มติกกต.คดีฮั้วเลือกส.ว. 21 ภูมิใจไทยรอด ไม่เชื่อปมช่วย-ยินยอม มติให้ส่งศาลฎีกา 77คน 26 ส.ว.ระทึก-หยุดปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงผลการพิจารณาสำนวนคดีทุจริตเลือก ส.ว.
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า วันนี้กกต.พิจารณาลงมติสำนวนการไต่สวนการเลือกส.ว. โดยได้สรุปขั้นตอนความเป็นมาและไทม์ไลน์การเลือกตั้งและรับรองผลการเลือกตั้งส.ว. กกต.พิจารณาคัดค้าน 610 เรื่อง วินิจฉัยแล้ว 593 เรื่อง เหลือ 17 เรื่อง และมีมติดำเนินคดีอาญาผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติต้องห้าม 1,076 ราย กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 พิจารณา โดยมีผู้ถูกร้อง 427 คน ไม่ใช่ 229 คน ส่วนกรณีที่มีคณะวินิจฉัยชี้ขาดที่ 36 ในความเห็นแต่ละชั้น การพิจารณาสำนวนสามารถแตกต่างกันได้ ไม่เป็นข้อผูกพันกับ กกต. จะต้องมีความเห็นตามชั้นใดชั้นหนึ่ง เป็นแค่ข้อมูลประกอบเท่านั้น ในสำนวนนี้มีผู้ถูกร้อง 427 คน มีข้อกล่าวหา 7 ข้อ จึงจำเป็นต้องมีคณะชุดที่ 36 สำนวนมีเอกสาร 75,722 หน้า กกต.ใช้เวลาพิจารณาสำนวน 11 ครั้ง ทั้งนี้ 7 ข้อกล่าวหาประกอบด้วย 1. มาตรา 76 วรรคหนึ่ง ว่าด้วยกรรมการบริหารพรรคการเมือง ส.ส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำการช่วยเหลือผู้สมัคร จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 21 คน กกต. มีมติไม่สั่งฟ้องผู้ใดไปยังศาลฎีกา
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า 2. มาตรา 76 วรรคสอง ว่าด้วยผู้สมัครยินยอมให้นักการเมืองช่วยเหลือให้ได้เป็น ส.ว. จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 140 คน กกต. มีมติไม่สั่งฟ้องผู้ใดไปยังศาลฎีกา 3. มาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 ว่าด้วยการแนะนำตัวไม่เป็นไปเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 175 คน กกต. มีมติสั่งฟ้อง ส.ว.ชุดปัจจุบัน 26 คน เป็นผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. 1 คน และบุคคลอื่น จำนวน 15 คน โดยไม่สั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคการเมืองผู้ใด รวม 42 คน สำหรับข้อกล่าวหาที่ 4-7 คือ มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (1) ว่าด้วยการให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์, มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (3) ว่าด้วยการรับจะจัดเลี้ยง, มาตรา 79 ว่าด้วยการเรียกรับผลประโยชน์ และมาตรา 81 ว่าด้วยการเรียกรับผลประโยชน์สำหรับตนเอง กกต. มีมติสั่งฟ้อง ส.ว. ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน รวม 77 คน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากกกต.มีมติแล้วส่งผู้ถูกกล่าวหาในคำร้องเลือกส.ว.ไปยังศาลฎีกาว่า เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 226 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขั้นตอนต่อไปมีดังนี้ 1. กกต.จะจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนการเลือก ส.ว.ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน 2.ยื่นคำฟ้องต่อศาลฎีกาภายใน 60 วัน 3.เมื่อศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว กรณีผู้ที่ถูกร้องเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา 4.เมื่อศาลฎีกา มีคำพิพากษาว่ามีการกระทำผิดจริง ส.ว. ผู้นั้นจะสิ้นสุดสมาชิกภาพลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยในกรณีที่ตำแหน่ง ส.ว. กลุ่มใดมีไม่ครบจำนวน ไม่ว่าเพราะเหตุตำแหน่งว่างลง หรือด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภา ให้ประธานวุฒิสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลื่อนบุคคลในบัญชีสํารอง ของกลุ่มนั้นขึ้นดำรงตำแหน่ง ส.ว. แทนตามลำดับ และให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุ ของวุฒิสภาที่เหลืออยู่



