หน้าแรก การเมือง ชวน ชี้องค์กร...

ชวน ชี้องค์กรอิสระ ถูกแทรกแซงหนัก ปลุกเลิกเกรงใจคนตั้ง ใช้งบปีละ 2 หมื่นล้าน ต้องไม่เป็นภาระ

12.09.26 | 13:10 น.

“ชวน” ชี้ องค์กรอิสระเป็นกลไกสำคัญตรวจสอบการใช้อำนาจ แต่กำลังโดนแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เตือน ต้องยึดความซื่อสัตย์-เที่ยงตรง -ธรรมาภิบาล ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของชาติ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาในหัวข้อ “จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย” ในช่วงเช้ามีผู้ร่วมปาฐกถาพิเศษ ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)


โดยนายชวน กล่าวปาฐกถาว่า เดิมโครงสร้างการปกครองยึด 3 อำนาจหลักคือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ เกิดขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึด 3 หลักนี้ในการบริหารบ้านเมืองมาตลอด แต่ก็ลุ่มๆ ดอนๆไม่ใช่เพราะโครงสร้างไม่ดี แต่เพราะมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากบุคคลมากกว่าการยึดอำนาจหลายครั้ง ซึ่งในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ได้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นครั้งแรก ใช้โครงสร้างการปกครองบ้านเมืองในระบบรัฐสภามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ เหมือนเดิมแต่มีองค์กรอิสระเกิดขึ้นทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และองค์กรอื่นๆเกิดขึ้นอีกประมาณ 5-6 องค์กร ซึ่งเป้าหมายของรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระ เพื่อให้เป็นองค์กร มีการตรวจสอบ ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยให้มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบการบริหารบ้านเมืองทุกองค์กร รวมถึงการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมโดยองค์กรที่เกิดขึ้นใหม่ ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย และการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ป.ป.ช. มีหน้าที่ดูแลเพื่อควบคุมนักการเมืองและข้าราชการ รวมทั้งองค์กรอื่นๆ

นายชวน กล่าวว่า ในทุกองค์กรจะมีมาตราหนึ่งเขียนไว้ว่า บุคลากรที่จะเข้ามาอยู่ในองค์กร ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และคำนี้ก็เริ่มเกิดขึ้น แต่มีองค์กรเดียวที่ไม่เขียนเรื่องนี้ไว้คือกรรมการสิทธิมนุษยชน รัฐบาลในขณะนั้นจึงเป็นภาระที่ต้องออกกฎหมายในทุกฉบับให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด รัฐบาลชุดนั้นจึงต้องทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติที่เข้มแข็ง ซึ่งกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระได้ประกาศใช้เมื่อปีพ.ศ. 2541-2542

นายชวน กล่าวอีกว่า ในช่วงที่เริ่มการทำงานขององค์กรอิสระ อย่างกกต.ชุดแรก ได้ลงโทษผู้ที่ทำผิดโดยไม่มีข้อสงสัยในความเชื่อถือ แต่เมื่อกกต. ชุดหลังจากนั้นก็มีข้อครหาตามมา ซึ่งกกต.ชุดที่ 2 ถูกจำคุกไป 3 คน มาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และหลังจากนั้นก็มีกกต. บางชุดมีข้อครหาว่าเรียกรับเงิน เปลี่ยนใบแดงเป็นใบเหลือง หรือเปลี่ยนใบเหลืองเป็นใบเขียว ซึ่งมีราคาที่ต้องจ่าย และด้วยการเกิดขึ้นขององค์กรอิสระมีผลต่อการเมืองในระบอบประชาธิปไตย คือเรื่องการตรวจสอบที่เข้มข้นเพื่อให้ประสิทธิภาพการปกครองนี้สมบูรณ์ อำนาจอธิปไตย 3 อำนาจ สถาบันเดียวที่มั่นคงตลอดคือตุลาการ แม้จะมีการยึดอำนาจแต่ก็ไม่สามารถก้าวล่วงการทำงานของตุลาการได้เลย ดังนั้น ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร อำนาจตุลาการก็ยังคงความเข้มข้น ทั้งศักยภาพและบทบาทหน้าที่ไว้อย่างน่าชื่นชม

Advertisement

นายชวน กล่าวว่า เมื่อองค์กรอิสระเกิดขึ้นอำนาจการตัดสินก็เปลี่ยนแปลงไปในบางเรื่อง การตัดสินบางอย่างจบลงที่องค์กรเหล่านี้ ยกเว้นบางกรณีที่จะต้องส่งศาลเป็นผู้วินิจฉัย แต่จุดเริ่มต้นของการสืบสวนองค์กรอิสระจะต้องเป็นผู้สืบสวน และเมื่อตนพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว รัฐบาลใหม่เข้ามา การแทรกแซงก็เริ่มเกิดขึ้น และฝ่ายบริหารล่วงละเมิดอำนาจอธิปไตยฝ่ายตุลาการ ด้วยการฆ่าตัดตอน คือฝ่ายบริหารเข้าไปตัดสินคดีความแทนตุลาการคือการส่งตำรวจไปฆ่าตัดตอนคนร้ายที่ภาคใต้

นายชวน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยเงื่อนไขขององค์กรอิสระก็มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่กลับมาเลวร้ายเนื่องจากการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง และวันนี้ก็กำลังจะกลายเป็นโจทก์ เช่น การพิจารณางบประมาณปี 2570 จึงมีการคัดค้านไม่ให้จัดงบประมาณให้กับ กกต. เพราะองค์กรอิสระต้องเพิ่มคนอีกหลายพันคน ล้วนเป็นต้นทุนที่เพิ่มภาระกับภาษีของรัฐ ดังนั้นองค์กรเหล่านี้จึงเป็นภาระที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ถ้าองค์กรเหล่านี้ไม่ทำหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ที่ให้เป็นองค์กรสำหรับการเสริมสร้างระบบประชาธิปไตยให้มีประสิทธิภาพ องค์กรเหล่านี้ก็จะล้มเหลว การแทรกแซงของฝ่ายการเมืองขณะนี้รุนแรงจนน่าตกใจ มีคดีเกิดขึ้นหลายเรื่อง

“ท่านจะเอาประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือ แต่หนี้บุญคุณที่นักการเมืองทำไว้ ทำให้องค์กรเหล่านี้ผมเชื่อว่าลังเลใจ ลำบากใจ เพราะครั้นจะไม่ปฏิบัติตามก็ถูกกดดัน การแทรกแซงไม่ใช่เฉพาะในองค์กรอิสระ ความจริงแล้วทุกองค์กรส่งคนตัวเองเข้าไปอยู่หมด ทั้งหมดเป็นการเข้าไปยึดครองอย่างน่าตกใจ และแน่นอนการแต่งตั้งข้าราชการก็เพื่อไม่ใช่ระบบรัฐสภา เป็นระบบประธานาธิบดี คือตั้งตามอำเภอใจและอยู่นาน“ นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวว่า โดยสรุปการเมืองในระบบประชาธิปไตยที่มีองค์กรอิสระ เป็นไปในทางบวกมาโดยตลอด การตรวจสอบเข้มข้นดีขึ้นแบ่งเบาภาระของศาลยุติธรรมไปได้มาก แต่ในที่สุดการเมืองที่มีธุรกิจการเมืองเข้ามาแทรกแซง คนเหล่านี้เป็นนักการเมืองที่มองเส้นทางการเมืองเป็นธุรกิจลงทุน ซื้อสส. ซื้อเสียง และหักกำไร ดังนั้น ทุกเรื่องจึงมีประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้าการเมืองในระบบที่มีองค์กรอิสระ ไม่สามารถตรวจสอบได้ องค์กรอิสระที่ใช้งบประมาณปีละกว่า 20,000 ล้านบาท และงานที่ทำอยู่ตอบสนองต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าเราจะคุ้มครองปกป้องระบอบนี้ไว้ เราก็ต้องทำให้การปกครองนี้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง นั่นคือผู้บริหารต้องยึดมั่น ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ดังนั้น องค์กรอิสระจะประสบความสำเร็จได้จริงต้องยึดหลักความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และยึดมั่นตามหลักธรรมาภิบาลเที่ยงตรง โดยไม่ไปเกรงใจใคร เพราะรู้ว่าความเกรงใจ ที่ทำให้กกต. ชุดหนึ่งต้องลงเอยอย่างน่าเสียดาย สังคมไทยต้องมีข้อไม่เกรงใจรวมอยู่ด้วยเพื่อบ้านเมือง องค์กรอิสระต้องตอบแทนบุญคุณด้วยวิธีอื่น อย่าเอาประโยชน์ของชาติไปตอบแทนบุญคุณ ถึงท่านได้เป็นเพราะของช่วยก็ตาม แต่บัดนี้ท่านได้เป็นก็ต้องทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ต้องยึดหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าองค์กรอิสระ เป็นประโยชน์ต่อการปกครองได้อย่างแท้จริง