หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ชาวศรีมโหสถ ฮ...

ชาวศรีมโหสถ ฮือค้านกรมศิลป์ ‘เปลี่ยนชื่อภูเขาทอง’ อดีต ส.ว. ร่อนจม.ร้อง รมว.วัฒนธรรม หวั่นกระทบ ปวศ.ท้องถิ่น

18.01.23 | 11:29 น.

ชาวศรีมโหสถแห่ค้านกรมศิลป์ เปลี่ยนชื่อ ‘เจดีย์ภูเขาทอง’ เป็น ‘เชิงเทินสังเกตการณ์’ อดีต ส.ว. ร่อนจม.ร้องเรียนรมว.วัฒนธรรม จี้ทบทวน หวั่นกระทบปวศ.ท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 18 มกราคม นายกำพล ภู่มณี อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ตนและชาวจังหวัดปราจีนบุรีจำนวนหนึ่ง ร่วมลงนามท้ายจดหมายส่งร้องเรียนถึง นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอให้พิจารณาแจ้งไปยังกรมศิลปากรให้ทบทวนการเปลี่ยนป้ายชื่อ ‘โบราณสถานหมายเลข 3’ อําเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี จาก ‘เจดีย์ภูเขาทอง’ เป็น ‘เชิงเทินสําหรับสังเกตการณ์ของเมือง’ รวมถึงชี้แจงข้อมูลในประเด็นดังกล่าว

นายกำพลกล่าวว่า ตนและประชาชนชาวอำเภอศรีมโหสถส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนชื่อดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสียหายในประวัติศาสตร์เมืองศรีมโหสถ และความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในอดีต เนื่องจาก โบราณสถานหมายเลข 3 เจดีย์ภูเขาทอง น่าจะเป็นเจดีย์หรือสถูปที่สําคัญทางพระพุทธศาสนาของเมืองศรีมโหสถโบราณมากกว่าจะเป็นเพียงเชิงเทินสังเกตการณ์ เพราะลักษณะของเมืองโบราณในสมัยทวารวดีไม่ว่าจะเป็นเมืองคูบัว เมืองนครปฐมโบราณและเมืองศรีมโหสถ ไม่ปรากฏโบราณสถานในลักษณะเชิงเทินสังเกตการณ์ทางต้นทิศตะวันตกหรือนอกเมืองแต่อย่างใด แต่จะมีรูปแบบที่ชัดเจนว่ามีสถูปหรือเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระบรมธาตุเจดีย์อยูทางด้านทิศตะวันตก นอกเมือง ด้วยคติความเชื่อว่าได้ตั้งอยู่ใกล้สถานที่ที่พระพุทธองค์ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน มากที่สุด

“ข้อสังเกตที่สําคัญประการหนึ่งก็คือ ได้มีการขุดพบพระพุทธรูปทองคําคือพระนิรันตรายในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านพระบรมธาตุเจดีย์ กล่าวว่า พระพุทธรูปทองคําดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องกับสถานที่ที่ตั้งของเจดีย์ภูเขาทองในทางพระพุทธศาสนา คือน่าจะเป็นพุทธบูชาต่อพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าว หากเป็นเชิงเทินสังเกตการณ์ ก็จะไม่มีการพบพระพุทธรูปหรือสิ่งของที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาอยู่ในบริเวณนี้ นอกจากนี้ ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองศรีมโหสถโบราณ สถานเป็นชายฝั่งทะเลไม่มีข้าศึกมารุกรานหาก เป็นการสร้างเชิงเทินสําหรับภัยศึกสงครามควรสร้างทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้กับพวกจามหรือพวกขอมมากกว่า

ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของเมืองศรีมโหสถ จึงปรากฏโบราณสถานที่ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เช่น ต้นพระศรีมหาโพธิ รอยพระพุทธบาทคู่ และเจดีย์ภูเขาทอง เป็นต้น ซึ่งเป็นหลักฐานสําคัญว่าเมืองศรีมโหสถมีความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก และคติความเชื่อของผู้คนในยุคนั้นก็จะต้องสร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุของเมืองไว้กราบไหว้สักการะ ดังนั้น เจดีย์ภูเขาทองจึงน่าจะเป็นเจดีย์สําหรับบรรจุพระบรมธาตุของเมืองมากกว่าจะเป็นเชิงเทินสําหรับสังเกตการณ์ตามที่กรมศิลปากรได้เขียนไว้” นายกำพลกล่าว

นายกำพลกล่าวต่อไปว่า ประเด็นเรื่องแนวคิดความเชื่อทางด้านประวัติศาสตร์ นั่นเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เปลี่ยนแปลงแก้ไขตามข้อมูลใหม่ได้ สําหรับกรณีของ เจดีย์ภูเขาทองก็เช่นเดียวกัน จากภาพการขุดแต่งโบราณสถานซึ่งมีลักษณะของเจดีย์โบราณและลักษณะทางด้านกายภาพของเมือง มีความชัดเจนว่า เจดีย์ภูเขาทองจะต้องเป็นสถานที่ที่มีความสําคัญต่อเมืองศรีมโหสถ ทางด้านพระพุทธศาสนา อาทิเช่น เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ของเมืองและรอการสืบค้นต่อไป

Advertisement

“พวกเราใคร่ขอความเมตตาจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้โปรดพิจารณาเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนเพื่อความถูกต้องชัดเจนของประวัติศาสตร์ของเมืองศรีมโหสถ และคตินิยมในทางพระพุทธศาสนา” นายกำพลกล่าว

ทั้งนี้ เมืองมโหสถเป็นเมืองโบราณแบบทวารวดี อายุราว 1,500 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. 1000 มีคูน้ำคันดินล้อมรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน อยู่บนพื้นที่ดอนสูง ขอบที่ราบลุ่มต่ำทางตะวันตกลาดลงแม่น้ำบางปะกงออกทะเลอ่าวไทย

สำหรับโบราณสถานหมายเลข 3 เคยมีการพบพระพุทธรูปทองคำ ฝีมือช่างแบบทวารวดี อายุกว่าพันปี ชาวบ้านนำทูลเกล้าฯ ถวาย ร.4 พระราชทานนามว่า “พระนิรันตราย” อัญเชิญไว้ในพระบรมมหาราชวัง

บริเวณที่พบพระนิรันตรายทองคำ ชาวบ้านเรียกตามความเชื่อว่า ‘ภูเขาทอง’ อยู่นอกคูน้ำคันดินด้านตะวันตก เป็นเนินดินทรงกลมสูง 10 เมตร วงรอบฐาน 92 เมตร ตรงกลางอัดด้วยดินลูกรัง บริเวณรอบฐานมีเสาศิลาแลงทรงกลมและแปดเหลี่ยม ส่วนด้านตะวันออกมีบ่อน้ำ 1 บ่อ

ต่อมา สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร จัดทำป้ายใหม่ โดยระบุว่าเป็น ‘เชิงเทินสังเกตการณ์ด้านปัจฉิมทิศ’ มีข้อความอธิบายว่า เนินสูงใหญ่กว่า 10 เมตร ชาวเมืองมโหสถโบราณสร้างเทินขึ้นด้วยลูกรังและก่อชาลาด้วยศิลาแลง เพื่อเป็นที่สังเกตการณ์ระยะไกลจากนอกเมืองด้านตะวันตกและรักษาความปลอดภัย เนื่องจากกำแพงเมืองด้านนี้ไม่มีช่องทางเข้า-ออก จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบฐานเสาล้อมเนิน บางต้นเจาะรูกลางเสา สันนิฐานว่าใช้ปักเสาไม้วางคบเพลิงเพื่อส่องสว่างยามค่ำคืน เนินนี้น่าจะสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมือง 1,500 ปีมาแล้ว

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ