แท็งก์ความคิด : รวมกันเราอยู่
หลายวันก่อนสภาผู้แทนฯได้อภิปรายกันถึงผู้สูงวัยและการดูแลผู้สูงวัย
บังเอิญว่าก่อนหน้านั้นไม่ได้มีโอกาสแวะเวียนไปเทศบาลตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง
เยี่ยมเยือนเพราะได้ข่าวว่าที่นั่นมีโครงการแก้ปัญหาให้ชุมชนหลายด้าน
แก้ปัญหาผู้สูงวัย แก้ปัญหาน้ำท่วม แก้ปัญหาขยะ แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
แต่ที่ได้ดูและเรียนรู้จากท้องถิ่นในวันนั้น คือได้สัมผัสเรื่องผู้สูงวัย
พอได้ยินได้ฟังสมาชิกสภาพูดถึงเรื่องการดูแลผู้สูงวัยจึงอยากแชร์
พื้นที่เทศบาลตำบลทับมา มีประชาชนอาศัยอยู่เกือบ 3 หมื่นคน มีผู้สูงวัยกว่า 3 พันคน
หลายปีก่อนชาวบ้านสะท้อนความเดือดร้อนเรื่องสุขภาพ
ผู้สูงวัยมากขึ้น และมีอาการป่วย ลูกหลานไม่ได้ไปทำงาน เพราะต้องอยู่เฝ้า กลายเป็นปัญหารายได้
โชคดีที่เสียงสะท้อนจากชาวบ้านไปเข้าหูผู้บริหารท้องถิ่น
กระทั่งเกิดโครงการ “เราจะสูงวัยไปด้วยกัน”
ฟังชื่อโครงการอาจจะคิดว่าธรรมดาสามัญ เพราะเป็นโครงการ เดย์แคร์ รับดูแลผู้สูงอายุเป็นรายวัน
แต่เมื่อฟังขั้นตอนดำเนินงานแล้ว ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญ
หนึ่ง การขับเคลื่อนโครงการตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน มีสาระจากงานวิจัยเป็นแก่นแกน
ท้องถิ่นสามารถหาเครือข่ายเข้ามาช่วยเหลือ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไจก้า สปสช. เอกชนในพื้นที่
บ้างก็เข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการ บ้างก็สนับสนุนด้านงบประมาณ
สอง การจัดการโครงการได้เปิดโอกาสให้ชาวตำบลทับมามีส่วนร่วม
กลุ่มงานที่เข้าไปดูแลโครงการคือ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านเข้าไปแทรกอยู่ในส่วนของคณะกรรมการ
มีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ทั้งพยาบาล นักกายภาพ นักสังคมสงเคราะห์ ดูแลกิจกรรมในเดย์แคร์
มีอดีตพยาบาล และผู้รู้ในท้องถิ่นเป็นจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือ
สาม เทศบาลตำบลทับมา และสภาท้องถิ่น คอยแก้ไขปัญหาและแสวงหาช่องทางผลักดันโครงการจนสำเร็จ
ผลที่เกิดขึ้น คือ ทำให้ท้องถิ่นมีข้อมูลลูกบ้านละเอียด และอัพเดตทุกปี
โฟกัสเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย มีการแบ่งประเภท ติดสังคม ติดบ้าน ติดเตียง
แต่ละกลุ่มมีการตรวจสุขภาพ ทำการบันทึกสุขภาพ หากมีปัญหาก็ต้องรักษา
ขณะเดียวกันจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยที่สมัครสมาชิกเข้ามาร่วม
ผลที่เห็นชัดๆ สำหรับผู้สูงวัยที่เข้าโครงการ คือ สุขภาพกายและสุขภาพใจดีขึ้น
สภาพจิตใจผู้สูงวัย จากเดิมรู้สึกเป็นภาระ ด้อยค่า ซึมเศร้า ไม่ยอมทานข้าว
เมื่อเวลาผ่านไปหลังเข้าศูนย์ฯ กลับรู้สึกว่ามีคุณค่า อารมณ์มั่นคงขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้นมาก
สภาพร่างกายที่เคยถดถอย ไม่พูดคุย และเก็บตัว กลายเป็นคนมีปฏิสัมพันธ์ ชะลอการถดถอย ยอมทำกิจกรรมและตัดสินใจด้วยตนเอง
ส่วนผู้ดูแล จากที่รู้สึกเหนื่อยล้า เครียดสะสม ขาดความรู้ในการรับมือ
พอมีศูนย์ฯ ขึ้นมา มีเพื่อนที่รับฟังข้อมูล รู้สึกได้ระบายความเครียด รู้สึกมีคนสนับสนุน ขณะเดียวกันก็มีทักษะการดูแลผู้สูงวัยมากขึ้น
ครอบครัวที่ต้องหยุดงานมาดูแลผู้สูงวัยด้วยความเป็นห่วง ก็มีความมั่นใจต่อศูนย์ฯ และสามารถไปทำงานได้อย่างเต็มที่
ครอบครัวมีรายได้ แม้จะไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ความเครียดทางเศรษฐกิจหายไป
ทราบมาว่าเทศบาลทับมาดำเนินการโครงการนี้มาหลายปี
จากนายกเทศบาลคนก่อนมาถึงนายกเทศบาลคนปัจจุบัน
ทุกอย่างกำลังออกดอกออกผล
เป็นตัวอย่างที่ดีของท้องถิ่นที่ค้นพบปัญหาว่ามีอะไรบ้าง แล้วนำเอาปัญหานั้นไปแสวงหาทางออก
กว่าจะพบทางออกต้องเริ่มต้นที่ช่วยเหลือกันภายในเทศบาล
อะไรที่เหลือบ่ากว่าแรงก็ไปขอความรู้ความช่วยเหลือจากผู้มีกำลังกว่า
อยากรู้วิชาการไปหาสถานศึกษา อยากได้งบประมาณไปหาเอกชน
แล้วผนึกรวมท้องถิ่น ประชาชน สถานศึกษา เอกชนและอื่นๆ เข้าด้วยกัน
กระทั่งสามารถคลี่คลายปัญหาลงไปได้
นฤตย์ เสกธีระ



