หน้าแรก การเมือง ‘กมธ.ศาสนาฯ’ ...

‘กมธ.ศาสนาฯ’ เปิดทาง อบจ.ชลบุรี รับช่วงพิพิธภัณฑ์โคกพนมดี จัดงบบูรณะมรดก 4 พันปี

11.09.26 | 14:45 น.

‘กมธ.ศาสนาฯ’ ลงพื้นที่โคกพนมดีชลบุรี เคาะแนวทางถ่ายโอนอาคารพิพิธภัณฑ์ให้ อบจ.รับช่วงบริหาร พร้อมจัดงบบูรณะ หวังรักษามรดกกว่า 4 พันปีให้คนรุ่นหลัง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี รับฟังปัญหาและหารือแนวทางบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้สามารถดูแลรักษามรดกทางประวัติศาสตร์สำคัญแห่งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง


การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สส.ชลบุรี พรรคภูมิใจไทย นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอำเภอพนัสนิคม ผู้แทนกรมศิลปากร คณะสงฆ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้ข้อมูลและสะท้อนปัญหา

Advertisement

ที่ประชุมได้ข้อสรุปสำคัญ โดยกรมศิลปากรจะดำเนินการนำอาคารพิพิธภัณฑ์ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ ก่อนส่งคืนอาคารดังกล่าวให้กรมธนารักษ์ เพื่อเปิดทางให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สามารถยื่นขอใช้ประโยชน์และรับช่วงดูแลอาคารตามขั้นตอน พร้อมกันนี้ จะจัดทำหนังสือและเอกสารเกี่ยวกับการถ่ายโอนทรัพย์สินและภารกิจไปยัง อบจ.ชลบุรี เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถเข้ามาบริหารจัดการ รวมถึงจัดสรรงบประมาณสำหรับบูรณะ ทำนุบำรุง และดูแลพิพิธภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง หลังที่ผ่านมาการบริหารจัดการยังติดข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่และทรัพย์สิน

ด้านนางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า กมธ.จะเร่งประสานและติดตามทุกขั้นตอนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การถ่ายโอนอาคารพิพิธภัณฑ์เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากโคกพนมดีไม่ใช่เพียงโบราณสถานของชุมชน แต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าระดับประเทศ และควรได้รับการดูแลให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนและคนรุ่นต่อไป

สำหรับแหล่งโบราณคดีโคกพนมดีตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์สำคัญของภาคตะวันออก ลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่กลางพื้นที่ราบลุ่มนา เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 230 เมตร สูงจากพื้นที่โดยรอบราว 12 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี 2527

หลักฐานที่ค้นพบชี้ว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นชุมชน สมัยหินใหม่เมื่อราว 4,000-3,500 ปีก่อน ในยุคที่สภาพภูมิประเทศยังอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลและปากแม่น้ำบางปะกง ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการใช้ทรัพยากรจากทะเล พื้นที่ชุ่มน้ำ การจับสัตว์น้ำ ก่อนพัฒนาไปสู่สังคมที่มีการเพาะปลูกและโครงสร้างชุมชนซับซ้อนขึ้น

การขุดค้นครั้งสำคัญในช่วงปี 2527-2528 จากความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรกับมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ พบ หลุมฝังศพมนุษย์มากกว่า 150 โครง ฝังซ้อนกันหลายยุค พร้อมขวานหินขัด เครื่องมือกระดูก ภาชนะดินเผา เครื่องประดับจากเปลือกหอย และซากสัตว์ทะเลจำนวนมาก

หนึ่งในหลักฐานที่โดดเด่นที่สุดคือเจ้าแม่โคกพนมดีโครงกระดูกหญิงอายุราว 35 ปี มีอายุประมาณ 3,600 ปี ซึ่งถูกฝังพร้อมเครื่องประดับจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกปัดเปลือกหอยนับแสนเม็ด รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตภาชนะดินเผา ทำให้นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า หญิงผู้นี้อาจเป็นช่างปั้นหม้อที่มีสถานะสูงและมีบทบาทสำคัญในชุมชน

ความสำคัญของโคกพนมดีจึงไม่ได้อยู่เพียงการพบโครงกระดูกจำนวนมาก แต่หลักฐานทั้งหมดช่วยเปิดภาพชีวิตของผู้คนภาคตะวันออกเมื่อหลายพันปีก่อน ตั้งแต่การกินอยู่ การจับสัตว์น้ำ การผลิตเครื่องปั้นดินเผา พิธีกรรมฝังศพ ไปจนถึงความแตกต่างด้านสถานะของคนในสังคม ซึ่งถือเป็นหน้าต่างทางประวัติศาสตร์ สำคัญที่ควรได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง