ผกก.สภ.ท่าตะโก สั่งเปลี่ยนตัวพนง.สอบสวน คดีคนเมาขับข้ามเลนมาชน แต่ตร.ชี้ประมาทร่วม เพราะแช่ขวา ในเวลา 3 วินาทีไม่เบรกหรือหลบ
จากกรณีที่เพจสายไหมต้องรอด ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางสาวศศิธร อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อขอความเป็นธรรมให้แก่บิดาและแฟนสาวของบิดา ซึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ของคู่กรณีที่อยู่ในอาการมึนเมาขับข้ามเลนมาชนสนั่นจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส แต่กลับถูกพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีชี้มูลความผิดว่าเป็น “การประมาทร่วมกันทั้งสองฝ่าย” จนสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ทางครอบครัวเป็นอย่างมาก
อ่านข่าว
- ลูกสาว ขอความเป็นธรรม พ่อแม่ถูกคนเมาขับรถข้ามเลนมาชน ตร.ชี้ประมาทร่วม
- ลูกร้องอัยการสูงสุด พ่อแม่ถูกคนเมาขับข้ามเลนพุ่งชน แต่ตร.สั่งฟ้องประมาทร่วม อ้างแช่ขวา-ไม่เบรกก่อนชน3วินาที
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ต.อ.อิศเรศ ห่านดำ ผกก.สภ.ท่าตะโก เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้ไปร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด และมีสื่อมวลชนนำเสนอ เรื่องกรณีอุบัติเหตุรถชนกันเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และสื่อได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ได้รับการประสานจากผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อเช้าที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปพบนายสมชาย ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล สวรรค์ประชารักษ์ ได้แจ้งกับ นายสมชายฯ ว่า ขอให้สบายใจตำรวจจะให้ความยุติธรรมเต็มที่

เบื้องต้นแจ้งนายสมชาย เพื่อให้เกิดความสบายใจตนได้ออกคำสั่งเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในคดีนี้แล้ว แต่งตั้งให้ พ.ต.ท. ธีร์ เกสทอง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ท่าตะโก ทำหน้าที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนแทนคนเก่า เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบและเป็นธรรม ผู้ที่รับผิดชอบสำนวนคนใหม่มีประสบการณ์และเป็นผู้ชำนาญการด้านงานสอบสวน ทุกฝ่ายจะได้สบายใจ
เบื้องต้นได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนทำคดีอย่างตรงไปตรงมารวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะประเด็นประมาทร่วมฯ ซึ่งที่ผ่านมามุมของพนักงานสอบสวนมองเรื่องกฎหมายเป็นหลัก
“ขอให้คู่กรณีสบายใจได้เลยว่าสำนวนการสอบสวนยังอยู่ที่พนักงานสอบสวน ยังไม่ได้ส่งไปยังอัยการสุดท้ายคดีอาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ได้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ยืนยันตำรวจจะทำให้เกิดความยุติธรรมอย่างที่สุด”ผกก.สภ.ท่าตะโกกล่าว และ ว่า ส่วนเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายหรือการชดใช้ตามกฎหมายนั้น เป็นอีกประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจากันต่อไป





