‘พ.ต.อ.ทวี’ ล่องใต้หนุนการศึกษา รร.ธรรมวิทยาสาขา 2 สงขลา – อดีต ปธ.ทนายนาทวี โผล่ชื่นชมจุดยืนซัด ‘ฮั้ว สว.-เขากระโดง’
เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมการกุศลหารายได้ก่อสร้างอาคารเรียนและมัสยิดของโรงเรียนธรรมวิทยา สาขา 2 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พ.ต.อ.ทวี ได้เดินพบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมงาน ท่ามกลางเต็นท์กิจกรรมและร้านค้าต่างๆ ภายในบริเวณโรงเรียน โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้ามาให้กำลังใจ ทักทาย และขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีคณะผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายยูไมยิล หมานหวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมวิทยา จังหวัดสงขลา, นางมีนา หมะเห ผู้จัดการโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา, อาจารย์รอซี เบ็ญสุหลง ผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมวิทยาจังหวัดยะลา, อุสตาซอับดุลรอห์มาน ตูปะ ผู้จัดการโรงเรียนธรรมวิทยา จังหวัดยะลา และ ดร.นัสรูดิน กะจิ ผู้จัดการโรงเรียนรุ่งโรจน์วิทยา
นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของนายสะแปอิง บาซอ หรือ อุซตาซชาฟีอีย์ เบ็ญ อับดุลเราะฮฺมาน อดีตครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมให้การต้อนรับด้วย

พ.ต.อ.ทวี กล่าวสั้นๆ ถึงการมาร่วมงานครั้งนี้ว่า “ถือว่าเป็นแหล่งทำประโยชน์ให้ประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ด้านนายยูไมยิล หมานหวัง ผอ.รร.ธรรมวิทยา จังหวัดสงขลา ได้กล่าวขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี ที่มาให้กำลังใจและสนับสนุนกิจกรรมมาตลอด ที่สำคัญคือการให้ความสำคัญกับการศึกษา
ขณะเดียวกันระหว่างที่ พ.ต.อ.ทวี เดินพบปะประชาชนนั้น นายธีรพงศ์ ดนสวี กรรมการผู้จัดการ ทีเอ็นลอว์ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา และอดีตประธานสภาทนายความจังหวัดนาทวี พร้อมคณะ ได้เดินเข้ามาสวัสดีและขอถ่ายรูป พร้อมกล่าวชื่นชมการทำงานและจุดยืนทางการเมืองของ พ.ต.อ.ทวี อย่างน่าสนใจ
นายธีรพงศ์ เปิดเผยว่า ตนได้ติดตามข่าวสารการเมืองมาโดยตลอด โดยเฉพาะประเด็นสำคัญในปัจจุบัน 3 เรื่องหลัก คือ คดีฮั้ว สว., คดีเขากระโดง และคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน จากการติดตามบทบาทของนักการเมือง พบว่า พ.ต.อ.ทวี เป็นผู้ที่มีจุดยืนชัดเจน มองถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้มองแค่ผลประโยชน์ทางการเมือง

“สิ่งที่ท่านพูด ไม่ว่าจะในสื่อหรือการอภิปรายในสภาฯ เป็นคำพูดที่มาจากความจริงใจ สอดคล้องกับสิ่งที่ประชาชนกำลังติดตาม ในฐานะที่พรรคประชาชาติเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การจะออกมาแสดงความเห็นหรือตรวจสอบการบริหารประเทศของรัฐบาลค่อนข้างจะยาก แต่ท่านมีจุดยืนของท่านเองที่กล้าพูดความจริง เพราะหากไม่มีนักการเมืองกล้าพูด เรื่องก็คงเงียบหายไป ซึ่งนั่นคือการทำลายประเทศชาติ” นายธีรพงศ์ กล่าว

อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดนาทวี ยังได้วิเคราะห์ในฐานะนักกฎหมายถึงความน่ากังวลในคดีฮั้ว สว. ว่า เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะ สว. จะต้องเข้าไปทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย และที่สำคัญที่สุดคือเป็นผู้สรรหาองค์กรอิสระ ทั้ง กกต., ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ หากได้ สว. ที่มาจากการฮั้วหรือไม่ชอบธรรม ก็จะเข้าไปโหวตเลือกบุคคลที่เป็นคนของกลุ่มตนเองเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและจะนำไปสู่การทุจริตในคดีต่างๆ โดยที่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ พร้อมระบุว่าขณะนี้ผู้สมัคร สว. บางส่วนถูก กกต. ดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาแล้วว่ามีความผิดจริง สอดคล้องกับเสียงสะท้อนจากนักวิชาการ อดีตตุลาการ และนักกฎหมายหลายท่านที่ออกมาพูดในทิศทางเดียวกันว่ามีการฮั้ว สว. เกิดขึ้น

“ชื่นชมท่านตั้งแต่ DSI ทำหน้าที่ตรวจสอบการเชื่อมโยงต่างๆ อย่างชัดเจน ท่านเดินหน้าทำเต็มที่เพื่อความถูกต้องของประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ขอเป็นกำลังใจให้ท่านทำหน้าที่และมีจุดยืนที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่พรรคหรือพวกพ้อง”
นายธีรพงศ์ ยังได้กล่าวถึงคดีเขากระโดงว่า ตนติดตามตั้งแต่ พ.ต.อ.ทวี อภิปรายในสภาฯ เรื่องนี้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน เพราะที่ดินดังกล่าวศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ยังไม่สามารถทำอะไรได้ แตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาที่ทำกินในที่ดินมาหลายชั่วคน แต่กลับถูกจับดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวน ต้องติดคุกและเสียค่าปรับเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ นายธีรพงศ์ ยังได้กล่าวย้อนไปถึงความประทับใจในตัว พ.ต.อ.ทวี ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. ว่าเป็นผู้ที่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุด และเคยรับฟังข้อเสนอของตนในสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาทนายความจังหวัดนาทวี เรื่องการจัดหาทนายความอาสาไปนั่งประจำที่ว่าการอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ไม่กล้าเข้าโรงพักสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี ได้ให้ความสนใจและรับเรื่องไปพิจารณา
“ผมเชื่อมั่นว่าชาวบ้านในพื้นที่ติดตามและเห็นอยู่ว่าสิ่งที่ท่านทวีทำนั้นถูกต้องและเป็นประโยชน์กับประชาชน ขอเป็นกำลังใจให้ท่านยืนหยัดในจุดยืนแบบนี้ต่อไปเพื่อชาวบ้านจริงๆ” นายธีรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย




