‘จุลพันธ์’ ลั่น ‘อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้’ รอคำวินิจฉัยก่อน ย้ำเพื่อไทยไม่หวั่นผลคดีฮั้ว สว.

14.09.26 | 12:11 น.

‘จุลพันธ์’ ลั่น ‘อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้’ รอคำวินิจฉัยก่อน ย้ำเพื่อไทยไม่หวั่นผลคดีฮั้ว สว.

จากกรณีที่พรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนต่อกรณีคดีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว ส.ว. โดยเฉพาะก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการพิจารณาและแถลงมติในวันที่ 14 กันยายน 2569 หลังคดีดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 ราย และมีการเรียกร้องให้ส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายมีความผิดหรือบริสุทธิ์นั้น


ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันเรื่องดังกล่าวไปจนสุดทางแล้ว และขณะนี้กระบวนการอยู่ในมือขององค์กรอิสระ จึงควรรอให้มีความชัดเจนจากกระบวนการดังกล่าวก่อน

“ซึ่งจริงๆ ก็รอไม่นาน ไม่ต้องใจร้อน เพราะว่าวันนี้ (14 ก.ย.) ได้ยินว่าจะมีวินิจฉัยออกมาในระดับหนึ่ง เราค่อยมาดูหลังจากมีคำวินิจฉัยก่อน แล้วค่อยดำเนินการต่อไป อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ อย่าเพิ่งไปสรุปอะไรล่วงหน้า รอให้มีความชัดเจนในขั้นตอนนี้ หลังจากนั้นค่อยมาคุยกัน” นายจุลพันธ์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและประเด็นการได้มาซึ่ง ส.ว. จะเป็นปัจจัยเขย่าเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ฝ่ายการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายสีเขียว เริ่มออกมามีบทบาทในประเด็นดังกล่าว และจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่กังวล ต้องปล่อยให้องค์กรอิสระสามารถมีความเป็นอิสระจริงๆ ไม่ใช่ว่าเราอยากได้อย่างไรแล้วเราไปกดดันให้เป็นแบบนั้น เพราะกระบวนการทั้งหมดสุดท้ายอยู่ที่พยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม

Advertisement

“เพราะฉะนั้น ไม่มีใครไปปรับเปลี่ยนแก้ไขผลลัพธ์ได้ มันมีผลของมันอยู่ รอติดตาม” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของเสถียรภาพภายในรัฐบาล พรรคการเมืองที่ร่วมกันเป็นรัฐบาลไม่ได้มีความสั่นไหวหรือความห่วงกังวลใดๆ และทุกฝ่ายยังคงมุ่งมั่นในการทำงาน และส่วนของเสถียรภาพจากภายนอก รัฐบาลมีหน้าที่ต้องเร่งทำงานและพิสูจน์ตนเอง เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนให้มากที่สุด

”แน่นอนว่าอาจมีข้อห่วงหรือข้อกังวลเกิดขึ้น แต่กลไกในระบอบประชาธิปไตยมีช่องทางในการตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งกลไกของรัฐสภาและกลไกการตรวจสอบจากองค์กรต่างๆ โดยรัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการตรวจสอบ และเมื่อมีกลไกจากมิติอื่นเข้ามาตรวจสอบ ก็เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่จะต้องตอบข้อสงสัยของสื่อมวลชน สภา และประชาชน ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน“ นายจุลพันธ์กล่าว

เมื่อถามต่อว่า รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยได้เตรียมแผนรองรับไว้หรือไม่ หากผลการพิจารณาคดีออกมาในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่มี พร้อมยืนยันว่า มีความมั่นใจต่อการทำหน้าที่ และไม่ได้มีความห่วงกังวลใดๆ โดยจะเดินหน้าทำงานต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ไม่กังวลใช่หรือไม่ หากผลการพิจารณาในช่วงเย็นวันนี้ออกมาแล้วอาจส่งผลกระทบต่อพรรค นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้มีความห่วงกังวล เพราะพรรคเพื่อไทยผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาเป็นจำนวนมาก และได้พูดคุยกับหลายฝ่าย จึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่เดินไปถึงทางตันทางการเมือง

”พรรคเพื่อไทยผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาหลายรูปแบบ ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ทั้งกระบวนการที่เรียกว่าตุลาการภิวัตน์ การปฏิวัติรัฐประหาร รวมถึงการตัดสิทธิบุคลากรของพรรค โดยพรรคผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าตามกติกา และยอมรับผลที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าพรรคเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ภายใต้กติกา และพร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป“ นายจุลพันธ์กล่าว