อัครเดช ซัดเท้ง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ออกโรงป้องไอซ์ จวกอย่าเอาเสรีภาพมาอ้างกลบข่าวเท็จ
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ตอบโต้โฆษกรัฐบาลเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากกรณีแชร์สลิปการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องสินบนว่า รู้สึกไม่คาดคิดว่าหัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมาก จะออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะปกป้องลูกพรรค แทนที่จะทำหน้าที่ตักเตือนและอบรมให้สมาชิกพรรคเคารพกฎหมาย และรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
นายอัครเดช กล่าวว่า สิ่งที่หัวหน้าพรรคควรทำ คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหากพบว่าลูกพรรคกระทำไม่เหมาะสม ก็ควรตักเตือนให้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงออกมาขอโทษนายกรัฐมนตรีและประชาชน หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แต่กลับเลือกออกมาปกป้องด้วยการอ้างว่าบุคคลสาธารณะต้องยอมรับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ ซึ่งเป็นการนำคนละเรื่องมาเชื่อมโยงกัน
“ผมอยากถามคุณเท้งว่า ถ้าวันหนึ่งมีคนเอาข้อมูลเท็จมากล่าวหาคุณเท้งเองว่าไปรับสินบน แล้วมีคนแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง คุณเท้งจะยังมองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตหรือไม่ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์กับการนำข้อมูลเท็จมาโจมตีเป็นคนละเรื่องกัน เสรีภาพในการวิจารณ์ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครก็ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเพื่อทำลายชื่อเสียงของคนอื่น” นายอัครเดช กล่าว
นายอัครเดช กล่าวต่อว่า การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง มีเหตุผล และคำนึงถึงความถูกต้อง ไม่ใช่วิจารณ์โดยปราศจากสติหรือขาดเหตุผล มุ่งแต่จะโจมตีนายกรัฐมนตรีโดยไม่สนใจว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงหรือเท็จ
“การที่คุณเท้งออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้ ผมมองว่าเป็นการเห็นกงจักรเป็นดอกบัว แทนที่จะชี้ให้เห็นว่าอะไรถูกอะไรผิด กลับกลายเป็นการปกป้องการกระทำของลูกพรรคเสียเอง หัวหน้าพรรคการเมืองควรเป็นคนวางมาตรฐานและตักเตือนสมาชิกพรรคเมื่อทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช่ออกมาปกป้องจนประชาชนเกิดความสับสนว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง และอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อนักการเมืองได้” นายอัครเดช กล่าว
นายอัครเดช ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีเคยแสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่าพร้อมรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตและสุภาพ เพราะเข้าใจดีว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฐานะบุคคลสาธารณะย่อมต้องถูกตรวจสอบจากสังคม แต่การตรวจสอบกับการนำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่เพื่อกล่าวหาให้ร้ายเป็นคนละเรื่องกัน และไม่ควรนำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อปกป้องการกระทำที่อาจละเมิดสิทธิของผู้อื่น และเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ว่าคนที่ถูกกระทำจะเป็นบุคคลสาธารณะ นักการเมือง หรือประชาชนธรรมดา ก็ไม่มีใครควรต้องตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม การสร้างเรื่องเท็จขึ้นมาโจมตีหรือแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรยอมรับ เพราะหากปล่อยให้ทำกันได้ ต่อไปใครก็อาจถูกใส่ร้ายได้โดยไม่มีใครรับผิดชอบ และท้ายที่สุดจะทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่นและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้ยาก



