อว.-แรงงาน จับมือปั้นกำลังคนเซมิคอนดักเตอร์ 1 หมื่นคนใน 5 ปี ดันไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ทึ่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดตัวความร่วมมือการพัฒนากำลังคน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงแรงงาน (รง.) ตั้งเป้าผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงจำนวน 10,000 คน ภายใน 5 ปี ในงาน Silicon Synergy 2026
โดยมีพิธีลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีนายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน ร่วมลงนาม ขณะที่มีรองนายกฯ และ รมว.อว. และรมว.รง.เป็นสักขีพยาน

นายยศชนัน กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง เนื่องจากไทยไม่สามารถแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงานแบบเดิมได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนา (R&D) มาใช้ควบคู่กับการยกระดับทักษะกำลังแรงงาน โดยการบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะเป็นกลไกหลักในการพัฒนาและยกระดับทักษะกำลังแรงงาน ขณะที่กระทรวง อว. จะสนับสนุนองค์ความรู้ หลักสูตร เทคโนโลยี และเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อร่วมกันผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการผลิตชิป แต่ยังครอบคลุมอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่ เช่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากประเทศไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างครบวงจร จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้ ขณะเดียวกัน ไทยยังผลักดันแนวคิด “ASEAN CHIP Act” เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของภูมิภาคอาเซียนเข้าด้วยกัน โดยมุ่งใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีชิปแสง (Photonic Chip) ซึ่งมีศักยภาพในการสื่อสารและประมวลผลข้อมูลความเร็วสูง เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ (Next-Gen Data Center) และต่อยอดสู่เทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต
“การผนึกกำลังกันในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงวาระของสองกระทรวง แต่เป็นวาระสำคัญของประเทศที่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องร่วมกันลงทุนพัฒนาคนในด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นชิปพาวเวอร์ ไบโอเซนเซอร์ ชิปแสง ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพ็กเกจชิปขั้นสูง (Advanced Packaging) เพื่อรักษาฐานอุตสาหกรรมเดิม สร้างความเชื่อมั่นให้กับแรงงานไทย และร่วมกันผลิตกำลังคนคุณภาพสูง อันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป” นายยศชนัน กล่าว

ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเจตนารมณ์และแสดงพลังความร่วมมือของทั้งสองกระทรวง ในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษา หน่วยงานพัฒนาฝีมือแรงงาน และผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนให้รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย
ภายในงานยังมีการจัดสัมมนา “ถอดรหัสความต้องการ ขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดแรงงาน คาดการณ์ทิศทางเทคโนโลยี และโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการจัดทำแผนพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยกำหนดเป้าหมายดำเนินการภายในระยะเวลา 5 ปี จำนวน 10,000 คน

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังแรงงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีแผนดำเนิน “โครงการยกระดับศักยภาพแรงงานรองรับเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ” จำนวน 1,000 คน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากำลังแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยต่อไป






