กรมควบคุมโรค ชวนผู้สูงอายุ “รู้ ปรับ ขยับเพิ่ม” ลดเสี่ยงหกล้ม เสริมคุณภาพชีวิต

29.06.26 | 10:59 น.

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ “การพลัดตกหกล้ม” ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจของประเทศ โดยพบว่าผู้สูงอายุมากกว่า 1 ใน 3 หกล้มอย่างน้อย 1 ครั้งในแต่ละปี มีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลกว่า 79,000 รายต่อปี กระดูกสะโพกหักมากกว่า 30,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากการหกล้มเฉลี่ยวันละ 4 ราย

ภายในงาน Thailand Healthcare 2026 กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข จึงขอเชิญผู้สูงอายุ ครอบครัว ผู้ดูแล และประชาชนทั่วไป ร่วมเรียนรู้การป้องกันการหกล้มผ่านแนวคิด “รู้ ปรับ ขยับเพิ่ม” ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

“รู้” คือ การรู้เท่าทันความเสี่ยงของตนเอง เรียนรู้สัญญาณเตือนที่อาจนำไปสู่การหกล้ม เข้ารับการประเมินความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี รวมถึงการดูแลปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การมองเห็น การใช้ยา โรคประจำตัว และปัญหาการทรงตัว

“ปรับ” คือ การปรับสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ลดจุดเสี่ยงภายในบ้าน เช่น การติดตั้งราวจับในห้องน้ำ การจัดทางเดินให้โล่ง การเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ การใช้แผ่นกันลื่น และการเลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสม

“ขยับเพิ่ม” คือ การเพิ่มกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยืนยันทางวิชาการว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยง              ต่อการหกล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

ภายในบูธ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การหกล้มในผู้สูงอายุ แนวทางประเมินความเสี่ยง การจัดบ้านปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ตลอดจนตัวอย่างกิจกรรมออกกำลังกาย                ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและการทรงตัว พร้อมรับสื่อความรู้ที่สามารถนำกลับไปใช้ดูแลตนเองหรือคนในครอบครัวได้

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นำเสนอภายในบูธ คือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการหกล้มในผู้สูงอายุ ปัจจุบันประเทศไทยต้องใช้งบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับบาดเจ็บจากการพลัดตกหกล้มมากกว่า 2,700 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะการรักษากระดูกสะโพกหักที่มีมูลค่าค่าใช้จ่ายกว่า 1,200 ล้านบาทต่อปี ขณะที่หลักฐานทางวิชาการพบว่า การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวสามารถลดการหกล้มได้ร้อยละ 19–34 และหากดำเนินการร่วมกับมาตรการอื่น ๆ อาจลดการหกล้มได้ถึง   ร้อยละ 42 ส่วนการปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านสามารถลดการหกล้มได้ร้อยละ 26 – 38 ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการบาดเจ็บและความพิการ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและระบบสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว

เพราะการหกล้มเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนผู้สูงอายุที่เคยใช้ชีวิตได้อย่างอิสระให้กลายเป็นผู้ที่ต้องการการดูแลระยะยาว การป้องกันจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการ “รู้ ปรับ ขยับเพิ่ม” เพื่อสร้างสังคมสูงวัยที่แข็งแรง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน.

ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ, NHES 7, HDC กระทรวงสาธารณสุข, สถิติมรณบัตร, ค่ารักษาพยาบาล  (ข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง) ปี 66.