หน้าแรก ภูมิภาค แม่สาวผู้เช่า...

แม่สาวผู้เช่าเก๋งตกเขาคอม้า เข้าตรวจดีเอ็นเอเทียบโครงกระดูก ตร.ชี้หากตรงกัน ก็เป็นคดีอุบัติเหตุ

13.08.25 | 15:59 น.

แม่สาวผู้เช่าเก๋งตกเขาคอม้า เข้าตรวจดีเอ็นเอเทียบโครงกระดูก พร้อมให้ปากคำ ตร.ยันสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ด้านเจ้าของรถ ยังข้องใจไทม์ไลน์ช่วง GPS หาย กัยช่วงมีคดีช้อโกง


เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.จาตุรนต์ บุษปะเกศ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.รวิกร อุกฤษฎ์มโนรถ ผกก.สภ.ชาติตระการ มากำกับดูแลความเรียบร้อย ในการเก็บ DNA จาก นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 67 ปีแม่ของ น.ส.รัตน์ชนก (สงวนนามสกุล) ชาว อ.เมือง จ.อ่างทอง ที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 (ศพฐ.) พิษณุโลก ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อนำ ดีเอ็นเอ ไปตรวจเปรียบเทียบกับโครงกระดูก ภายในรถยนต์เก๋ง MG สีดำ หมายเลขทะเบียน 4 ขว 7354 กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการตรวจพิสูจน์ตามคดีดังกล่าว

พ.ต.อ.รวิกรกล่าวว่า ความคืบหน้าวันนี้ นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 67 ปีมารดา ของ น.ส.รัตน์ชนก ซึ่งเป็นคนเช่ารถเก๋ง MG ที่ประสบอุบัติเหตุ พบเป็นซากที่บริเวณเขาคอม้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ซึ่งเนื้อความคือ น.ส.รัตน์ชนก เช่ารถไปแล้วก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวอยู่ที่ไหน เลยมีการติดต่อญาติที่ จ.อ่างทอง ก็คือคุณแม่และน้องสาว ให้เดินทางเข้าไปที่ ศพฐ.พิษณุโลก เพื่อไปเก็บ DNA ไว้ เพื่อนำมาตรวจเปรียบเทียบกับเศษชิ้นส่วนโครงกระดูกที่อยู่ภายในรถเก๋ง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เก็บตัวอย่างไว้แล้ว จากนั้นจะนำ DNA ส่งที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ นำไปตรวจเปรียบเทียบกัน เพื่อจะดูว่ามีอะไรที่สัมพันธ์ตรงกันหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ทราบ 1 ถ้า DNA ตรงกัน ก็จะพิสูจน์ได้ว่า น.ส.รัตน์ชนก เป็นคนประสบอุบัติเหตุ แต่ถ้าไม่ใช่ ต้องไปหาว่าคนหายคือใคร เก็บ DNA เป็นพื้นฐานการสอบสวน นำมาตรวจยืนยันเปรียบเทียบอีกที

Advertisement

ซึ่งจากการสอบสวนในเบื้องต้นทางญาติก็ได้ระบุว่า น.ส.รัตน์ชนก หายตัวไปเช่นเดียวกัน โดยน้องสาว น.ส.รัตน์ชนกให้ข้อมูลว่า น.ส.รัตน์ชนก ไม่ได้กลับบ้านที่อ่างทองมานาน อยู่มาวันนึง น.ส.รัตน์ชนกก็กลับบ้านมารับแม่และน้องสาวไปของ มีการพูดจาทำนองจะสั่งลากัน ในความรู้สึกของส่วนตัวของน้องสาวเป็นคำพูดประมาณนั้น น้องสาวมีลางสังหรณ์ว่าพี่มาลา แต่ไม่ได้พูดชัดเจนขนาดนั้น ประกอบกับที่พี่สาวหายตัวไป แล้วมีรถต้องสงสัยด้วย มีการเช่ารถมา แล้วมาพบรถในลักษณะเป็นซาก ในวันนี้จึงได้เดินทางมาจากจังหวัดอ่างทอง เมื่อช่วงเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา เพื่อมาตามนัดเวลา 09.00 น. ที่ ศพฐ.พิษณุโลก ที่ตำบลหัวรอ เพราะเขาก็อยากรู้ว่าใช่หรือไม่ จึงยินดีเดินทางมาตรวจ DNA ให้ ล่าสุด ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ได้มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ที่ สภ.ชาติตระการ เพื่อสอบปากคำ เพื่อบันทึกประกอบสำนวนคดีต่อไป

ด้าน นายนิโรจน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของรถ และมีธุรกิจให้เช่ารถ ชาว จ.ปทุมธานี เคยแจ้งความที่ สน.สายไหม ว่า น.ส.รัตน์ชนก ติดต่อขอเช่ารถยนต์เอ็มจีคันดังกล่าว เมื่อ 2 ปีก่อน โดยได้ทำสัญญาเช่าแบบรายวัน แต่ไม่ได้นำรถกลับมาคืน อีกทั้งสัญญาณ GPS จากรถคันนี้ ก็ขาดหายไปบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุบนเขาคอม้า จ.พิษณุโลก

ซึ่งหลังจากทราบเรื่องพบซากเอ็มจีคันดังกล่าวที่เขาคอม้า นายนิโรจน์ ให้ปากคำที่ สภ.ชาติตระการ และนำหลักฐานเกี่ยวกับรถยนต์ดังกล่าวมาให้แก่ ร.ต.อ.ชัยณรงค์ คงเมือง พนักงานสอบสวน ว่า ตนที่เดินทางมาเพื่ออยากจะทราบว่าศพดังกล่าว เป็นของ น.ส.รัตน์ชนก จริงหรือไม่ ถ้าไม่จริงก็อยากเจอตัวเขา ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะเมื่อปี 66 รถของตน GPS สัญญาณตัดหายไปที่บริเวณเขาคอม้า แต่เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า ในปี’67 น.ส.รัตน์ชนก มีคดีช่อโกงอีกครั้ง ทำให้เชื่อได้ว่า น.ส.รัตน์ชนก น่าจะยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งโครงกระดูกดังกล่าวก็ไม่น่าจะเป็นของ น.ส.รัตน์ชนก ด้วย อาจมีการขายต่อให้กับบุคคลอื่นเป็นมือสอง มือสาม ก็ได้ แต่ก็ต้องรอผลพิสูจน์ ดีเอ็นเอ จากนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ให้ชัดเจน

ขณะที่แนวทางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ตรวจสอบดีเอ็นเอ แม่ ของ น.ส.รัตน์ชนก ว่าตรงกับกระดูกที่พบหรือไม่ หากพบว่ากระดูกดีเอ็นเอตรงกัน ก็อาจเป็นดดีอุบัติเหตุ ซึ่งอาจไม่เข้าค่ายคดีลักทรัพย์ได้ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง