หน้าแรก การเมือง มหาดไทย เร่งด...

มหาดไทย เร่งดันร่างพ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด เติมงบท้องถิ่น เดินหน้าพัฒนาระบบที่ปรึกษากม. ดึง AI ช่วย

4.09.26 | 11:48 น.

‘วรศิษฎ์’ ยก อบจ.เสมือนรากของต้นไม้ใหญ่ที่จะต้องปฏิบัติงานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้า 3 นโยบายพลิกโฉมหนุนท้องถิ่นเข้มแข็ง ดันกฎหมายภาษีบ้านเกิด เพิ่มประสิทธิภาพการคลังท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ถนนราชพฤกษ์ ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมกล่าวให้โอวาทบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภา นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายอัครวัฒน์ ศิริธัญญ์ธนากร ประธานสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


นายวรศิษฎ์กล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดท่ามกลางความท้าทาย ทั้งในมิติด้านการบริหารจัดการ ด้านบุคลากร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติด้านการเงินและการคลัง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจที่มีปริมาณงานเพิ่มขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และการสาธารณสุข ซึ่งได้รับการถ่ายโอนภารกิจการดูแลสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายวรศิษฎ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการกระจายอำนาจและการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ท้องถิ่น โดยถือว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นกลไกหลักที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงประเด็น การที่ทุกท่านได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และระดมสมองร่วมกันในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น ให้มีความรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เป็นเวทีที่ช่วยสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน และจุดประกายแนวคิดในการบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรทุกท่านสามารถนำความรู้ตลอดจนข้อเสนอแนะที่ได้รับ ไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้บริหารระดับสูง ที่ต้องทำงานร่วมกันและมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน หากทุกท่านจับมือร่วมกัน มั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางได้ และถือเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการเดินหน้าพัฒนาและดูแลประชาชน เพราะทุกท่านเปรียบเสมือนรากของต้นไม้ใหญ่ที่จะต้องปฏิบัติงานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

Advertisement

นายวรศิษฎ์กล่าวต่อว่า ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มีประเด็นเน้นย้ำเพิ่มเติม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่ 1 ในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการเพิ่มภาระหน้าที่ให้ดำเนินการในหลายส่วน แต่งบประมาณกลับไม่ได้ถูกจัดสรรเพิ่มขึ้นตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างรับทราบและสะท้อนปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย คือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีบ้านเกิด เพื่อให้บุคคลธรรมดาที่เสียภาษีสามารถกำหนดให้เงินภาษีของตนเองถูกจัดสรรไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนต้องการได้ สิ่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางด้านงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีความรู้สึกมีส่วนร่วม รู้สึกถึงความรับผิดชอบในการสนับสนุนการทำงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เชื่อว่าหากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นจนสำเร็จเรียบร้อย จะถือเป็นมิติใหม่ในการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล

นายวรศิษฎ์กล่าวอีกว่า ประการที่ 2 เรื่องระบบที่ปรึกษากฎหมาย เนื่องจากความเข้าใจในข้อกฎหมายของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่บางครั้งมีความแตกต่างกัน จึงมีความตั้งใจที่จะพัฒนาระบบที่ปรึกษากฎหมายด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งจะเป็นระบบที่ช่วยรวบรวมข้อมูลทางกฎหมายทั้งหมดที่ท้องถิ่นมีความจำเป็นต้องใช้ รวมไปถึงการวิเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับทุกท่าน รวมไปถึงการให้แนวทางในการปฏิบัติงานให้มีความถูกต้องและตรงตามระเบียบกฎหมายมากยิ่งขึ้น และ 3.จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรนอกสถานที่ จ.สงขลา ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติอนุมัติหลักการเรื่องประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยรัฐบาลจะนำงบประมาณไปจัดซื้อประกันภัยให้กับประชาชนทุกครัวเรือนในประเทศ การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยให้ภาระและกระบวนการต่างๆ ที่มีความล่าช้าอันเกิดจากขั้นตอนของภาครัฐ มีความรวดเร็วเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียว โดยประชาชนในพื้นที่นั้นจะไม่ต้องเดินทางมายื่นเอกสารด้วยตนเองอีกต่อไป ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการภาระทางการเงินการคลังได้ง่ายขึ้น ใช้งบประมาณลดลง

นายวรศิษฎ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนจะได้รับการเยียวยาที่รวดเร็วขึ้น มีความเป็นระบบมากขึ้น ติดตามเรื่องได้ง่ายขึ้น และลดความยุ่งยากลง ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องการแจ้งให้บุคลากรส่วนท้องถิ่นทุกท่านได้รับทราบ เพื่อจะได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มต้นโครงการนี้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อรองรับภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด

ในช่วงท้าย นายวรศิษฎ์ให้เกียรติมอบครุฑมหามงคลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 13 ราย ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ตามกฎหมายในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ตลอดจนเป็นการแสดงความขอบคุณที่ทุกท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ