หน้าแรก ภูมิภาค ผอ.สพม.กาฬสิน...

ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ลั่นเอาผิด ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ถึงที่สุด หากพบมีมูลปมตัดต้นไม้ร.ร.ขายนายทุน

1.09.26 | 09:17 น.

กลั้นน้ำตาไม่อยู่! ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ลั่นเอาผิด ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ถึงที่สุด หากพบมีมูลปมตัดต้นไม้ ร.ร.ขายนายทุน

 


เมื่อวันที่ 1 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา นายจิรวัฒน์ สุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 4 (ป.ป.ท.เขต 4) นายธรรมโรจน์ เงาฉาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริต มอบหมายให้ นายนินทนาท ผางจันดา นักสืบสวนชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าพนักงาน ป.ป.ท.เขต 4 ลงพื้นที่โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเก็บหลักฐานคดี “ผอ.ดัง” สั่งตัดไม้ในโรงเรียนขายให้กับนายทุน โดยมี นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย พร้อมคณะศิษย์เก่า เข้าติดตามอย่างใกล้ชิด

คณะศิษย์เก่ายังได้นำชี้จุดตัดไม้รวม 32 ต้น มีทั้งผ้าเหลืองรัดท่อนไม้ที่ยังขนออกไปไม่หมด พร้อมกันนี้ยังได้นำเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เดินดูต้นไม้มะขามอายุ 30-50 ปี ที่ถูกสเปรย์ทำเครื่องหมายเหมือนเตรียมการตัด ที่กระจายอยู่ตามบ้านพักครูบริเวณท้ายโรงเรียน รวม 18 ต้น

Advertisement

จากนั้นนายวิวัฒน์ได้มอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด ประกอบด้วยภาพถ่าย คลิปภาพ หนังสือร้องทุกข์จากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และหนังสือบันทึกแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. โดยคณะศิษย์เก่ายืนยันเจตนาต้องการให้ดำเนินคดีอาญากับ ผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมพวก ตามมาตรา 157 และคดีอื่นๆ หากผลการสอบสวนพบในภายหลังให้ถึงที่สุด

นายนินทนาทกล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมกับทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ท. ในการเอาผิดข้าราชการที่มีพฤติกรรมทุจริต กรณีดังกล่าวนอกจากเก็บรายละเอียดในที่เกิดเหตุได้รับเอกสารจากผู้ร้องที่เป็นศิษย์เก่าได้แจ้งศูนย์ดำรงธรรมและพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ที่ในเบื้องต้นทีมงาน ป.ป.ท. ได้เข้าไปขอเอกสารเพื่อรับทราบรายละเอียดการร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสยแล้ว และคาดว่าในวันนี้หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะเข้าไปขอข้อมูลกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาฬสินธุ์ เพื่อพิจารณาในการออกเลขคดีและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ท.ต่อไป

นายวิวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ศิษย์เก่าได้เข้ามาร่วมกันติดตามปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจหน้าที่ได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา จึงได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาการวิ่งเต้นที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อทางโรงเรียนและเพื่อไม่ให้มีมวยล้ม ศิษย์เก่าจะเฝ้าติดตามการทำงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และหากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อาจจะต้องมีการร้องไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย ให้เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สอบสวน สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทาง ผกก.สภ.กมลาไสยได้กำชับให้ฝ่ายสอบสวนเร่งดำเนินการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย จากนั้นก็จะเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนเข้ามาสอบปากคำ ก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนก็จะมีการประชุมพิจารณาสำนวนในคดีก่อนจึงจะส่งไปยัง ป.ป.ช. จ.กาฬสินธุ์ พิจารณา ที่หาก ป.ป.ช.พิจารณาแล้วจะส่งสำนวนกลับมาให้ ทางตำรวจดำเนินคดีก็จะสามารถดำเนินการต่อไป ในส่วนของพ่อค้าไม้ ขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด เบื้องต้นรู้แล้วว่าเป็นใคร ยืนยันจะทำคดีให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม

ต่อมาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ดร.วิภา สายรัตน์ ผู้อำนวยการ สพม.กาฬสินธุ์ แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการแถลงข่าว ผู้อำนวยการ สพม.กาฬสินธุ์ ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความสะเทือนใจ

ดร.วิภากล่าวว่า กรณีการตรวจสอบการตัดไม้ในพื้นที่โรงเรียนกมลาไสย ยืนยันว่าหากผลการตรวจสอบพบผู้กระทำผิดจริง ทางเขตพื้นที่ฯพร้อมดำเนินการตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีการนิ่งนอนใจ เนื่องจากที่ผ่านมาได้กำชับให้ฝ่ายนิติกรและกลุ่มงานบุคคลยึดถือระเบียบปฏิบัติมาโดยตลอด

ดร.วิภากล่าวว่า ทั้งนี้ ในส่วนของผู้บริสุทธิ์ก็มีสิทธิในการนำพยานหลักฐานมาชี้แจงเพื่อพิสูจน์เจตนา และความบริสุทธิ์ของตนเอง ขณะที่ผู้กระทำผิดจริงจะต้องได้รับโทษตามขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งไปตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา จนมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย, รองผู้อำนวยการ, ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เข้ามาช่วยราชการไปเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และหากมีมูลความจริงก็จะมีการตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไป

ดร.วิภากล่าวว่า กรณีนี้ได้เคยสอบถามไปยังผู้อำนวยการโรงเรียน โดยผู้อำนวยการโรงเรียนชี้แจงว่า เรื่องต้นไม้เป็นการขอตัดแต่งกิ่งเท่านั้น แต่เมื่อมีการตัดก็จะต้องสืบหาข้อเท็จจริงให้แน่ชัด ที่ถือว่าเป็นปัญหาที่คณะศิษย์เก่า-คณะกรรมการสมาคมครูผู้ปกครองโรงเรียนต้องการได้รับคำตอบ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบข้อเท็จจริง

“เนื่องจากที่ดินและทรัพย์สินราชพัสดุถือเป็นสมบัติของทางราชการ ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นและพิจารณาเอกสารร้องเรียนจากสมาคมผู้ปกครอง ร่วมกับข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ แม้บางจุดจะเหลือเพียงร่องรอยการตัด แต่การพิสูจน์เจตนารมณ์ต้องให้โอกาสผู้ดำเนินการได้ชี้แจง พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งชุมชน ครู และนักเรียน” ดร.วิภากล่าว

ดร.วิภากล่าวว่า ขอเรียกร้องผ่านสื่อมวลชน ขอคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัยทางจิตใจให้กับกลุ่มนักเรียนและครูในพื้นที่ เนื่องจากได้รับผลกระทบทางจิตใจและค่อนข้างบอบช้ำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย้ำว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ และฝ่ายนิติกรมีความพร้อมที่จะประสานความร่วมมือ และสนับสนุนข้อมูลด้านระเบียบกฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหานี้

สำหรับปัญหาการตัดไม้โรงเรียน ได้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยคณะศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสยและนักเรียนได้ออกมาแสดงพลังยืนชูป้ายตะโกนเรียกร้อง ด้วยข้อความ #SAVEต้นไม้ #คืนพื้นที่สีเขียว saveต้นไม้ #เรารักต้นไม้ เป็นสัญลักษณ์และเป็นการแสดงพลัง ที่หน้าป้ายสวนเฉลิมพระเกียรติภายในโรงเรียน หลังจากพบว่าต้นไม้จำนวน 23 ต้น อายุร้อยปี ถูกตัดหายไป