หน้าแรก การเมือง ปชป. จี้ รื้อ...

ปชป. จี้ รื้อเกณฑ์เว้นภาษี ซัด รบ. ปล่อย BOI ตั้งรับทุนข้ามชาติ หวั่น กลายเป็นศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ

12.09.26 | 16:29 น.

ปชป. ซัด รัฐบาล ปล่อย BOI “ศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ” นักลงทุนได้ยกเว้นภาษี แต่คนไทยเสียภาษี-น้ำ-ไฟ ไร้งาน-ไร้เทคโนโลยี แนะรื้อใหญ่เกณฑ์เว้นภาษี ดึง 5 มิติแลกเปลี่ยนประโยชน์ประเทศ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงทิศทางการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยระบุว่า ในอดีตประเทศไทยเติบโตมาจากการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคแรก แม้ไทยจะยอมสูญเสียรายได้ภาษีหลักหมื่นถึงแสนล้านบาท แต่เป็นการแลกกับการดึงดูดค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เข้ามาสร้างงาน กระตุ้นการใช้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ส่งผลให้เกิดการซื้อชิ้นส่วน ล้อ เพลา และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในประเทศ จนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตทั้งระบบ


นายพงศกร กล่าวว่า แต่การลงทุนในยุคปัจจุบันกลับเปลี่ยนไป BOI ในปัจจุบันถูกนำไปใช้ในลักษณะที่เรียกว่า “BOI 0 เหรียญ” ซึ่งคนไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ยกตัวอย่าง 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ
1.Data Center ซึ่งแทบไม่มีการจ้างงานคนไทย แต่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลยาวนาน 5-8 ปี แถมยังได้สิทธิเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ทำให้ไม่มีการซื้อวัสดุอุปกรณ์หรืออิฐ ดิน ปูน ในประเทศ รวมถึงแรงงานและผู้เชี่ยวชาญยังนำเข้ามาจากต่างประเทศผ่านสิทธิพิเศษทางวีซ่า สิ่งที่ประเทศไทยได้เหลือเพียงน้ำเสียและความร้อน แต่เงินลงทุนและกำไรกลับถูกส่งออกทั้งหมด

2. อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โรงงาน EV ยุคใหม่ใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติเป็นหลัก มีการจ้างงานแรงงานไทยน้อยมากเมื่อเทียบกับโรงงานประกอบรถยนต์ในอดีต อีกทั้งเครื่องจักรยังได้รับยกเว้นภาษีนำเข้า สุดท้ายเมื่อเกิดกำไรก็ถูกส่งกลับต่างประเทศเช่นกัน

Advertisement

 

3.อุตสาหกรรมพลังงาน (โซลาร์ฟาร์ม) เป็นการลงทุนที่ไม่เกิดการจ้างงาน นอกจากช่างควบคุมระบบเพียงไม่กี่คน เพียงแค่นำแผงโซลาร์มาวางบนที่ดินไทย แล้วผลิตไฟฟ้าขายให้คนไทยนำกำไรส่งกลับต่างประเทศ

“วันนี้ BOI ต้องออกมาทบทวนว่า การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ไม่ใช่ว่าเราไม่เสียอะไร คนไทยต้องเสียโอกาส เสียรายได้ เสียน้ำ เสียไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานให้เขา แต่เขากลับไม่ต้องจ่ายภาษีคืนให้เราเลย BOI ต้องเลิกวัดความสำเร็จของการลงทุนเพียงแค่ตัวเลขเม็ดเงินที่ไหลเข้าประเทศอย่างเดียว เพราะเม็ดเงินเหล่านั้นไม่ได้สร้างประโยชน์จริงให้คนไทย” นายพงศกร กล่าว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า พรรคเสนอให้ BOI กำหนดเกณฑ์พิจารณาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่ใน 5 มิติหลัก
1.การสร้างงาน ต้องระบุให้ชัดว่าสร้างงานให้แรงงานไทยมากน้อยเพียงใด
2.การถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องทำให้คนไทยเก่งขึ้นและมีศักยภาพเพิ่มขึ้นจริง
3.การสนับสนุน Supply Chain ในประเทศ ต้องบังคับซื้อวัตถุดิบ หิน อิฐ ดิน ทราย หรือเหล็กในประเทศ
4.ผลตอบแทนทางภาษี ไม่ต้องกังวลว่าหากไม่เว้นภาษีแล้วเขาจะไม่มาลงทุน เพราะหากเขาเข้ามาแล้วไทยไม่ได้ทั้งภาษี งาน หรือเทคโนโลยี ก็ไม่มีความจำเป็นต้องง้อ
5.การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องคำนึงถึงกากอุตสาหกรรม มลพิษ และการใช้น้ำใช้ไฟในประเทศ

นอกจากนี้ นายพงศกร ยังชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนสำคัญในระบบราชการไทยว่า แม้โครงการอย่างโรงงาน EV จะมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้สัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบหรือบังคับใช้อย่างจริงจัง ลำพัง BOI เองก็ไม่มีกำลังคนหรือศักยภาพในการตรวจสอบ เพราะโครงสร้างองค์กรถูกออกแบบมาเพื่ออนุมัติ ไม่ใช่ตรวจสอบ เมื่อผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ก็ไม่มีใครกล้ายกเลิกสิทธิประโยชน์

“วันนี้ BOI ควรเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทย ไม่ใช่เครื่องมือเพื่อสร้างมูลค่าให้กับที่ดินของนายทุนบางคน โดยที่กำไรทั้งหมดถูกส่งไปประเทศอื่น เราต้องเลิกให้สิทธิพิเศษทางภาษีโดยที่คนไทยไม่ได้อะไรเลย เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือ เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค ไม่ใช่ศูนย์กลางการลงทุน 0 เหรียญของภูมิภาค” นายพงศกร กล่าว