หน้าแรก การเมือง กมธ.ปปช. บี้ต...

กมธ.ปปช. บี้ต่อ โกงสอบท้องถิ่น ข้องใจ กสถ.นิ่งเฉย ขอข้อมูลศาลปกครอง ถอน 5 พันชื่อได้ไหม

16.07.26 | 12:40 น.
โกงสอบท้องถิ่น
โกงสอบท้องถิ่น

อาสพลธ์ ลั่น ต่อให้สูงกว่าอธิบดีก็ต้องรับโทษ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ ข้อมูลไม่ตรงกันจริง เผย ‘กมธ.ป.ป.ช.’ สอบ ‘สถ.-กสถ.-มศว.’ หลังพบขั้นตอนส่งไฟล์คำตอบมีพิรุธ เชื่อคณะกรรมการป.ป.ช.มีข้อมูล ใครแก้ไขไฟล์ เหตุมีดิจิทัลซิกเนเจอร์

โกงสอบท้องถิ่น – เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกมธ.ฯ มีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่อง เจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

โดยนายอาสพลธ์ กล่าวว่า กมธ.ฯได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน คือ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.), ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ,เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งประเด็นที่จะถามกับประธาน กสถ. สืบเนื่องมาจากผลการตรวจสอบที่คะแนนไม่ตรงกัน และเมื่อพบว่ามีการโกง แต่ทำไม กสถ. ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ถึงยังนิ่งเฉยไม่ดำเนินการเพิกถอนคนที่โกงข้อสอบเหล่านั้น และจากการประชุม กสถ. เมื่อวาน ได้มีการนำเสนอว่าจะเอาข้อมูลทั้งหมดส่งคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิกถอนรายชื่อที่ทุจริตในสัปดาห์หน้า

นายอาสพลธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเหตุผลการเชิญ เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง มาวันนี้ (16 ก.ค.) เพราะเมื่อปี 2562 มีคดีความลักษณะเดียวกันที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า รายชื่อผู้ผ่านกับคะแนนไม่ตรงกันคล้ายกับครั้งนี้ จึงนำมาสู่การเพิกถอนผู้รับราชการท้องถิ่นที่จังหวัดมหาสารคามในตอนนั้น จึงเชิญมาให้ข้อมูลในวันนี้เพื่อสอบถามว่า การเพิกถอนบุคคล 5,000 กว่ารายสามารถทำได้หรือไม่ หากบุคคลใน 5,000 รายนี้ต้องการฟ้องกลับ ทางศาลมีความคิดเห็นอย่างไร เพื่อนำข้อมูลที่ได้นำเสนอต่อไป

เมื่อถามว่า ถ้าเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่น 5,000 กว่าคนแล้ว และต้องขยับบัญชีสำรองขึ้นมาแทน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีคนทุจริต นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีบัญชีสำรอง ต่อให้ สถ. หรือกระทรวงมหาดไทยเป็นคนตรวจ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่อยู่ในบัญชีสำรองจะไม่โกง เพราะวันนี้เกิดการโกงขึ้นแล้ว ตนคิดว่าต้องตรวจทั้งหมดและไล่เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด นี่เป็นที่มาที่จะตั้งคำถามไปยังประธาน กสถ.ว่า ในการตรวจไล่ทั้งหมด ทั้งกระดาษคำตอบและลำดับคะแนน จะใช้กระบวนการนานเท่าไหร่ คนที่เข้าสอบอีก 2-3 แสนรายก็อยากรู้เช่นกันว่า หากเขาไม่ได้ทุจริตและไม่ได้โกง เขาจะได้ลำดับที่เท่าไหร่หากไม่มีการโกง ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่ขั้นตอนการตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้งหมด

Advertisement

ส่วนแฟลชไดรฟ์กระดาษคำตอบ ที่ขณะนี้อยู่ในมือของ ป.ป.ช. แล้ว ทาง กมธ. จะสามารถขอดูหลักฐานได้หรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ไม่ได้ เรามีเพียงหน้าที่ศึกษาหาข้อเท็จจริง ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่า เรื่องนี้มีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบหลายคณะ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือทีมของรองนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการข้อเท็จจริงจริง ๆ หากจะให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบเองก็มีข้อกังขาเยอะ จึงได้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่มีหลายหน่วยงาน และมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้

“ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิด ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ต่อให้เป็นนักการเมืองหรือข้าราชการระดับที่สูงกว่าอธิบดีก็ตาม เมื่อตรวจพบและสาวถึง ก็ต้องรับโทษ” นายอาสพลธ์กล่าว

ส่วนที่ กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาฯ บอกว่า สถ. กับ มศว ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน นายอาสพลธ์ กล่าวว่า มศว แจ้งว่ามีการแทรกแซงจาก สถ. จึงเกิดคำถามว่าใครเป็นคนแทรกแซงและติดต่อผ่านใครใน มศว. ซึ่งผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ บอกว่า ข้อมูลนี้ได้ให้การกับ ป.ป.ช. ไปแล้ว จึงไม่ขอให้ข้อมูลกับทาง กมธ.ฯ และเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาตนได้ไปนั่งประชุมกับ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมสุษยชน สภาฯ พบว่าข้อมูลไม่ตรงกันจริง เช่น ผลสอบของกระทรวงมหาดไทย อุปกรณ์แฟลชไดรฟ์ ที่บันทึกภาพกระดาษคำตอบ ซึ่งผู้รับจ้างส่งให้ สถ. มีคะแนนไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบ แปลว่าคะแนนไม่ตรงกับการประกาศผลผู้สอบผ่าน และไม่พบข้อเท็จจริงว่า กสถ. ได้นำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์มาเปรียบเทียบคะแนนกับผู้สอบผ่าน

“แปลว่ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในการประกาศผล ซึ่งทางผู้รับจ้างยืนยันว่าขั้นตอนนั้นตนไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ แต่ขั้นตอนเกิดขึ้นเมื่อผู้รับจ้างตรวจข้อสอบเสร็จแล้ว บันทึกไฟล์เสร็จแล้วก็นำมาส่งให้กับผู้ว่าจ้าง คือ กสถ. ซึ่ง กสถ.มอบอำนาจให้อธิบดี สถ. โดยอธิบดีฯ ก็เก็บไว้ในตู้เซฟ และก่อนที่จะนำมาประกาศ สถ. ได้ส่งแฟลชไดรฟ์กลับคืนมายัง มศว. เพื่อให้ มศว. ตีตราประทับของมหาวิทยาลัย ซึ่งในระหว่างขั้นตอนที่เอาออกมาจากตู้เซฟเพื่อเอามาที่ มศว.เกิดอะไรขึ้น นี่เป็นคำถามที่ต้องการถาม สถ. ในวันนี้ และก่อนการประกาศผลผู้สอบผ่าน กสถ. มีอำนาจในการขึ้นเว็บไซต์ มีการประชุมหรือไม่ หากมีการประชุมรับรอง ทำไมถึงไม่มีการตรวจสอบ เป็นความบกพร่องหรือเป็นความทุจริตอย่างไร” นายอาสพลธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าตอนนี้ยังไม่รู้ใช่หรือไม่ว่า “ใครเป็นคนแก้ไขไฟล์ในแฟลชไดรฟ์” นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทาง มศว. ชี้แจงว่าในการแก้ไขไฟล์จะมีดิจิทัลซิกเนเจอร์ (Digital Signature) ตลอด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ป.ป.ช. น่าจะมีข้อมูลอยู่แล้ว

​เมื่อถามว่า มศว. เคยแถลงว่า ขั้นตอนการส่งไฟล์คะแนนคำตอบมีการส่งไปกลับสองรอบ เป็นลักษณะการล็อกสเปก TOR จากผู้รับจ้าง ซึ่งขั้นตอนตรงนี้สอดคล้องกับการที่บอกว่าคะแนนไม่ตรงกับการประกาศสอบหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า แฟลชไดรฟ์หลังจากที่ สถ. ได้รับจากผู้รับจ้างแล้ว ไม่รู้ว่า สถ. เอาไปทำอะไร และส่งกลับมาให้กับผู้รับจ้าง เพื่อให้ผู้รับจ้างตีตรามหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้เป็นเงื่อนไขใน TOR ตอนแรก มศว จะไม่ทำให้ แต่ สถ. ขอร้องให้ทำ มศว จึงทำให้ก่อนที่จะส่งให้ สถ. และส่งไปยัง กสถ. เพื่อประชุมรับรองผู้ที่สอบผ่าน ซึ่งขั้นตอนระหว่างนี้เป็นอย่างไร ก็จะมีการสอบถามในที่ประชุมต่อไป

นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้ากมธ.ฯ จะมีการเชิญ ป.ป.ช., ป.ป.ท., DSI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)(สตช.) โดยกองบังคับการปราบปราม มาให้ข้อมูล เพราะวันนี้มีข้อมูลจากคนที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านไปแจ้งความ จึงอยากสอบถามรายงานเหล่านี้ว่า ข้อมูลของบุคคลที่ไปแจ้งความได้นำมาประกอบการสอบสวนหรือไม่ ซึ่งอยากให้นำข้อมูลของบุคคลเหล่านี้มาสอบสวนด้วย เพราะการที่เราจะจับตัวใหญ่ได้ ต้องเริ่มจากการสอบสวนและพาดพิงสาวไปเรื่อย ๆ จากชั้นล่างถึงชั้นบน และจะสอบถามทาง ป.ป.ช. ว่า สามารถขอดูข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ได้หรือไม่