่องโหว่นำไปสู่การทุจริตได้ ตรงนี้คือสิ่งที่เราต้องไปวิเคราะห์กัน แต่ไม่ว่าอย่างไรผมเชื่อว่าเส้นทางการเงินและข้อเท็จจริงหลายอย่าง จะโยงให้เห็นว่าใครได้รับผลประโยชน์จริง ๆ จากเรื่องนี้ ก็คงจะเป็นคำตอบของการที่เราพยายามกันอยู่ ” นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามถึงการที่นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่า TOR ที่ร่างมามีความรัดกุมและยากต่อการทุจริต นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้นายมนัสมาชี้แจงในกรรมาธิการก็ต้องฟังก่อน เพราะกรรมาธิการต้องรับฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว เพียงแต่เรามีสมมติฐานว่าดูแล้ว TOR มีช่องโหว่ แต่ถ้าเขาสามารถชี้แจงว่ามีความรัดกุมอย่างไร และเป็นความผิดพลาดของผู้รับจ้าง เช่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือเป็นความผิดพลาดแค่เฉพาะตัวบุคคล ที่เป็นขบวนการที่มีความสามารถมาก ๆ ตรงนี้เราก็พร้อมรับฟัง แต่วันนี้ต้องเอาความจริงให้เห็นว่าตกลงแล้วมีสาเหตุมาจากอะไร เพราะตนเป็นห่วงว่าตัว TOR ยังบางไปหรือไม่ เช่น แฟลชไดร์ฟ ที่ไม่มีการกำหนดให้เข้ารหัส รวมไปถึงการกำหนดให้มีไฟล์ภาพ ที่เป็นการสแกนกระดาษคำตอบก็คงต้องถามเหตุผลว่า รัดกุมอย่างไร ผู้ชี้แจงก็ต้องแสดงออกมาให้กรรมาธิการได้เห็น

เมื่อถามว่ามีการมองว่าเรื่องนี้ ป.ป.ช. รับเป็นคดีพิเศษแล้วจะถูกแช่แข็ง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ป.ป.ช. ต้องเป็นผู้ตอบคำถามว่าทำไมสังคมเริ่มรู้สึกว่าคดีอะไรก็ตามที่ไปอยู่กับ ป.ป.ช. ความหวังดูน้อยลง และความคาดหวังของสังคมในเรื่องนี้ เขาอยากเห็นเรื่องนี้ถูกคลี่คลายอย่างกระจ่างจริง ๆ และเชื่อว่าหลายคนอยากเห็นการจัดการกับตัวการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่พอเรื่องไปอยู่ที่ ป.ป.ช. แล้วถ้าสังคมจะรู้สึกว่ากลายเป็นการดองคดีหรือไม่ ป.ป.ช. ก็จำเป็นที่ต้องเอามาพูดเรื่องนี้และเน้นย้ำว่าจะให้ความเชื่อมั่นกับสังคมอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรรมาธิการได้เชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้าชี้แจง แต่ได้มอบหมายให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยมาแทน แต่ปลัดฯได้มอบหมายให้นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทยมาแทน ทั้งนี้ยังมีตัวแทนจาก ป.ป.ช. และ สำนักงานการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. รวมถึงร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคนาะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี , นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น , นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา , พันจ่าเอกสาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะคณะกรรมการจัดทำ TOR มาร่วมชี้แจงด้วย ส่วน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ส่งหนังสือมาแจ้งว่าไม่สามารถมาร่วมประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจราชการสำคัญ และได้ตอบมาเป็นหนังสือแทน

นอกจากนี้ยังมีนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ขอเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วยเนื่องจาก กำลังตรวจสอบเรื่องเดียวกัน หากหน่วยงานไหนชี้แจงแล้วเห็นว่าครบถ้วน จะได้ไม่เชิญมาชี้แจงซ้ำ