กสม. ออกแถลงการณ์คัดค้าน กรณีใช้ประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัว -พาดพิงและลดทอนความชอบธรรมของผู้ตรวจสอบการทำงานของรัฐ
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยกล่าวตอบโต้ ทนายความผู้หนึ่ง ซึ่งออกมาตั้งคำถามและเร่งรัดการดำเนินคดีกรณีที่ดินเขากระโดง และเปิดเผยถึงประวัติการต้องโทษของบิดาและมารดาทนายความผู้นั้น
- ทนายอั๋น ขู่ฟ้อง รมว.ยุติธรรม หมิ่นฯ ปมพาดพิงครอบครัว – เชื่อมีใบสั่งป้องคนเขากระโดง
- เปิดไทม์ไลน์ ปมร้อน ทนายอั๋น-รมว.ยุติธรรม สภาทนายเร่งสอบข้อเท็จจริง
- รุทธพล โต้ ทนายอั๋น ไม่ได้ดองคดีเขากระโดง เดินตามขั้นตอน จี้เลิกใช้คำไม่สุภาพ หวั่นเป็นตัวอย่างไม่ดี
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่า การนำประวัติการถูกจับกุมและต้องโทษของบุคคลในครอบครัวมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐ ย่อมกระทบต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 17 ให้ความคุ้มครอง นอกจากนี้ประวัติอาชญากรเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ แม้จะกล่าวในลักษณะยกตัวอย่าง ก็มิอาจลบล้างผลของการเปิดเผยที่เกิดขึ้นแล้วต่อสาธารณะได้ กสม. ขอยืนยันหลักการว่าบุคคลย่อมรับผิดชอบเฉพาะการกระทำของตนเอง ไม่มีผู้ใดสมควรถูกตีตราหรือถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จากการกระทำของบุพการี
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติ ซึ่งมีภารกิจโดยตรงในการแก้ไขฟื้นฟูและคืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี ตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง การที่ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงใช้ถ้อยคำในทางลบต่อผู้ต้องโทษจำคุกต่อสาธารณะ ย่อมมีผลเป็นการตอกย้ำการตีตราผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น และไม่สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง
กสม. เห็นว่าการตั้งคำถามและเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานรัฐเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิในการตรวจสอบภาครัฐของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 และมาตรา 41 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 19 ซึ่งรับรองสิทธิในเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ
กสม. จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก และพิจารณาแสดงความรับผิดชอบต่อบุคคลและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลกำชับให้คณะรัฐมนตรีเป็นแบบอย่างในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และขอให้สื่อมวลชนและสาธารณชนใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ซ้ำข้อมูลส่วนบุคคลของครอบครัวผู้เกี่ยวข้อง



