หน้าแรก ประชาชื่น สง่า เรืองวัฒ...

สง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ‘ขอผู้ว่าฯกทม.คนใหม่สร้างตำนาน’

28.06.26 | 12:45 น.

สง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ‘ขอผู้ว่าฯกทม.คนใหม่สร้างตำนาน’

“ผมไปใช้สิทธิทุกครั้ง ต้องรักษาสิทธิ”

คือคำตอบเรียบง่าย ทว่า หนักแน่นจากปากคำของ สง่า เรืองวัฒนกุล ซึ่งนอกจากดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสารแล้วยังเป็นประชากรกรุงเทพมหานครเต็มตัว พื้นเพเป็น ‘ชาวฝั่งธนฯ’ คนคลองสาน ปัจจุบันพำนักใจกลางความทันสมัยของเมืองฟ้าอมร ในย่านสุขุมวิท ตามทะเบียนบ้านในเขตวัฒนา

เลือกตั้งครั้งแรกในสมัย พลตรีจำลอง ศรีเมืองชนะเลือกตั้ง นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ

ผ่านพ่อเมืองมากมาย ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียน จนมาถึงผู้ว่าฯกทม. คนที่ 18 ที่จะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในค่ำคืนนี้ 28 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ราว 2 ทุ่มตรง

Advertisement

“ท่านจำลอง ศรีเมือง ภาพลักษณ์ ธัมมะ ธัมโม บริหารจัดการโปร่งใส ช่วงเวลานั้นผมว่าคนไทยต้องการความโปร่งใส ต่อต้านทุจริตอะไรก็ว่ากันไป มีจิตสำนึกที่ดีในการปลูกฝังให้คนมีความซื่อตรง แต่ที่ผ่านมาจนถึงช่วงเวลานี้ ผมไม่เห็นมีความโปร่งใสเท่าไหร่เลย (หัวเราะ)” สง่าย้อนความทรงจำ

ทั้งความเป็นคนกรุงเทพฯ ตัวจริง เสียงจริง อยู่อาศัย เติบโต ใช้ชีวิต

ทั้งในฐานะผู้ประกอบธุรกิจในแหล่งสำคัญอย่างถนนข้าวสาร ย่านพระนคร

หนึ่งในศูนย์รวมความหลากหลายทั้งในแง่บวกและลบ

สีสันจัดจ้าน เสียงเพลงเร้าใจ เม็ดเงินสะพัดจากนักท่องเที่ยวไทย-เทศ

ปัญหาเชิงเศรษฐกิจ กฎหมายที่ไม่ส่งเสริมผู้ประกอบการเท่าที่ควรจะเป็น มลภาวะ ขยะ ความ (ไม่) สะอาด และอีกมากมาย ยังเป็นปัญหาที่ผู้ว่าฯกทม.ทุกยุคสมัยพยายามแก้ แต่ยังไม่เคลียร์คัต

“ผมว่า 40 ปีมานี้ข้าวสารค่อยๆ บูมขึ้น ต้องบอกว่าชื่อเสียงก็ดีขึ้นเรื่อยๆ หมายความว่านักท่องเที่ยวรู้จักมากขึ้น วันที่ภาพยนตร์เรื่องเดอะบีชมาใช้โมเดลตรงนี้ แม้ไปถ่ายทำที่อื่น แต่ก็ทำให้คนรู้จักถนนข้าวสารเยอะขึ้น

เสน่ห์คือความเป็นเขตพระนคร ความเป็นย่านเมืองเก่า เป็น Chic Old Town ยังมีตรอกซอกซอยเล็กๆ ทะลุกันไปหมด ถ้าเราสามารถทำตรอกซอยซอกให้สวยงาม ให้สะอาด มันจะดีขึ้น ไม่ควรให้คนเห็นหนูวิ่งไปวิ่งมา” นายกถนนข้าวสารเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

ปีใหม่ เคาต์ดาวน์ สงกรานต์ โควิด ถนนข้าวสารใกล้ชิดกับหน่วยงานของกรุงเทพมหานครเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ว่าฯ ผอ.เขต เทศกิจ โยธาฯ รถขยะ พนักงานกวาด และอีกมากมาย ลงพื้นที่เช็กความปลอดภัย ดูแลความสะอาด จัดเต็มบิ๊กคลีนนิ่ง

จึงนับว่าเป็นอีกพื้นที่ที่ทั้งคลุกคลีและเป็นภาพแทนของความเป็นเมืองหลวงที่ประกอบสร้างด้วยหลากสรรพสิ่ง

ในวัย 60 ปี ยังคาดหวังกรุงเทพฯที่ดีขึ้น

“กทม.เป็นเมืองเดียวในประเทศที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ เป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ ควรให้อำนาจผู้ว่าฯในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครให้ดี ให้สามารถเป็นโมเดลในการขยายไปเมืองอื่นๆ แต่เราผ่านผู้ว่าฯกทม.มามากมาย ผมยังไม่เห็นโมเดลที่ดีที่จะนำไปช่วยพัฒนาต่างจังหวัดให้เป็นตัวอย่าง เป็นแบบอย่างจริงๆ จังๆ ผมยังมองไม่เห็นเลย” สง่าเอ่ยในร้านดังระดับตำนานของถนนข้าวสาร

พร้อมย้ำชัดหลายต่อหลายครั้งว่า อยากให้ผู้ว่าฯคนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นใคร ขอให้ ‘สร้างตำนาน’

●จากประสบการณ์ที่ผ่านผู้ว่าฯมาหลายยุค มองสไตล์การทำงานของแต่ละท่าน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

แน่นอนว่าแต่ละคนแต่ละสไตล์ บางคนมาจากพรรคการเมือง บางคนอิสระ ซึ่งการบริหารจัดการมันมีความซับซ้อนแตกต่างกันออกไป

สำหรับท่านจำลอง ศรีเมือง ความทรงจำที่มีต่อท่านคือความซื่อตรง ซื่อสัตย์ ประหยัด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ใครๆ ก็พูดเรื่องดื่มไวน์ จริงไหมล่ะ (หัวเราะ )ส่วนหนึ่งสื่อบอกว่าเราควรจะจำแบบไหน ท่านสมัคร สุนทรเวช ผมว่าจริงๆ ท่านก็ดี แต่ยังไม่ทันยุคทันสมัย ท่านยังปรับไม่ทันกับสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เพราะฉะนั้น ผู้ว่าฯต้องตามให้ทัน ไม่ใช่เทรนด์นะ แต่เทคโนโลยีอะไรก็แล้วแต่ ทั้งเศรษฐกิจทั้งอะไรที่มันวิ่งไปเร็วมาก ต้องแก้ไขก่อนที่มันจะไปจบตรงนั้น ผู้ว่าฯต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะมองออก

อย่างผม ผมไม่ได้มีวิสัยทัศน์ แต่ก็ยังรู้ว่าต้องการเมืองสะอาด ทำไมบ้านอื่นทำได้ แต่บ้านเรายังทำไม่ได้ ทั้งที่อำนาจก็อยู่ที่ท่าน ผมอยากได้ผู้ว่าฯที่ใช้อำนาจให้เป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพฯ แล้วสร้างตำนานให้เป็นที่เล่าขาน

เราคุยถึงน้ำสะอาด เราก็ยังไม่เห็นน้ำสะอาดสักที เราพูดถึงน้ำท่วม น้ำก็ยังท่วมอยู่ กทม.ยังเจอปัญหาเดิมๆ กี่ปีๆ เราก็ยังติดกับดักเดิมๆ แน่นอน กทม.พัฒนาขึ้น แต่ปัญหาเดิมๆ ก็ยังอยู่ แล้วกรุงเทพฯจะน่าอยู่ได้อย่างไร

ในแต่ละยุค แต่ละสมัย ต้องบอกว่าไม่ได้เห็นอะไรที่โดดเด่นจริงๆ นะ สำหรับคนกรุงเทพฯ โอเคล่ะ อย่างที่บอกไปว่า ผู้ว่าฯแต่ละคนนโยบายก็เดิมๆ น้ำท่วม ฟุตปาธทุกวันนี้ก็ยังเป็นปัญหา ผมเข้าใจว่าก็มีความพยายามแก้ไข ซึ่งเห็นด้วยเลย

ในฐานะ 1 เสียงที่ออกไปเลือกตั้งผู้ว่าฯทุกครั้ง กรุงเทพฯควรเปลี่ยนไปได้แล้ว ควรเป็นเมืองที่เป็นตัวอย่าง คนที่เข้ามาเป็นผู้ว่าฯ ควรจะสร้างตำนานให้คนนึกถึง โอเค เราอาจจะนึกถึงท่านจำลอง แต่อาจไม่ใช่มุมของการบริหาร แต่เป็นเรื่องที่ท่านประหยัด ท่านอาบน้ำกี่ขัน

เราต้องการจดจำว่าคุณสร้างเมืองบริสุทธิ์นะ น้ำสะอาด การบริหารจัดการของผู้ประกอบการมันง่ายขึ้น ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ไม่ใช่คุณต้องไปนั่งเข้าคิว

ทุกอย่างมันต้องง่ายขึ้น มันต้องแข่งขัน ไม่แค่ประเทศไทย แต่กับต่างประเทศด้วย เราต้องการให้คนมาลงทุน แต่ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย มันก็ยังอยู่แบบเดิมๆ ยกตัวอย่าง
โยธาฯ กว่าจะขออนุญาต กว่าจะอะไร ยื่นบ่งยื่นแบบ ยังต้องมีการไล่จับทุจริต กรุงเทพมหานครคือเมืองหลวงของเรา อยากให้ผู้ว่าฯคนใหม่แก้เรื่องพวกนี้ให้หมดไปได้ไหม จะได้เป็นเมืองตัวอย่างที่เอาไปประยุกต์กับเมืองอื่นๆ แล้วคนจะได้มองเมืองไทยอีกแบบหนึ่ง

●กรุงเทพฯที่อยากเห็นในอีก 4 ปีข้างหน้า หลัง 28 มิถุนายนนี้?

วันนี้ถ้าเราไปเดินจุดต่างๆ ของบีทีเอสจะเห็นจักรยานให้เช่า แต่ผมเช่าแล้วต้องขี่บนฟุตปาธ เพราะไม่กล้าขี่บนถนน คือหลายๆ อย่างมันไม่ได้สอดคล้องกับบริบทของกรุงเทพฯ

สิ่งที่อยากเห็นวันนี้คืออากาศที่ดีขึ้น จะทำอย่างไรให้กรุงเทพฯมีอากาศที่ดี เพราะ กทม.สนับสนุนให้คนขี่จักรยาน ให้คนออกกำลังกาย แต่สิ่งที่สูดเข้าไปคือมลพิษ

ยกตัวอย่างนะ ใจกลางเมือง ในรัศมี 5 กม. ควรจะเป็นรถอีวีเท่านั้นที่เข้าไปได้ ไม่มีรถใช้น้ำมันที่เป็นมลภาวะ

แน่นอนต้องมีคนด่า คนชอบก็มี คนไม่ชอบก็มี แต่ถ้าทำแล้วมันดีกับคนที่ไปออกกำลังกาย เสียงด่ามันด่าไปเรื่อยๆ แต่เสียงชมก็จะมาเรื่อยๆ จะทำอย่างไรให้เป็นหนึ่งในโมเดล แล้วค่อยๆ ขยาย ผมว่ามันเป็นไปได้

ถ้าคุณเอาเขตเล็กๆ เขตหนึ่งเป็นโมเดลปลอดมลพิษ พอคนใช้รถอีวี เวลาเราเข้าไป โอโห! รู้สึกมลภาวะมันไม่มี เราอยากจะมาทำเขตของเราไหม มันก็จะค่อยๆ ไปทีละขั้น แต่เรายังไม่มีโมเดลนี้เลย ทำไมเราทำไม่ได้

ผมเป็นคนกรุง ต้องการอากาศบริสุทธิ์ ต้องการออกกำลังกาย ผมอยากจะไปวิ่งสวนลุม แต่รอบๆ บริเวณสวนลุมรถติด ควันทั้งนั้นเลย มันไม่ใช่

กรุงเทพฯเป็น 1 ใน 5 ของเมืองน่าเที่ยว นักท่องเที่ยวมาเยอะมาก ทำไมเราไม่ใช้โอกาสตรงนั้นทำให้มันดีขึ้น

●อำนาจของผู้ว่าฯกทม.ตามกฎหมายมีขอบเขตน้อยไปไหม คิดว่าควรได้อำนาจมากกว่านี้ ครอบคลุมกว่านี้หรือไม่ เพื่อให้บริหารจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ?

ผมเห็นด้วยเลย เพราะผู้ว่าฯถูกเลือกตั้งเข้ามา อำนาจควรอยู่ที่ผู้ว่าฯ ท่านต้องเด็ดขาด ส.ก.ต้องสนับสนุน เพราะถ้ามี CEO แล้วข้างล่างไม่ทำตาม แล้วมันจะเดินไปได้อย่างไร ถ้า CEO สามารถสั่งการแล้วตั้ง KPI แต่ละเขต ทุกคนต้องมีผลงานภายในกี่ปีๆ ไม่อย่างนั้นผมย้ายคุณหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะอำนาจอยู่ที่ท่าน ทุกคนจะได้กระตือรือร้น

หากความสามารถผู้ว่าฯล้นเหลือ แต่ยังเดินหน้าไม่ได้ ปัญหาคือข้าราชการหรือเปล่า ต้องบอกว่าตัวผมเองก็ไม่ทราบ ท่านอาจอยากทำ แต่ข้าราชการไม่เดิน จะทำอย่างไรให้ ผอ.เขต ดำเนินตามนโยบายผู้ว่าฯ

●พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 หรือ พ.ร.บ.กทม. ฉบับที่ใช้มาแล้ว 40 ปี และยังใช้ในปัจจุบัน ซึ่งหลายฝ่ายพยายามผลักดันแก้ไข เพราะมองว่า ‘ล้าหลัง’ ไปแล้ว ในฐานะผู้ประกอบการเคยได้รับผลกระทบหรือไม่?

มันล้าหลังจริงๆ เราเองก็พยายามสู้กับกฎหมายต่างๆ ที่มันล้าหลัง ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาตสถานบริการ โอ้โห! คุณห้ามขายสุราตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น ออกมาตั้งแต่ 30-40 ปี เพราะข้าราชการกินข้าวเที่ยงแล้วไม่ยอมกลับเข้าไปทำงาน มันใช่เหตุผลหรือที่จะห้ามขายบ่าย 2 ถึง 5 โมงแล้ว แล้ว 5 โมงเย็นมาขายใหม่ ตรรกะอยู่ตรงไหน เราพยายามไฝว้มาตลอด

กฎหมายอะไรที่ล้าหลังก็ควรจะเปลี่ยนได้แล้ว ใบอนุญาตต่างๆ ถ้าคุณจะเปิดร้านอาหารสัก 1 ร้าน ต้องวิ่งไปไม่รู้กี่ทบวง กรม 1.ใบอนุญาตขายอาหาร สะสมอาหาร 2.ใบอนุญาตเปิดกิจการ ขายเหล้าก็ต้องไปอีกที่หนึ่ง บุหรี่อีก โอ้โห! ไม่รู้กี่ที่

เรื่องวันสต๊อบ เราพูดกันมานาน แล้ววันนี้ไปถึงไหนกันแล้ว คุณต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ กฎหมายที่ล้าหลัง แก้ซะ ให้ทำงานได้ง่าย

ผู้ประกอบการคือคนจ่ายภาษี ถ้ามันง่าย ทุกคนก็อยากจะเข้ากระบวนการ แต่มันยากเหลือเกิน เขาก็เลยไม่เข้า แต่ไปทำอะไรที่มันผิดกระบวนท่า เลยต้องไปจ่ายนู่นจ่ายนี่

●ขออนุญาตถามตรงๆ ว่า ในยุคสมัยต่างๆ เคยโดนขูดรีดหรือต้องจ่าย ‘ส่วย’ ให้เจ้าหน้าที่ กทม.บ้างไหม?

(หัวเราะ) ผมพูดอย่างนี้ดีกว่า มันต้องไปเปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมด เราก็เข้าใจ ข้าราชการเงินเดือนเขาน้อย เขาจะอยู่อย่างไร แล้วค่าครองชีพวันนี้มันมากขนาดไหนแล้ว ถ้าจะปรับต้องปรับทั้งกระบวนการ

วันที่เริ่มต้นทำงาน ผมจำได้ว่าเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ตอนนี้ผมอายุ 60 วันนี้เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่ ก็ยังหมื่นกว่าบาท รถบีเอ็มตอนนั้น 5-6 แสน วันนี้วิ่งไป 2 ล้าน เราวิ่งไม่ทันค่าครองชีพที่มันวิ่งแซงหน้าทุกคนไป

จีนทำไมเขาทำได้ ก็ต้องไปดูว่าเขาเข้มงวดอย่างไร และรายได้ของข้าราชการแต่ละคนเป็นอย่างไร สวัสดิการเขามากน้อยขนาดไหน ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง บอกชัดเจนว่า ถ้าจะรับราชการ อย่าหวังร่ำรวย มันก็เป็นนโยบายที่ว่าจะดูแลสวัสดิการ คุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก อะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้น มันมีอะไรที่มาชดเชย

กระบวนการอะไรพวกนี้ ผมว่ากฎหมายเราเข้มงวด แต่โครงสร้างมันไม่ได้เอื้ออำนวย

อันนี้เราเห็นใจเขานะ เรื่องคอร์รัปชั่นอะไรพวกนี้ มันใช้เวลาแหละ แต่เราใช้เวลามาแล้วกี่ปี เราใช้เวลามาเยอะมาก มันถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องมาปรับโครงสร้าง และนำกฎหมายมาใช้ให้เข้มงวด

ถ้าเราจะเปรียบเทียบไซซ์เดียวกันคือ สิงคโปร์ แน่นอนทุกคนจะมองสิงคโปร์เป็นโมเดล เวลาเราพูดอะไรที่โปร่งใส เราพูดถึงสิงคโปร์ พูดถึงความสะอาดก็พูดถึงสิงคโปร์ พูดถึงรถไม่ติด ก็พูดถึงสิงคโปร์ แล้วเราทำโมเดลสิงคโปร์ให้เหมือนกรุงเทพฯไม่ได้เหรอ อันนี้ตัวหนึ่ง แต่สิ่งที่เราเห็นชัดๆ เมืองจีนที่เป็นเมืองใหญ่ ทำไมเขาทำได้ล่ะ
ถ้าบอกว่าสิงคโปร์เมืองเล็ก เขาทำได้ ทำไมเดี๋ยวนี้ปักกิ่ง มลภาวะหายไปเลย เพราะอะไร เพราะเขารู้ว่าจะต้องบังคับใช้อย่างไรต้องบังคับใช้จริงจัง

●ถนนข้าวสารในฝัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ มีหน้าตาอย่างไร มีข้อเสนอแนะให้ กทม. รวมถึงผู้ว่าฯคนต่อไปหรือไม่?

ผมพูดหลายครั้งว่าถนนข้าวสาร 400 เมตร มีนักท่องเที่ยวมาเป็นหมื่นต่อวัน เอ๊ะ! ทำไมไม่ทำบริเวณข้างๆ ให้นักท่องเที่ยวแทนที่จะเดิน 400 เมตรให้เดิน 800 เมตร เดิน 1 กิโลเมตร ให้เห็นสินค้าต่างๆ แล้วทำอย่างไรให้เขาควักเงินออกมา

เพราะฉะนั้น จาก 400 เมตร ทำทางเชื่อมไหม ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวสนุกสนานกับการเดิน เพราะมีร้านค้าต่างๆ มากมาย ทำเหมือนทางดักหนู ให้หนูเดิน Rat trap ถ้าเดินแล้วเพลินก็ควัก เหนื่อยก็นั่ง นั่งก็กิน

กรุงเทพฯสามารถทำได้ ไม่ใช่แค่ถนนข้าวสาร หลายๆ ที่ถ้าผอ.เขตมีวิสัยทัศน์

หน้าที่ของผู้ประกอบการคือดึงเงินออกจากกระเป๋า หน้าที่ของรัฐบาลคือเอานักท่องเที่ยวเข้ามา เพราะฉะนั้น ผอ.เขต ซึ่งไม่ใช่แค่เขตพระนคร แต่ผมพูดถึงทุกที่ที่มีนักท่องเที่ยว ทำอย่างไรให้เขาเดินยาวขึ้น เหมือนห้าง ทำไมถึงทำใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็เพื่อให้คนมาเดิน

ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าวันหนึ่งผมอยากทำถนนข้าวสารให้ปลอดถุงพลาสติกหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันไม่ยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม ผมทำได้ไหม ทำไม่ได้ เพราะผมเป็นเอกชน ที่ทำได้คือราชการที่บังคับ ว่าถนนข้าวสารต้องไม่มีอะไรที่มันเป็นขยะ ใครก็แล้วแต่ที่จะมาอยู่เส้นนี้ คุณต้องรีไซเคิลขยะ หรือเศษอาหารคุณต้องซื้อเครื่องบดทำเป็นปุ๋ย ทำได้ไหม ผมว่าทำได้ ผู้ประกอบการ เราก็อยากทำ แต่อาจจะต้องเขียนเป็นแผนแม่บท ให้ทุกคนเดินตาม ให้เป็นถนนตัวอย่าง เป็นถนนท่องเที่ยวที่ปลอดมลพิษ ผมในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสารก็วาดฝันไว้ว่ามันควรเป็นถนนที่น่าเดิน

●แล้วเอาอย่างไรดี กับ ‘หาบเร่ แผงลอย’ ที่ถกกันมาทุกยุค?

ถ้าจัดระเบียบดีๆ ในย่านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเงิน ให้เหมาะสมและควบคุมได้ ผมว่าทำได้ สมมุติวันนี้ผมบอกว่า ไปตั้งแผง 3 คูณ 2 แต่ถ้าทำผิด เอาออกเลย คุณจะทำผิดไหม เพราะเป็นแหล่งที่หาเงินได้ ใครจะอยากทำผิด

วันนี้ทุกคนอยากมาลงข้าวสาร แผงลอยเต็มไปหมด ปล่อยเซ้งเอยอะไรเอย ทราบราคาไหมครับ แผง 3 คูณ 2 ตารางเมตร ผมเคยถูกเรียกล้านห้า ถ้าจะให้เขาย้ายออก ทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะ ผมถึงบอกว่าอะไรที่มันเป็นทองคำเนี่ย ทำประโยชน์กับมัน ทำให้มันถูกต้องอย่าไปมองว่าเละเทะ ที่เละเทะเพราะไม่ดูแล แล้วไปกำจัดทั้งๆที่เป็นที่ที่ทำเงินได้

สตรีทฟู้ด ทำอย่างไรให้ถูกต้อง จัดระเบียบมันแล้วหาเงินกับมัน ต้องจ่ายเงินค่าเช่าแล้วเอาเงินเข้า กทม. กทม.ก็ไปทำความสะอาด ไปดูแล อะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องทำให้มันโปร่งใส สวยงาม เชื่อว่าจะทำให้ กทม.เป็นเมืองที่น่าอยู่ได้

●ปัญหา ‘คนไร้บ้าน’ ย่านพระนคร รอบๆ ถนนข้าวสาร มีไอเดียร่วมแก้ไหม?

วันนี้คนไร้บ้านค่อนข้างเยอะ ผมไม่อยากให้เหมือนอเมริกา เราจะช่วยเขาได้อย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของ กทม. ซึ่งไม่ใช่การที่วันนี้โยกเขาไปที่หนึ่ง แล้วเขาก็วิ่งกลับมาที่เดิม คงต้องหาวิธี ซึ่งเห็นด้วยนะ ว่าต้องหางานให้เขา แต่ผมไม่มีไอเดียจริงๆ

●การแก้ปัญหาและพัฒนากรุงเทพฯ ผู้ว่าฯคนเดียวคงทำไม่ได้ มองว่า ผอ.เขต หัวหน้าหน่วยงาน และบุคลากร กทม. ควรปรับตัวอย่างไรให้ก้าวหน้าไปพร้อมกับเมือง?

ผมว่าถ้าจะทำกรุงเทพฯให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ เขตและข้าราชการต้องปรับตัวเยอะ หลายๆ ครั้งข้าราชการใช้กฎหมายกดขี่ ไม่ได้ใช้กฎหมายส่งเสริม กฎหมายควรส่งเสริมผู้ประกอบการให้ทำงาน 1.ง่ายขึ้น 2.แข่งขันได้ดี แต่ทุกวันนี้ข้าราชการใช้ในการมาบอกว่าผิด อันนั้นผิด อันนี้ผิด

ตัวอย่าง ช่วงโควิด คุณต้องตั้งโต๊ะห่างกี่เมตร ร้านอาหารเล็กๆ คุณจะตั้งโต๊ะห่างกันได้ขนาดไหน สิ่งที่เมืองนอกเขาทำคือ ให้ลงมาตั้งบนถนน เพื่อให้โต๊ะของคุณเท่าเดิม แต่ของเราได้ไหม ไม่ได้ ผิดนู่น ผิดนี่ อะไรก็แล้วแต่

ผมพูดอย่างนี้มาตลอดว่า กฎหมายต้องส่งเสริมผู้ประกอบการทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการทำทุกอย่างได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่มักง่าย

เฉพาะเขตพระนครที่ผมอยู่ ทางเขตมีการทำตลาดมากขึ้น ซึ่งมันอาจจะเป็นนโยบาย ว่าคุณต้องมีตลาดนะ ตลาดกลางคืน ตลาดอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่แค่ว่าสั่งมาแล้วทำ คลองผดุงกรุงเกษม คลองที่เป็นถนนคนเดิน คลองโอ่งอ่าง บางครั้งคือทำเสร็จแล้วก็เงียบไป ทั้งที่ต้องคิดว่าจะพัฒนาให้ต่อเนื่องได้อย่างไร ทำอย่างไรให้อยู่ยืน คงกระพัน ทำให้เป็นอีกพื้นที่เศรษฐกิจ

●ฝากถึงผู้ว่ากรุงเทพมหานครคนต่อไปที่คืนนี้จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ?

เรายังอยากเห็นกรุงเทพฯเป็นเมืองที่น่าอยู่ หลักๆ เลยคืออากาศดี น้ำที่ควรสะอาดขึ้น ส่วนขยะ ผมว่ามันก็ยังเยอะอยู่ เรื่องความสะอาด กรุงเทพฯพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ความเป็นระเบียบ เราเริ่มเรียนรู้การเข้าคิว สมัยก่อนไม่ใช่แบบนี้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ดี อะไรที่ดีผู้ว่าฯคนใหม่ต้องส่งเสริมต่อ อันไหนที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นปัญหา อยากให้แก้ไขให้ตรงจุด ใช้งบให้ตรงจุด เรื่องอะไรก็แล้วแต่ ถ้าต้องไฝว้ ก็ต้องไฝว้

คุณเข้ามาด้วยเสียงจากคนกรุงเทพฯ คุณต้องสู้ ยืนหยัดผมเชื่อว่าอย่างไรคนกรุงเทพฯก็จะเป็นแบ๊กอัพถ้ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ทีมข่าวเฉพาะกิจ เรื่อง

สมจิตร์ ใจชื่น ภาพ